โหราศาสตร์มีหลายสาขา ดวงไทย ลายมือ ฮวงจุ้ย ยูเรเนียน ทาโร่ ยิปซี สัตตเลข ฯลฯ ถ้าศึกษาให้ถ่องแท้ทุกสาขา คงต้องใช้เวลาศึกษาล่วงเลยไปถึงชาติหน้า หรือแม้แต่จะเชี่ยวชาญเพียงแค่หนึ่งสาขา ก็อาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิต
อาจารย์หลายๆ ท่านที่ทำอาชีพทางด้านนี้ อาชีพที่เราเรียกกันแบบชาวบ้านว่า “หมอดู” ล้วนต้องผ่านการฝึกฝนกับดวงตัวอย่าง เป็นพันเป็นหมื่นดวงกว่าจะชำนาญ เช่นเดียวกับการเรียนวิชาอื่นๆ คือ ต้องทำโจทย์มากๆ สังเกต และเก็บสถิติ เพื่อสะสมประสบการณ์
เริ่มฝึกฝนใหม่ๆ ดูดวงใครสักคน ต้องเอาวันเดือนปีเกิดมา แล้วเปิดตำราแผ่เต็มโต๊ะกินข้าว พลิกเล่มโน้นเล่มนี้ดูชุลมุน พอเจอคล้ายๆ ซ้ำๆ จึงจะจำได้ ถ้าตั้งใจดูให้ได้วันละ 1 ดวง ฝึกฝนทุกวัน อาจารย์บอกว่าต้องใช้เวลา 3 ปี จึงจะชำนาญและทายได้อัตโนมัติ
เพื่อนชีวิตฉันรายนั้นชอบศึกษาโหราศาสตร์ไทย ส่วนฉันชอบแนวคณิตศาสตร์เลยมาทางคัมภีร์มหาสัตตเลข เรียกว่าคนละแนวกัน แต่เกื้อกูลส่งเสริมกันได้ เวลาเอาดวงใครมาใช้เป็นแบบฝึกหัด ต้องรวมพลังหารสอง ช่วยกันวิเคราะห์
เมื่อตอนเย็นฉันไปยืนอ่านหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คของหมอกฤษณ์ที่ร้านหนังสือ เกิดความรู้สึกว่าคนเราจะดังได้ต้องมี “จุดเด่น” ไม่ว่าจะ เด่นดี เด่นด้อย หรือ เด่นดับ มันก็ต้องมีสักอย่างหละที่เด่น ไม่งั้นไม่ดัง กลับถึงบ้านก็คุยกับเขาเล่นๆ
ถ้าพี่อยากเป็นหมอดูชื่อดัง พี่ต้องมีจุดเด่น
เหรอ เธอว่าพี่เด่นยังไง แล้วพี่จะใช้ฉายาอะไรดี
คนอื่นดูดวงคนเดียว ถ้าเราสองคนดูเป็นทีมน่าจะแปลกดีนะ
ทำไมต้องดูเป็นทีม
อ้าวก็จะได้ช่วยกันวิเคราะห์ เหมือนหมอเวลาผ่าตัดยากๆ ไง
อ๋อ ผ่าดวงโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เปล่าหรอก เราสองคนเนี่ย ผ่าดวงโดยทีมแพทย์อ่อนประสบการณ์
ไม่ชำนาญ และไม่เชี่ยวชาญเลยสักสาขา ^^”



