Jun 22

Cheese Burger @ home

หมึกอยากทานชีสเบอร์เกอร์ แต่ชีสเบอร์เกอร์ตามร้านข้างนอก ไม่ค่อยมีผักและราคาแพง เมื่อวานเย็นเลยชวนกันไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ช็อปปิ้งส่วนประกอบที่จำเป็น มาสนุกกันในครัว เพราะชีสเบอร์เกอร์เป็นเมนูง่ายๆ ที่เด็กสามารถทำเองได้ และอิ่มอร่อยอย่างภาคภูมิใจ

ส่วนประกอบ …  ผักสลัด มะเขือเทศ พริกหวาน เนื้อแฮมเบอร์เกอร์อย่างดี ขนมปังเบอร์เกอร์โรยงา (ฟาร์มเฮาส์) เชดดาร์ชีส (แหล่งแคลเซียมคุณภาพดี) และแซนด์วิชเสปรด (บ้านเราชอบยี่ห้อ “สุขุม”)

ย่างเนื้อเบอร์เกอร์ด้วยไฟอ่อนๆ บนกระทะเทฟล่อน ไม่ต้องใส่น้ำมัน เพราะไขมันจากเนื้อจะละลายออกมาเองเมื่อได้รับความร้อน การย่างเนื้อช่วยให้เนื้อ นุ่ม หอม หวาน อย่านำไปทอดในกระทะเชียว เพราะการทอดแบบนั้นจะทำให้เนื้อแข็งกระด้าง ไม่อร่อย ย่างจนด้านแรกสุกพองาม ก็พลิกกลับ

แยกขนมปังด้านล่าง-ด้านบน ออกจากกัน แล้วคว่ำขนมปังด้านที่จะทาแซนด์วิชเสปรด ลงไปบนกระทะเทฟล่อน รอสักครู่ให้ขนมปังร้อนและเกรียมเล็กน้อย ก่อนนำมาทาแซนด์วิชเสปรด ซึ่งจะมีรสเปรี้ยวเล็กน้อยจากแตกกวาและผักดอง ช่วยให้เบอร์เกอร์กลมกล่อม ไม่เลี่ยน

Equipment

จากนั้นวางส่วนประกอบต่างๆ ลงไปตามใจชอบ ฉันวางตามลำดับดังนี้ เนื้อย่าง ชีส ไข่เจียวไฟเบอร์ (เมื่อวานเขียนวิธีทำไปแล้ว) พริกหวาน มะเขือเทศ ผักสลัด รับประทานคู่กับซอสพริกหรือซอสมะเขือเทศตามอัธยาศัย

บางคนนิยมใส่ไข่ดาวในเบอร์เกอร์ แต่ฉันใส่ไข่เจียวไฟเบอร์ เพราะมีกากผักอยู่ในตู้เย็น และอยากเพิ่มคุณค่าอาหารให้หมึก ไข่เจียวไฟเบอร์นี้ทำจากกระทะเทฟล่อนเช่นกัน เพราะฉะนั้นไม่อ้วน และช่วยลดข้อเสียของการใส่ไข่ดาวในเบอร์เกอร์ เนื่องจากเด็กบ้านนี้ชอบไข่ดาวไม่สุก เวลากัดแล้วไข่แดงจะไหลเยิ้มออกมาเลอะเทอะ

มีอีกหลายอย่างที่นำมาใส่เบอร์เกอร์แล้วอร่อย เช่น สัปปะรดกระป๋อง สไลด์เป็นแว่นบางๆ มีรูตรงกลาง ถ้าใส่เข้าไปก็จะให้รสหวานอมเปรี้ยว แตงกวาดองก็เป็นอีกอย่างที่ฉันชอบมาก เพราะช่วยให้เบอร์เกอร์รสชาดดี

ชีสเบอร์เกอร์ทำเองอย่างนี้ ถ้าได้ขนมปังที่ทำจากธัญพืชพวกโฮลวีท ก็จะได้ Perfect Healthy Cheese Burger แต่ถึงแม้เราจะใช้ขนมปังธรรมดาอย่างนี้ ก็ยังให้คุณค่าดีกว่าเบอร์เกอร์ขยะตามร้านฟาสฟู้ด เพราะได้คัดสรรของคุณภาพดี และมีปริมาณไขมันน้อยกว่ามาก

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments

Jun 21

น้ำผัก+น้ำเต้าหู้ สูตร1 และ ไข่เจียวไฟเบอร์

ในช่วงที่พิกัดบนตาชั่งบังคับต้องสนใจเรื่องน้ำหนัก ก็บังเอิญไปพบหนังสือเล่มนี้ “ลดน้ำหนัก ด้วย น้ำผัก+น้ำเต้าหู้” ซึ่งเขียนโดย Akaboshi Tamiko ที่ร้านหนังสือ ซึ่งเป็นหนังสือแนวสุขภาพ ดำเนินเรื่องในรูปแบบการ์ตูน นอกจากความน่ารัก ก็ยังแฝงสาระหนักๆ เกี่ยวกับวิตามินและสารอาหารในผักผลไม้มาให้ด้วย

ในเมื่อจินตนาการไม่ออกเลยว่าน้ำผักกับน้ำเต้าหู้ รวมกันแล้วรสชาดจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ไม่แคล้วต้องลองทำดู อุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำเนินการมีดังนี้ …

Equipment

หนังสือที่ควรวางไว้ใกล้มือ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เครื่องสกัดแยกกาก เครื่องชั่งน้ำหนักอาหาร ที่ปอกเปลือกแครอท เขียง และมีดขนาดต่างๆ ถ้าที่บ้านไม่มีเครื่องชั่งน้ำหนักอาหาร ก็ไม่ต้องกังวลใจ ไม่ต้องละเอียดขนาดนั้นก็ได้ (แต่บังเอิญฉันมี)

น้ำผัก+น้ำเต้าหู้ สูตร1 (สูตรเพรียวลม) ประกอบด้วย แอ๊ปเปิ้ล มะเขือเทศ มะนาว อย่างละ 1 ผล แครอทครึ่งหัว และน้ำเต้าหู้ เป็นสูตรที่ทำง่ายที่สุด ใช้เพียงแค่เครื่องสกัดแยกกากเท่านั้น ฉันจึงเริ่มที่สูตรนี้ก่อน

Veggie-Soy1

ล้างผักผลไม้ให้สะอาดแล้วหั่นดังรูป ค่อยๆ ใส่ลงไปในเครื่องสกัดแยกกาก ยกเว้นมะนาวให้บีบลงไปต่างหาก จะได้น้ำผักผลไม้ประมาณ 150 ml. เติมน้ำเต้าหู้สดที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตลงไป 200 ml. คนให้เข้ากัน ก็จะได้ น้ำผัก+น้ำเต้าหู้ สูตร1 ปริมาณ 350 ml. สำหรับ 1 เสริฟ เพื่อให้ได้คุณค่าวิตามินเต็มที่ ทำเสร็จแล้วควรดื่มทันที

ตามสูตรในหนังสือ ให้ใส่มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ แต่ฉันขี้เกียจตวง จึงบีบมะนาวลงไป 1 ลูก ทำให้เปรี้ยวมากเกินไป ถ้าใครไม่ชอบเปรี้ยวนัก แนะนำให้ค่อยๆ ใส่มะนาวทีละนิด

น้ำเต้าหู้สดตรานางพยาบาล ขนาด 1 ลิตร ราคา 35 บาท มีทั้งแบบจืดสนิทและแบบหวาน จะเลือกใช้แบบใดก็ได้ ถ้าอยากให้ดื่มง่ายก็เลือกแบบหวาน แต่สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือต้องควบคุมน้ำตาลอย่างฉัน แบบจืดสนิทเป็นทางออกที่ดีมาก

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

6.00 น. ฉันดื่มน้ำผัก+น้ำเต้าหู้ เป็นมื้อเช้า แล้วไปออกกำลังกายตอนเจ็ดโมงครึ่ง พบว่าช่วยให้การออกกำลังกายง่ายขึ้น เพราะเมื่อก่อนจะไม่ทานอะไรก่อนออกกำลังกายตอนเช้า จึงเล่นไปหิวไป ไม่ค่อยได้ประสิทธิภาพ

8.30 น. หลังจากออกกำลังกายแล้ว ก็กลับไปทำงาน ไม่หิว ไม่โหย ไม่รู้สึกว่าอยากหาอะไรทาน คงเพราะโปรตีนจากนมถั่วเหลืองช่วยให้อิ่มท้องได้นาน

12.00 น. ข้าวผัดใส่ไชโป้ว+หมูสับ+ไข่+แครอท และสลัดผักน้ำใส
15.00 น. สัปปะรด และ ไก่ย่าง (ไม่กินหนัง)
17.30 น. ชีสเบอร์เกอร์เนื้อ (ล้างผัก ย่างเนื้อ ทำเองที่บ้าน)

หลังหกโมงเย็นไม่หยิบอะไรใส่ปากอีกแล้ว

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

กากผักจากเครื่องสกัดแยกกาก อย่าเอาไปทิ้งให้เสียเปล่า เก็บแช่ตู้เย็นเอาไว้ทำกับข้าวได้หลากหลาย วันนี้ฉันเริ่มจากเมนูง่ายๆ “ไข่เจียวไฟเบอร์” ซึ่งทอดในกระทะเทฟล่อน ไม่อมน้ำมัน ทำไว้รับประทานกับข้าวกล้องร้อนๆ หรือจะเอาไปใส่ในชีสเบอร์เกอร์เนื้ออย่างฉันก็ได้ไม่ว่ากัน

veggie-omlet

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

2
comments

Jun 21

อยากรู้อยากเห็น

ระหว่างที่กำลังพอกหน้าด้วยองุ่นและมาส์คดวงตา
ฉันยกมือถือขึ้นสุดแขน แล้วกดชัตเตอร์ 1 ครั้ง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าที่ร้านทำอะไรกับใบหน้า

… เพื่อที่จะกลับมาพบความจริงที่บ้านว่า ….

บางครั้งความกลัวแก่
ก็ผลักดันให้เราทำอะไรๆ แปลกประหลาดเช่นนี้ได้

ay-mask

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments

Jun 20

ต้องเริ่มใหม่กันตลอดชาติเลยไหม?

หลายเดือนมานี้ฉันพยายามหลบลี้เครื่องชั่งน้ำหนัก อาจจะเป็นเพราะเข้าใจการเผาผลาญที่ลดลงไปตามวัย และปลอบใจตัวเองว่า “ช่างมันเถอะ” ทั้งที่ในใจส่วนลึกก็รู้อยู่ตลอดเวลา ว่ามันไม่ใช่แค่ เรื่องน้ำหนัก แต่มันคือ สุขภาพองค์รวม

กระดูก เส้นเอ็น เสื่อมถอยลงไปทุกวัน
ความยืดหยุ่นลดลง สวนกับ เปอร์เซ็นต์ไขมันที่เพิ่มขึ้น
คอเลสเตอรอล ระดับน้ำตาล สูงติดเพดาน

ผลการตรวจร่างกายล่าสุดระบุว่า
ขยับสู่โรคหัวใจ และ เข้าใกล้เบาหวาน

จึงรวบรวมกำลังใจขึ้นไปบนเครื่องชั่ง
น้ำหนัก 52.8 kg. ไขมัน 29.4%
(20/06/53)

กลับไปอ่านประวัติเก่าย้อนหลังที่เคยเขียนไดอารีไว้ เกิดอาการสะเทือนใจ กราฟน้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ เหวี่ยงไปมา เป็นเวลากี่สิบปีแล้วเนี่ย เริ่มต้น ลดลง ชะล่าใจ เลิกไป แล้วก็เริ่มใหม่ เป็นวงจรนับครั้งไม่ถ้วน ทำไมชีวิตมันเป็นอย่างนี้ แค่ตัวเองยังบังคับไม่ได้

การรักษาสุขภาพอย่างมีวินัย
ต้องเริ่มใหม่กันตลอดชาติเลยไหม?
เป็นเรื่องเดียวที่ไม่แน่ใจ

อย่างน้อย เริ่มใหม่อีกครั้ง ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มทำอะไร

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments

Jun 20

โล่งอกไปที

หลังจากที่โดนโรงเรียนบังคับให้เรียนภาษาจีน 3 ปี ตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.3 นับเป็นความทรมานของน้องหมึกอย่างยิ่ง ด้วยผลการเรียนภาษาจีนแบบ D.Dog ติดพื้นล่าง จะตกไม่ตกแหล่ ทำเอาพ่อแม่ใจหายใจคว่ำ

ตามระเบียบแล้ว โรงเรียนบังคับให้เรียนภาษาจีน 4 ปี และปีนี้ ป.4 ก็ต้องเรียนด้วย แต่หมึกคิดว่าตัวเองคงทนเรียนภาษาจีนไม่ไหวอีกแล้ว จึงขอคุณครูเปลี่ยนไปเรียนภาษาญี่ปุ่น โรงเรียนจึงส่งจดหมายมาให้ฉันเซ็นต์ยินยอม ต้องบอกว่าดีใจจนพูดไม่ออก รีบเซ็นต์ให้ทันที หมึกจึงได้เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างเบิกบานใจ ในชั้น ป.4 นับว่าคุณครูให้ทางออกที่ทำให้แม่อย่างฉัน … โล่งอกไปที

หมึกเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นมาได้หลายสัปดาห์ ฉันซื้อสมุดคัดลายมือมาให้ บังคับให้เขียนทุกวัน พยายามพูดภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน และช่วยทบทวนบทเรียนให้สัปดาห์ละครั้ง เพราะไม่อยากป้อนข้อมูลบีบอัดตอนใกล้สอบ โชคดีที่หมึกไม่มีปัญหาวิชาอื่น และภาษาอังกฤษก็ใช้การได้ดี จึงเหลือแค่ฟิตภาษาญี่ปุ่นซึ่งฉันจะช่วยเต็มที่

บ่อยครั้งที่รู้สึกเหนื่อย และเบื่อที่ตัวเองไม่มีเวลาจะทำอะไรได้อย่างใจ เพราะต้องคอยวุ่นวายกับเรื่องครอบครัวและเรื่องของหมึก แต่พอเห็นความก้าวตามระยะเวลาที่ผ่านไป ก็รู้สึกชื่นใจ เรี่ยวแรงที่ลงไป … คุ้มมาก

การประคับประคองอารมณ์ของเด็กนั้นไม่ง่าย
เพราะไม่ใช่แค่ “สอน” หรือ “สั่ง” ให้ได้อย่างใจฉัน

“พ่อแม่” ต้องให้สิทธิ์ “เด็กๆ” ในการแลกเปลี่ยนความคิด
เพื่อค้นหาความต้องการร่วมของ “เรา”

การก้าวไปข้างหน้าด้วยกันสามารถทำได้
โดยให้เหตุผลและกำลังใจควบคู่กันไป
บวกกับการผลักดันเล็กๆ น้อยๆ ในทิศทางที่แอบคิดไว้

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

1
comments

Jun 19

ชำระภาษีรถยนต์ออนไลน์

ทุกปีฉันต้องชำระภาษีรถยนต์ภายในสิ้นเดือนนี้ แต่ปีนี้ง่ายและสะดวกกว่าปีก่อนมาก เพราะกรมการขนส่งทางบกเปิดให้บริการ “ชำระภาษีรถยนต์ออนไลน์” ซึ่งมีขั้นตอนง่ายแสนง่าย

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ กรมการขนส่งทางบก
  2. กรอกข้อมูล ลงทะเบียนในหน้าสมาชิกใหม่
  3. รหัสสมาชิก คือ รหัสบัตรประชาชน ส่วนพาสเวิร์ดเขาจะส่งมาให้ทางอีเมล์ที่เราแจ้งไว้
  4. เข้าสู่ระบบ ใส่ข้อมูลทะเบียนรถที่ต้องการจ่ายภาษี
  5. ถ้ายังไม่ได้ซื้อ พรบ. ก็สามารถกรอกข้อมูลขอซื้อ พรบ. ออนไลน์ ได้ทันที โดยสามารถเลือกบริษัทประกันภัยใดก็ได้ แต่ถ้าซื้อ พรบ. มาแล้ว ก็ให้กรอกข้อมูลหมายเลข พรบ. ที่ซื้อมาแล้วลงไปได้เลย
  6. พิมพ์เอกสารที่จะใช้ในการชำระเงินออกทางพรินเตอร์
  7. ถือเอกสารไปชำระที่ธนาคารหรือเคาท์เตอร์เซอร์วิสใกล้บ้าน
  8. รอรับใบเสร็จตัวจริงและแผ่นป้ายสำหรับติดหน้ารถทาง EMS

ฉันลองใช้บริการนี้แล้วประทับใจมาก หลังจากนำเอกสารไปจ่ายเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ได้รับใบเสร็จตัวจริง และแผ่นป้ายสำหรับติดหน้ารถ ภายในเวลาเพียงแค่ 3 วัน

ค่าใช้จ่ายสำหรับความสะดวกนี้ กรมการขนส่งทางบกคิดเพิ่ม จากภาษีที่ต้องจ่ายปกติ +40 บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการส่ง EMS และอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในการจ่ายชำระ +20 บาท

ดั้งนั้น วิธีนี้จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจากปกติ รวมทั้งสิ้น 60 บาท ซึ่งนับว่าถูกที่สุดแล้ว เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเอง และถ้าให้ร้านทั่วไปที่ให้บริการเหล่านี้ไปดำเนินการแทนเรา ร้านจะคิดค่าบริการไม่ต่ำกว่า 100 บาท

การออกแบบเว็บไซต์
สะอาดตา ทำงานไว ใช้งานง่าย

ที่เลิศสุดๆ คือ ระหว่างที่จ่ายเงินไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับแผ่นป้ายติดหน้ารถทางไปรษณีย์ เราอาจจะมีความกังวลใจ ก็สามารถตรวจสอบสถานะของการชำระภาษีจากเว็บไซต์ได้ เขาจะบอกเลยว่า ทะเบียนรถของเรากำลังอยู่ในขั้นตอนใด เช่น จัดส่งเอกสารแล้ว ฯลฯ

บริการนี้ไม่ได้สงวนไว้เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น รถมอเตอร์ไซค์ รถในนามบริษัท ฯลฯ ก็สามารถใช้บริการนี้ได้ด้วย จึงอยากเชิญชวนให้เพื่อนๆ หันมาใช้บริการออนไลน์

ชำระภาษีรถผ่านอินเทอร์เน็ต
เสียภาษีทัน ประหยัดน้ำมัน ประหยัดเวลา

หมายเหตุ วิธีนี้ไม่ต้องส่งเล่มทะเบียนรถไปให้เขานะคะ

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments

Jun 19

ระนาดเอก

ขอซื้อระนาดมาเป็นเดือนกว่าจะได้ระนาดสมใจนึก
ค่ำนี้ใครผ่านมาอย่าแปลกใจ
เสียงระนาด … สนั่น … เบาวอลุ่มไม่ได้

จากการสอบถามจากผู้รู้ ทำให้ทราบว่าวัสดุไม้ที่ใช้ทำรางระนาดมีหลายชนิด ซึ่งแตกต่างกันทั้งคุณภาพและราคา เช่น ถ้าเป็นไม้สักราคาจะแพงมาก นอกจากเนื้อไม้ ราคาก็ยังขึ้นกับลายด้านข้างด้วย ระนาดที่ซื้อให้หมึกนั้น ราคาปานกลาง รางระนาดทำจากไม้ขนุน ลายขอบสีทอง

คุณครูบอกฉันว่า เครื่องดนตรีไทยไม่มีตกรุ่น ยิ่งเก่าเสียงยิ่งดี ถ้าหมึกขยันซ้อมไปเรื่อยๆ อย่างนี้ รับรองว่ายิ่งนานยิ่งกังวานขึ้นเรื่อยๆ เพราะแรงข้อมือดีขึ้น และเสียงระนาดเริ่มเข้าที่ โอ้แม่เจ้า แค่นี้ก็ว่าดังแล้วนะ ถ้าดังกว่านี้ข้างห้องจะด่าไหมเนี่ย

ลองจินตนาการถึงชาวต่างชาติที่อยู่ร่วมอพาร์ทเมนต์ กลางค่ำกลางคืนได้ยินเสียงระนาดแบบไทยๆ แว่วๆ แบบไม่รู้ที่มาที่ไป ก็อาจจะมีหลอนได้เหมือนกัน

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments

Jun 18

คุมอง เปียโน ระนาด และหมากล้อมโกะ

เปิดเทอม ป.4 มาแล้ว ประมาณ 1 เดือน หลายคนถามด้วยความห่วงใย
หมึกเรียนหนักไหม? ทำอะไรอยู่บ้าง?

หลังจากปีที่แล้ว หมึกสมัครใจเรียนและติวอย่างหนัก ตลอดระยะเวลา 1 ปี ในช่วงที่เรียนชั้น ป.3 และเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งวิชาการหลายสนาม ปีนี้เจ้าตัวบอกฉันว่าขอพักทำอะไรที่อยากทำ โดยไม่เรียนพิเศษหลังเลิกเรียน และไม่เข้าคอร์สติวอะไรเพิ่มเติมเลย ฉันก็ตกลงตามนั้น

วิชาการนอกชั้นเรียนจึงเหลือเพียง ทำแบบฝึกหัดคุมองด้วยตนเองทุกวัน เข้าศูนย์คุมองสัปดาห์ละครั้งเย็นวันศุกร์ 17.00 – 19.00 น. เพื่อไปส่งการบ้าน และตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนด้วยตนเองกับคุณครู

ตอนนี้หมึกกำลังมุ่งมั่นที่จะสอบ คณิตศาสตร์คุมองระดับ I (เทียบเท่าชั้น ม.3) ยกกำลังคล่อง ถอดรูทเป็น แยกตัวประกอบได้ (a^2+2ab+b^2) ประมาณนี้ ส่วนคุมองภาษาอังกฤษจะเน้นแบบฝึกหัดเกี่ยวกับ grammar และการอ่านเขียน เพราะที่โรงเรียนใช้ทักษะการพูดเยอะแล้ว

นอกเหนือจากคุมองก็เป็นกิจกรรมบันเทิงล้วนๆ

หมึกเรียนเปียโนมาตั้งแต่ 3 ขวบ ตอนนี้เรียน “เปียโน” ขั้นกลาง Grade8 ทุกวันอาทิตย์บ่าย และตั้งใจซ้อมสม่ำเสมอทุกวันก่อนนอน วันละ 20 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศในบ้านหวานมาก

ตั้งแต่ดูหนังเรื่องระนาดเอกเมื่อหลายปีก่อน หมึกก็ฝังใจใฝ่ฝันอยากเล่นดนตรีไทย พอเปิดเทอม ป.4 ก็ตรงดิ่งไปสมัครเข้าวงปี่พาทย์ โปรเจคใหม่ปีนี้ คือ “ระนาด” ซึ่งนอกจากเลือกเรียนเป็นวิชาเลือกที่โรงเรียนแล้ว ยังขอไปเรียนเพิ่มเติมในวันเสาร์เช้าด้วย

เรียนไปสักพักก็มาขอซื้อระนาด ซึ่งทำให้ฉันลังเลใจ ไม่รู้ว่านักดนตรีน้อยจะจริงจังแค่ไหน จึงบอกคุณครูไปตรงๆ “มาสเซอร์คะ ที่บ้านมีเปียโนแล้ว ถ้าจะต้องซื้อระนาดมาตั้งอีกอย่าง ก็อยากให้เขาเล่นจริงจังนะคะ อยากให้มาสเซอร์ช่วยดูความตั้งใจ ว่าควรซื้อหรือไม่ ที่บ้านแคบมาก ไม่อยากได้เฟอร์นิเจอร์เพิ่มแล้วค่ะ”

หลังจากนั้นสองสัปดาห์มาสเซอร์โทรมา “ผมคิดว่าเขาหน่วยก้านดี หัวไว และตั้งใจนะครับ ถ้าคุณแม่พร้อมที่จะซื้อให้เขา ผมก็คิดว่าเหมาะครับ เขาจะได้ซ้อมที่บ้านด้วย” ดังนั้น สัปดาห์นี้ฉันจึงต้องเคลียร์พื้นที่ว่าจะเอาระนาดมาลงตรงไหน

นอกจากระนาดหมึกก็ไปสมัครเข้า “ชมรมหมากล้อมโกะ” ซึ่งจะประชันฝีมือกันช่วงพักกลางวัน และมีการไต่ระดับอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หมึกชอบเล่นโกะมานานแล้ว แต่เข้าชมรมไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนตอนช่วงพักกลางวันต้องติววิชาการ ปีนี้เลยได้เล่นโกะสมใจ

ประโยชน์ของการเล่นหมากล้อมโกะมีมากมาย ทั้งการวางแผนกลยุทธ์ คณิตศาสตร์ ปรัชญา และสมาธิ ควบคู่กันไปหลายด้าน การใช้เวลาเล่นโกะจึงดีกว่าเกมส์คอมพิวเตอร์มาก ดังนั้นคำขอล่าสุดที่ทำให้ฉันคิดหนัก คือ “แม่ครับ หมึกอยากได้กระดานโกะ อยากเล่นที่บ้านกับคุณแม่”

ไม่ใช่ว่ากลัวจะเล่นสู้หมึกไม่ได้ แต่กระดานโกะที่ว่านั่นมันแพง กระดานและตัวหมากอย่างดี ชนิดเล่นกันชั่วลูกชั่วหลาน ราคาหลายพันบาท ส่วนชนิดที่ราคาถูกกว่า ซึ่งมีคุณภาพสมฝีมือก๊องแก๊งในขั้นนี้ ก็ยังราคาเกือบพัน และที่สำคัญระนาดเอกกำลังจะมาส่งวันเสาร์นะเนี่ย

โดยรวมๆ ปีนี้ พอลดความเครียดจากงานวิชาการลงไป หมึกก็มาปลิ้นออกทางสร้างสรรค์สุดๆ ซ้อมดนตรีจริงจัง บ้าพลังไปกับการวาดรูป นอนกระดิกขาดูการ์ตูน เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์แนว Strategy จัดทัพวางแผนการรบ ซึ่งฉันอนุญาตให้เล่นเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ไม่ให้เล่นในวันธรรมดา

ตอนนี้มี 2 คำถามในใจ

  1. ฉันควรซื้อกระดานหมากล้อมโกะให้หมึกหรือไม่?
  2. ฉันตามใจลูกมากไปไหม?
Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

3
comments

Jun 18

ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้

ขับรถไปกับเจ้าหมึกสองคน เราตกลงแบ่งช่วงเวลากันอย่างนี้ ตอนเช้าฉันขอฟังข่าว FM96.5 หรือ FM100.5 ตอนเย็นหมึกขอฟังเพลง FM104.5 หรือ FM106.5 การฟังวิทยุด้วยกันทำให้เรามีเรื่องสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นประจำ เช้าๆ มักเป็นเรื่องข่าว เย็นๆ มักเป็นเรื่องเพลง

ท่อนหนึ่งของเพลงที่หมึกติดใจร้องว่า “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” หมึกก็คร่ำครวญอยู่อย่างนั้น จนฉันทนไม่ได้

หมึกคิดว่าเขาพูดจริงไหม

ก็คงจริงนะ “ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้” (ยังคงคร่ำครวญไม่เลิก)

ขาดแล้วจะเป็นยังไง มันก็ยังอยู่ต่อไปได้ มันยังไม่ตายหรอก แต่อาจจะสุขน้อยลงเท่านั้นเอง

อืม คงงั้นมั๊ง (เด็ก ป.4 เริ่มใช้ความคิด)

ไม่มีใครขาดใครไม่ได้หรอก แต่อยู่กับบางคนแล้วเราอาจจะสุขมากหน่อย

“ชีวิตหมึกขาดแม่ไม่ได้” (อุ๊ย … เนื้อเพลงเปลี่ยนไป)

สักวันนึงถ้าขาดแม่หมึกก็คงอยู่ได้ แม่ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้านะ

แต่ถ้าขาดแม่ไปตอนนี้หมึกอยู่ไม่ได้ หมึกจะไม่มีค่าขนม ไม่มีใครมารับที่โรงเรียน จะเรียกแท็กซี่ก็ไม่ได้ ไม่มีตังค์ ชีวิตคงลำบากนะครับ

คิดเรื่องเงินมาก่อนเลยนะยะ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

สักวันหนึ่งเราคงไม่มีกัน แต่ฉันเชื่อมั่นว่าเด็กที่สามารถรักตัวเองได้ ละเมียดละไมและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองดี จะสามารถโอบกอดจิตใจตนเองให้อบอุ่น ในวันที่เหน็บหนาว สามารถยืนหยัดท่ามกลางสายลมแห่งความเหงา โดยไม่ตีโพยตีพาย

ภาวะเอื้ออาทรทางใจเกิดขึ้นได้ง่าย
ยามที่เรารู้สึกดีกับใคร

… แต่ …
ความรู้สึก “ขาดเธอไม่ได้” เทียบเท่า อันตราย

ทุกขณะจึงต้องเฝ้าระวังความรู้สึก
ไม่ให้ถลำลึกเป็นภาระใคร

ถ้ารักจริงอย่าพูดว่า “ขาดเธอไม่ได้”
เพราะมันเป็นการผลักภาระไปให้คนที่รักอย่างแยบยล
จนอีกคนยากจะปฏิเสธง่ายๆ

ชีวิตฉัน “ขาดเธอก็อยู่ได้”
แต่การมีเธอข้างกายทำให้ชีวิตนี้ … เยี่ยมมาก

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments

Jun 15

เสต็ปของความทุกข์

โดนยิงคำถามนี้ตอนสอบสัมภาษณ์
“เรื่องอะไรที่ทำให้ทุกข์ที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา”

น่าแปลกมากที่ตอนนั้นนึกไม่ออกเลย ไม่มีเรื่องไหนโดดเด่นขึ้นมา เลยยิ้มๆ ตอบกรรมการไปว่า
“ไม่ค่อยมีค่ะ เรื่องที่ทุกข์มากๆ ไม่ค่อยมี ส่วนมากมันก็เรื่อยๆ”

ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แม้ว่าหลายปีมานี้จะมีเรื่องราวเข้ามาตลอด ยุ่งๆ วุ่นๆ ทำให้ชีวิตเอียงไปเอียงมา แต่ละวันไม่มีตารางปฏิบัติการแน่นอน เสียศูนย์ก็มีบ้าง เหนื่อย เซ็ง เบื่อ ท้อ บ่น ก็ธรรมดาเป็นครั้งคราว แต่ไม่นานก็ลุกขึ้นมาสนุกกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่านพ้นไปได้

เก็บคำถามเดิมกลับบ้านมานั่งคิด พอให้เวลากับตัวเองในการท่องอดีต กลับพบว่ามีเรื่องทุกข์ผุดขึ้นมาได้มากมาย เรื่องงาน เรื่องเพื่อน เรื่องครอบครัว เรื่องหัวใจ นี่หละคนเรา พอเปิดโอกาสให้ความทุกข์ได้จู่โจมโดยการคิดเรื่องเก่า ความทรงจำก็ไม่ยั้งมือ

แค่เพียงย้อนคิด
ความทุกข์ก็จู่โจมชีวิต … ทันทีทันใด

จึงปรับโฟกัสความคิดแล้วถามตัวเองด้วยคำถามใหม่ “เรื่องอะไรที่ทำให้สุขที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” แล้วก็พบว่าล้วนเกี่ยวพันกับช่วงเวลาที่ข้ามพ้นความทุกข์เมื่อสักครู่ คล้ายว่าหลังความทุกข์มีสุขรออยู่ ขอเพียงมีความหนักแน่นเข้มแข็ง และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ความหวังก็ทอประกาย

ทุกเสต็ปของความทุกข์
ที่แท้แล้ว คือ บันไดทอดไปสู่ความสุข

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

2
comments

Jun 14

โอกาสที่ไขว่คว้า … กว่าจะได้มา

เช้าวันจันทร์ 14/06/53 เวลาสิบเอ็ดโมงกว่าๆ
ได้รับแจ้งผลสอบทางโทรศัพท์
เสียงใจดีทางโน้นพูดมาว่า “ดีใจด้วย คุณสอบผ่านนะคะ”

อยากกรี๊ดดังๆ แต่ทำไม่เป็น และกำัลังขับรถอยู่
ตอนนั้นเหมือนหัวใจจะกระโดดออกมาอยู่ข้างนอก
แต่กลับตอบไปเพียงสั้นๆ “ขอบคุณค่ะ”

ขอบคุณที่เชื่อมั่น
ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ฉัน
ได้ทำในสิ่งที่ฝันมายาวนานหลายปี

ระเวลา “ฝึกงาน 6 เดือน” นับจากนี้
เป็นช่วงเวลาพิสูจน์ตัวเอง

พิสูจน์ว่า … มนุษย์อย่างฉันนั้น

เป็นเพื่อนที่ดีได้ (จริงไหม?)
ถูกฝึกให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ (จริงไหม?)
ยอมรับเพื่อนมนุษย์โดยไม่ตัดสินถูกผิดได้ (จริงไหม?)
ช่วยประคองให้ผู้อื่นตัดสินใจโดยไม่ตัดสินใจแทนได้ (จริงไหม?)

ล้วนเป็นเรื่องที่ท้าทายตัวตน
ไม่ต้องการพิสูจน์ให้ใครได้รู้ แค่อยากทำให้ตัวเองได้เห็น

สิ่งที่อยากเป็น

Born to BE or Train to BE

ในขณะที่ฉันยิ้มกับตัวเองคนเดียว
เสียงใจดีทางโทรศัพท์ก็ดึงฉันกลับสู่ปัจจุบัน
“แล้วพบกัน วันเสาร์นี้นะคะ”

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments

Jun 13

ฟังอย่างเอาใจใส่ มิใช่อยากรู้เรื่องราว

สิ่งที่ได้กลับมาจากคลาสเรียนวันที่สอง …

  • ถ้าเราเชื่อมั่นในศักยภาพการแก้ปัญหาของมนุษย์ เราจะฟังปัญหาของคนอื่น โดยไม่พยายามเสนอแนะแนวทางเพื่อแก้ไขมัน
  • เราถูกสอนให้ปฏิเสธสิ่งที่อยู่ในใจ แล้วเชื่อสิ่งที่อยู่ในหัว ทุกวันนี้จึงมีเหตุมีผลและคิดมากไป แต่เข้าใจความรู้สึกกันน้อย
  • ไม่มีสิ่งที่ควรทำ มีแต่สิ่งที่ควรละ (ละสิ่งที่ไม่ควรทำ)
  • การฟังแบบไม่ถลำเข้าไปในเรื่องราว เราจะไม่ทุกข์ ไม่สุข ไม่ขำ
  • ถ้าพยายามจะเข้าใจเขาเมื่อไหร่ เราจะถูกครอบงำด้วยความพยายาม ในการฟังเพื่อพยายามเข้าใจนั้น ความพยายามอยู่ที่ไหน ความล้มเหลวอยู่ที่นั่น ดังนั้นอย่าพยายาม
  • ควรฟังแบบเอาใจใส่ในความรู้สึก ไม่ใช่ฟังแบบอยากรู้เรื่องราว
  • ถ้าเราหาความสุขจากการอยู่เฉยๆ ได้ โดยไม่ต้องพยายามทำอะไร ก็จะมีความสุขจากข้างใน ซึ่งความสุขนั้นมักฉายชัดออกมาจนคนอื่นรู้สึกได้
  • ความลังเลเมื่อต้องตัดสินใจ เกิดขึ้นเพราะเราอยากได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยลืมไปว่าความผิดหวังนั้นเป็นธรรมดา
  • เรียนรู้ที่จะผ่อนใจออกจากสิ่งที่คาดหวังบ้าง
  • การเลือกเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล จะถูกหรือผิดในความรู้สึกเรา มันก็เป็นสิ่งที่เขาเลือก เราควรเคารพการตัดสินใจของเขา

ยังมีเรื่องสำคัญอีกมากมายที่ได้เรียน และต้องเก็บกลับมาใช้เวลาย่อยทำความเข้าใจ เพื่อปรับสู่การนำไปใช้ เป็นระยะเวลาสองวันที่เหนื่อยแต่คุ้มค่า

จบคลาสก็มีการสอบสัมภาษณ์ อีกหลายวันกว่าจะประกาศผล ปกติแล้วฉันจะมีความมั่นใจทุกครั้งที่สอบ เหมือนเป็นนักสอบมืออาชีพ ประเภทที่ออกจากห้องสอบปุ๊บก็ทายผลได้เลย น้อยครั้งนะที่ฉันจะสับสนและไม่แน่ใจในตัวเอง แต่ครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในจำนวนน้อยนั้น

สอบได้ก็ดี สอบไม่ได้ก็ดี

ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต ย่อมมีเหตุผลของมัน
แต่บ่อยครั้งเราก็ไม่ได้รับอนุญาตให้รู้

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • Facebook
  • Google Bookmarks
  • Live-MSN

0
comments