หลังจากเขียนบล็อคเมื่อวานนี้เสร็จ ก็นั่งเซ็งๆ ปลงๆ ชีวิตอยู่สักพัก ท่านเจ้าสำนักก็โทรมาชวนออกไปชนแก้วรอบหม้อจิ้มจุ่มแถวอ่อนนุช เทียบเชิญนั้นไม่ได้ทำให้ฉันคิดมากเรื่องจะไปหรือไม่ แต่ข้ามช็อตไปคิดเรื่องจะเดินทางยังไง ในคืนวันศุกร์สิ้นเดือนที่รถเมืองกรุงติดชิ๊พพพพพ
ความตั้งใจของคนโทรมาชวนทำให้รู้สึกตื้นตันในน้ำใจ เพราะฉันเห็นเตรียมเครื่องดื่มและของสดไว้ไม่ขาด อุตส่าห์ลงทุนเลิกงานไวไปจ่ายตลาด ให้เพื่อนๆ น้องๆ ไปล้อมวงเฮฮากันถึงบ้านพักส่วนตัว เพื่อนำเสนอ ”เตาแม่เหล็กไฟฟ้า” ที่เพิ่งซื้อมาใช้ได้สองครั้ง พร้อมทั้งเครื่องครัว
เตาเนี่ย พอกดปุ่มเพิ่มความร้อน แป๊บเดียวมันก็เดือดไว พอกดปุ่มลดความร้อนตรงนี้ น้ำที่เดือดอยู่ก็นิ่งทันที ไม่เหมือนเตาไฟฟ้าทั่วไปที่ต้องรอนาน เพราะนี่มันเป็นเตาแม่เหล็กไฟฟ้านะซาร่า
ค่ะ จอร์จ มันเยี่ยมมากๆ เลย
หากคุณโทรมาภายในห้านาที …
รอบหม้อจิ้มจุ่มของจอร์จมีแก้วหกใบของ พี่นิว ตู๋ เก๋ แจ๊ค อ้อ และฉัน สี่ใบแรกมีพี่จอห์นนี่ผสมด้วย แก้วใบที่ห้าปลอดแอลกอฮอล์ บรรจุโค้กเพียวๆ ของอ้อ ส่วนใบสุดท้ายบรรจุน้ำเปล่าของฉัน แต่แก้วหกใบที่กระทบกันเหนือหม้อจิ้มจุ่มนั้น เสียงยังเหมือนเดิม … กริ๊ก
ตั้งแต่ปีใหม่ก็ไม่ได้ไปนั่งล้อมวงสบายๆ พูดคุยเฮฮาในบรรยากาศอย่างนั้น 2 เดือนแล้วนะ เป็นค่ำคืนที่รู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ สบายจนไม่รู้จะพูดอะไร เลยได้แต่กอดหมอนอิง นั่งยิ้มเงียบๆ ฟังคนอื่นคุยไป
บ๊าย บาย ทุกคน กลับตอนห้าทุ่มกว่าๆ
ขออภัยที่ไม่ได้อยู่จนเลิกรา และเสียมารยาทลากลับมา
ประโยคที่อยากพูดซ้ำมีประโยคเดียว …
ขอบคุณนะคะพี่นิว ^_^
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ตอนที่ขับรถกลับบ้าน
ฉันรู้สึกเหมือนเรื่องราวหนักๆ ที่เก็บไว้ มีน้ำหนักเบาขึ้นจนน่าแปลกใจ
… ความจริง …
เรื่องราวพวกนั้นอาจจะไม่ได้เบาลงมันยังคงเหมือนเดิม
แต่การพาตัวเองไปอยู่ในสภาพที่แรงโน้มถ่วงน้อย
คงทำให้จิตใจเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น
คล้ายกับตอนที่ “นีล อาร์มสตรอง” ยืนอยู่บนดวงจันทร์ (งั้นมั๊ง)
… เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า …
ในสภาพแวดล้อมบางอย่าง
เรื่องที่คิดว่าคอขาดบาดตายอาจจะกลายเป็นเรื่องเล็กไปได้
ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหว ก็ควรจะเปลี่ยนเงื่อนไขซะบ้าง




แก้วน้ำเปล่าปลอดแอลกอฮอล์ เก่งสุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ขอบคุณที่ให้เกียรติแวะมานะครัฟ
ไว้มีกิจกรรมพักสมองอีกจะชวนนะครัฟ
“บางนาที ชีวีก็มีไว้เพื่อเฮฮา” ^ ^