หลังจากช่วงวันหยุดที่วุ่นวายผ่านไป สามวันที่แทบจะไม่ได้พักและยากจะหาเวลาส่วนตัว เช้าวันอังคารงานก็ประเดประดังมาไม่ขาดสาย กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างได้ก็บ่าย โดยที่ยังไม่ได้รับประทานอะไร
ฉันสตาร์ทรถโดยที่ยังไม่รู้จะไปไหน แค่รู้สึกว่าต้องออกไปจากออฟฟิศให้ได้ ก็มองเห็นระดับน้ำมันขีดสุดท้ายกระพริบติ๊บๆ ปั๊มบางจากจึงเป็นจุดหมายที่ไม่ต้องคิดมากมาย หลังจากน้ำมัน E20 เต็มถัง ฉันก็นั่งรากงอกอยู่ที่ร้านกาแฟอินทนิลในปั๊มนั่นเอง
มื้อเที่ยงในเวลาบ่ายสองโมงจึงประกอบด้วย ลาเต้ร้อนรูปใบไม้ห้าแฉก กับวอฟเฟิลราดน้ำผึ้ง ความจริงฉันควรจะหาอาหารที่ดูเป็นอาหารมากกว่านี้รับประทาน แต่ไม่มีพลังมากพอจะทำอย่างนั้น เลยปล่อยตัวตามสบาย

หลังจากวอฟเฟิลกับกาแฟหมดไป พร้อมกับการอ่านข่าวออนไลน์ และเช็คราคาหุ้นรอบบ่าย ฉันก็ปล่อยตัวเองให้นั่งเงียบๆ นิ่งๆ อยู่นาน จิบชาร้อนที่กลายเป็นชาเย็นชืดตามสภาพอากาศอย่างยอมจำนน
ที่นั่งของฉันอยู่นอกร้านเลยจากทางเข้ามาเล็กน้อย ลมพัดเย็นสบาย หอบเอกสารใส่เป้มาแต่ไม่อยากทำอะไร เลยนั่งมองดูผู้คนผ่านเข้าออกจากร้านกาแฟ พร้อมเครื่องดื่มที่พวกเขาโปรดปราน ชานมเย็น กาแฟดำ โกโก้ร้อน ต่างคนต่างเลือกสรร
เพียงแค่เครื่องดื่มยามบ่าย ต่างจิตต่างใจยังไม่เหมือนกัน
แล้วนับประสาอะไรกับชีวิตที่ซับซ้อนกว่านั้น
บางคนมีเครื่องดื่มอยู่ในใจก่อนจะก้าวเข้าไปในร้าน แต่บางคนก็หยุดยืนมองเมนูบนฝาผนังอยู่นาน หรือแม้นมีเมนูที่ตั้งใจ ก็อาจจะเปลี่ยนความคิดในวินาทีสุดท้าย “กาแฟเย็นที่สั่งไป ขอเปลี่ยนเป็นโกโก้ร้อนได้ไหม?”
แต่ละวันมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจหลากหลาย
มีเรื่องต้องคิดซ้ำมาซ้ำไป
บางเรื่องที่อยากเปลี่ยนใจ ก็ไม่อาจย้อนคืนคำได้
คราวนี้จำไว้ … คราวหน้าอย่าปากไว
ก้มหน้าดูนาฬิกาก็ต้องตกใจ คงเป็นเพราะการละเลียดความคิดใต้ร่มเงาไม้ ละมุนละไมเชื่องช้ากว่าเข็มนาฬิกาที่หมุนไป ฉันเก็บของใส่เป้ แล้วบอกลาถ้วยกาแฟ กลับสู่ชีวิตที่หมุนไวด้วยเรื่องราวในใจที่เบาลง



