“เกาะเกร็ด” ตั้งอยู่ที่ ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนที่เป็นแหลมในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ.2265 ชื่อ “คลองลัดเกร็ดน้อย”
การไปเที่ยวเกาะเกร็ด หากต้องการความคึกคัก แนะนำให้ไปในวันเสาร์และอาทิตย์ หากต้องการชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ถ่ายรูปวัดวาอาราม และบ้านเรือนเก่าโบราณ ก็แนะนำให้ไปในวันธรรมดา วันที่ฉันไปนั้นเป็นวันจันทร์ที่ผู้คนบางตา ก็เป็นความตั้งใจเพราะเคยไปในวันสุดสัปดาห์แล้วคนเยอะจนเดินแทบไม่ได้
หากนำรถไปเองให้จอดรถที่ วัดสนามเหนือ แล้วลงเรือข้ามฟากไปขึ้นที่ วัดปรมัยยิกาวาส ค่าเรือข้ามฟากคนละ 2 บาท รอบเกาะเกร็ดมีระยะทางประมาณ 6.7 กม. หากจะเดินเที่ยวเองด้วยสองเท้าคงไม่ง่าย และจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่งก็อยู่ห่างๆ กัน การเที่ยวเกาะเกร็ดจึงมีหลายวิธี
- เหมาเรือเที่ยว แวะจุดต่างๆ ที่สำคัญ ราคาเหมาลำ 500 – 600 บาท
- นั่งมอเตอร์ไซค์ เที่ยวได้ตามใจในราคา 50 บาท/ชั่วโมง
- เช่าจักรยาน คันละ 40 บาท ไม่จำกัดเวลา ไม่มีมัดจำ แต่ต้องแลกบัตรประชาชน
แต่ข้อจำกัดของมอเตอร์ไซค์และจักรยาน คือ หากต้องการแวะซื้อขนมหวานเลื่องชื่อประเภท ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุนที่ “บ้านขนมหวาน” ก็มีทางเดียวที่จะไปถึงได้ คือ ทางเรือ เราไม่สามารถไปถึงบ้านขนมหวานโดยวิธีอื่นได้ ถ้าขี่จักรยานก็ต้องไปจอดแล้วขึ้นเรือต่อที่ ท่าวัดจันทร์ ค่าเรือ 20 บาท
ผู้คนที่เกาะเกร็ดเป็นชาวมอญ เด็กบางคนก็ยังไว้จุกอยู่ และจะโกนจุกเมื่ออายุได้ 9 ขวบ เจดีย์สไตล์มอญงามแปลกตา เช่น “พระมหารามัญเจดีย์” ก็หาชมได้ที่นี่ เมื่อขึ้นจากเรือข้ามฟากที่ท่าของวัดปรมัยยิกาวาส ก็แวะเที่ยวชม “เจดีย์เอียง” และ “หอไทยนิทัศน์” เครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเปิดให้เข้าชม จ. – ศ. 13.00 – 16.00 น. / ส. – อา. 9.00 – 17.00 น.
![]() |
![]() |
ถนนสายหลักมีของขายมากมาย ส่วนใหญ่เป็นเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมีชื่อเสียงมากของเกาะเกร็ด บางชิ้นแกะสลักลวดลายได้สวยงามมาก เราสามารถชมขั้นตอนการผลิตได้อย่างใกล้ชิดที่ “โรงงานเครื่องปั้นดินเผาป้าตุ่ม” แล้วอย่าลืมอุดหนุนเครื่องปั้นดินเผากันนะจ๊ะ
ระหว่างทางเดินแนะนำให้ชิม “ทอดมันหน่อกะลา” ซึ่งใ้ช้หน่อกะลาแทนถั่วฝักยาว รสชาติเข้ากันดีกับน้ำจิ้มรสเด็ด คุณแม่ค้าบอกว่า หน่อกะลา นอกจากอร่อยก็ยังช่วยบำรุงหัวใจ และลดคอเลสเตอรอลด้วย
ในวันที่อากาศร้อน “ไอติมโบราณ” แท่งละ 3 บาท หวานชื่นใจ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนไม่น้อยไปกว่า “กาแฟโบราณเย็นเจี๊ยบในโอ่งดินเผาใบเล็กๆ” ราคาขาย 20 บาท ไม่แพงเลย แถมยังได้โอ่งเล็กๆ กลับบ้านมาเป็นที่ระลึกด้วย
“ข้าวแช่ร้านลุงแดง” เป็นเมนูที่ฉันชวนให้ไปชิม ข้าวที่นี่หุงกับอัญชัญ จึงมีสีม่วงอ่อนสวยงาม เสริฟในน้ำแข็งเย็นชื่นใจ ทานกับหมูหวาน ไชโป้ว กะปิชุบไข่ทอด และหมูบด ราคาชุดละ 25 บาท (ชุดเล็ก) เทียบกับข้าวแช่ราคาชุดละ 100 บาท ที่เคยทานจากร้านอาหารชื่อดังในห้างสรรพสินค้าแล้ว ข้าวแช่ร้านลุงแดงหอมอร่อยกว่ามาก ส่วนอาหารเที่ยงเมนูแนะนำที่ไปชิมมาแล้ว คือ “ขนมเบื้องรามัญ” 20 บาท อิ่มไปทั้งวัน
![]() |
![]() |
![]() |
ฉันชอบบรรยากาศโบราณแท้ๆ ที่เกาะเกร็ด โบราณแบบชาวบ้านที่อยู่กันมานานอย่างนั้น ไม่ใช่โบราณแบบปรุงแต่ง หรือตั้งใจจะโบราณ “ร้านทำผม” ที่เกาะเกร็ด ทำให้ฉันนึกถึงร้านทำผมสมัยที่ฉันยังเด็กๆ ร้านทำผมที่สุราษฎร์ธานี ลูกค้าและเจ้าของร้านมีวัยระดับคุณยายกับคุณป้า
บ้านที่ “รับวาดภาพเหมือน” บรรยากาศร่มรื่นน่ารัก กับ “ร้านเหล้า” ที่มีบรรยาศครึ้มใจสไตล์อินเดียนแดง ก็ดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยวอย่างไม่ต้องตั้งใจ
ชาวบ้านที่เกาะเกร็ด อัธยาศัยดี ไมตรีงาม ถ้าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ยังไม่รู้จะไปไหน “เกาะเกร็ดยินดีต้อนรับนะคะ” แต่ถ้ายังลังเลใจ เชิญไปชมภาพที่เก็บมาฝากกันได้ที่ Picasa ^_^









แนะนำที่พักบนเกาะเกร็ดค่ะ
หากใครมีโอกาสมาเที่ยวเกาะเกร็ด ขอเชิญแวะมาชมบรรยากาศที่บ้านพักของเรานะค่ะ “เกาะเกร็ดโฮมสเตย์” ที่พักในสวนค่ะ มีกิจกรรมมากมายให้ทำ เหมาะกับทั้งมาเป็นคู่และเป็นกลุ่มค่ะ มีเรือให้พายชมสวน ทำอาหาร ปิ้งบาร์บีคิวกันค่ะ ชมบรรยากาศได้ที่ http://www.kohkredhomestay.com หรือติดต่อ 087-029-0938 ค่ะ