เมื่อวานเพิ่งเขียนเรื่องคนที่ตายจากไปกับคนเสียใจที่ยังมีชีวิตต่อ พอเช้ามาก็ได้ข่าวราชาเพลงป๊อปชื่อก้องโลก “ไมเคิล โจเซฟ แจ็คสัน” (Michael Joseph Jackson) ที่โด่งดังจากท่าเต้นลูบเป้า เสียชีวิตในลอสแองเจลลิส
ไมเคิลเกิดในวันที่ 29 สิงหาคม 2501 (อายุมากกว่าฉัน 18 ปี พอดิบพอดี) และเสียชีวิตลงเมื่ออายุ 50 ปี ด้วยอาการหัวใจวายฉับพลัน ในบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2552
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ข่าวการจากไปในวันเดียวกันอีกข่าวที่ดังไม่แพ้กัน คือ การจากไปด้วยโรคมะเร็งของสาวผมบลอนด์ นางฟ้าชาร์ลีย์ “ฟาร์ราห์ ฟอว์เซตต์” (Farrah Fawcett) ที่มี “ไรอัน โอนีล” สามีคู่ชีวิต เคียงข้างจนถึงวาระสุดท้าย
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
คนเราเมื่อวานยังเห็นกันอยู่ดีๆ วันนี้ตายจากไปง่ายๆ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ไมเคิลทุ่มเทซ้อมอย่างจริงจัง
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ขายบัตรหมดไปแล้ว
กลายเป็นทัวร์คอนเสิร์ตที่ไมเคิลไม่มีโอกาสได้เล่น
ไรอันเพิ่งขอฟาราห์แต่งงานที่โรงพยาบาลเมื่อไม่นานมานี้
หลังจากที่อยู่ด้วยกันมานานหลายสิบปี
กลายเป็นการแต่งงานที่ไม่มีโอกาสเป็นจริง
ไมเคิลจากไปพร้อมคดีละเมิดเด็กและเยาวชนที่ยังค้างคา
ฟาร์ราห์จากไปพร้ัอมกับสารคดีชีวิตช่วงสุดท้ายที่เธอใส่ชุดคนไข้
ราชาเพลงป๊อปที่ผ่านศัลยกรรมพลาสติกหลายครั้งหลายครา
กับความไม่เที่ยงของทรงผมที่คนทั่วโลกเคยคลั่งไคล้หลังทำเคมีบำบัด
… สะท้อนความจริงของโลกใบนี้อย่างตรงไปตรงมา …
ศาสนาพุทธจึงสอนให้เราดำรงตนอยู่บนความไม่ประมาท
และให้เจริญมรณานุสติว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา
เพื่อที่จะได้เข้าใจและไม่ฟูมฟายกับการจากลาทั้งเป็นและตาย
และมองเห็นความจริงแท้ของทุกอย่างที่
… ไม่มี “ตลอดไป” …
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
อดคิดไม่ได้ว่าถ้าวันหนึ่งฉันจากโลกนี้ไป
ผู้คนจะคิดถึงฉันในแง่ไหน?



