<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.6.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Ayishere: The HomeBody</title>
	<link>http://ayishere.com</link>
	<description>ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน ... คนติดบ้าน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Mar 2010 01:56:10 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>เริ่มต้นดี &#8230; มีกำลังใจ</title>
		<description>ตั้งนาฬิกาปลุกไว้หกโมงเช้า พอรู้สึกตัวก็รีบแปรงฟันเก็บผ้าออกไปเล่นกีฬาทันที เพราะถ้าใจอ่อนนอนเลื้อยนานไปกว่านี้ คงไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดี เช้านี้กล้ามเนื้อตึงๆ ไม่ถึงกับปวดเมื่อย คาดว่าเป็นผลจากการว่ายน้ำเมื่อวาน หลังจากยืดเส้นเล็กน้อยก็ผ่อนคลาย ออกสตาร์ทโปรแกรมของวันนี้ได้

18/3/2553

6.30 น. เครื่องวิ่งวงรี 10 นาที / เล่นเวท 40 นาที / ลู่เดิน 10 นาที

แวะไปแต่เช้าเพราะต้องรีบกลับมาเคลียร์งาน นัดคุณครูของหมึกไว้ที่ Yamaha ตอนเที่ยง เพื่อซ้อมรอบสุดท้าย ก่อนสอบเปียโนตอนบ่าย ค่าสอบ Grade9 คราวนี้ 1,000 บาท พอจ่ายไปแล้วจะให้อารมณ์เหมือนแทงม้า คือ ลุ้นตัวโก่งและเป็นกำลังใจ

เช้า นมจืด / ซีเรียลธัญพืช / ยาคูลท์ 1 ขวด

ฉันเป็นสมาชิกยาคูลท์ที่ออฟฟิศ จันทร์-ศุกร์ วันละ 2 ขวด ของฉันกับหมึก กินแล้วก็ติดเหมือนกัน สาวยาคูลท์จะมาเวลาเดิมทุกวัน พอใกล้ๆ เวลาที่สาวยาคูลท์มา รู้สึกเหมือนกันว่า ...</description>
		<link>http://ayishere.com/exercise-room/get-move-day2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว</title>
		<description>เวลาได้ยินคำว่า "ออกกำลังกาย" บางทีก็รู้สึกขี้เกียจซะง่ายๆ เลยอยากจะเปลี่ยนไปใช้คำใหม่ "ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว" ซึ่งฟังดูนุ่มนวลต่อจิตใจ แปลว่า ไม่ต้องเร่งการเผาผลาญจนถึงขั้นเหงื่อแตกท่วมร่าง แค่พยายามให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว มากกว่าระดับปกติเป็นใช้ได้

17/3/2553 

10.00 น. ว่ายน้ำ 800 เมตร 25 นาที

เช้า ลาเต้ร้อน 1 แก้ว / ขนมจีบ 4 ลูก / ซาลาเปาหมูสับ 1 ใบ
เที่ยง ยาคูลท์ 1 ขวด / โปรตีนปั่น 1 แก้ว / ซีเรียลธัญพืช
บ่าย 4 โมง ส้มตำ 1 จาน / ขนมจีน 5 บาท / ปีกไก่ 3 อัน
เย็น ข้าวไข่ข้นหน้ายากิโทริ ...</description>
		<link>http://ayishere.com/exercise-room/get-move-day1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>อ้วนหลบใน</title>
		<description>ฉันห่างหายจากการออกกำลังกายไปหลายเดือน รู้ตัวเหมือนกันว่าเป็นคนประเภทชอบออกกำลังกาย แต่ขาดวินัยและความสม่ำเสมอ เวลาบ้าก็เล่นเช้าเย็นเอาเป็นเอาตาย แล้วพอมีอะไรติดขัดก็พาลเลิกซะง่ายๆ

ที่หยุดออกกำลังกายไปครั้งล่าสุด ก็เพราะสมาชิกสระว่ายน้ำหมดอายุ และมีปัญหาเรื่องผิวแห้ง คุณหมอสั่งงดว่ายน้ำตลอดหน้าหนาว เลยหยุดยาวเกินกำหนด กลับมาคราวนี้คุณหมออนุญาตให้ว่ายน้ำในสระน้ำเกลือเท่านั้น หรือถ้าจะว่ายน้ำในสระคลอรีน ก็ต้องแน่ใจว่ามีการควบคุมปริมาณคลอรีนให้อยู่ในระดับต่ำ

ฉันลองใช้ Google ค้นหาสระน้ำเกลือที่มีความยาวมาตรฐาน 25 เมตร ก็พบที่โรงแรมปทุมวันพรินซ์เซสใกล้มาบุญครอง ซึ่งนอกจากสิ้นเปลืองค่าเดินทางแล้ว ค่าสมาชิกก็ยังแพงมาก (17,655บาท/6เดือน) สระน้ำเกลืออีกแห่งหนึ่งอยู่ที่ Get Fit ซอยโชคชัยสี่ ราคา 80 บาท/ครั้ง แต่อยู่ไกลเกินรัศมีทำการ เพราะบ้านอยู่สุขุมวิท22

ในเมื่อสระน้ำเกลือไม่เอื้ออำนวย ก็จำใจต้องหาสระว่ายน้ำคลอรีนใกล้บ้านที่คุณภาพไว้ใจได้ คุณพี่กูเกิ้ลก็ช่วยให้ได้เจอ "มีดี เฮลท์ โซลูชัน คลับ" ของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ซึ่งขับรถจากบ้านไปใช้เวลาแค่ 5 - 10 นาที มีความยาวมาตรฐาน 25 เมตร ตามความต้องการ

หลังจากสอบถามรายละเอียดทางโทรศัพท์ และอธิบายให้เขาฟังเกี่ยวกับปัญหาเรื่องผิวที่แห้งมาก เขาก็ยืนยันว่าสระของโรงพยาบาลคลอรีนน้อย และชวนให้ไปทดลองว่ายน้ำ 1 ครั้ง ฟรี!!! ...</description>
		<link>http://ayishere.com/exercise-room/mee-dee-healty-club/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ยิ้มสักหน่อยไหมครับ</title>
		<description>ไข่หงษ์ เป็นขนมไส้ถั่วห่อด้วยแป้ง นำไปทอดแล้วเคลือบน้ำตาล ข้างในเค็ม ข้างนอกหวาน เป็นขนมที่ฉันชอบรับประทาน

เมื่อตอนบ่ายแวะไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลสุขุมวิท พอขับรถเลี้ยวเข้าไปก็จอดรับบัตรที่ป้อม ก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนขายขนมไข่หงษ์อยู่ใกล้ๆ ปกติแล้วมิตรแท้ไข่หงษ์อย่างฉันพลาดไม่ได้ แต่ช่วงนี้คุมน้ำหนัก เลยไม่ค่อยอยากสบตาคนขาย ส่วนเขาก็ยังทำหน้าที่เชิญชวนอย่างตั้งใจ

ขนมไหมครับ สิบบาท ซาวบาท ก่ได้ (อู้คำเมืองชัดแจ๋ว)

ฉันยังคงเพ่งความสนใจไปที่ รปภ. เพื่อรอรับบัตร แต่สุดท้ายก็ต้องหันไปมองเขา เมื่อได้ยินประโยคถัดมา

ยิ้มสักหน่อยไหมครับ หน้าตาเครียดจัง

เขาสาดยิ้มบ้านๆ แต่จริงใจ เข้ามาให้ถึงในรถ ฉันจึงยิ้มกว้างตอบไป พร้อมกับรับบัตรจาก รปภ. แล้วขับรถเคลื่อนเข้าไปจอดข้างใน

รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าเวลาที่เครียดเรื่องงาน หน้าตาจะบึ้งจนควรอยู่แต่บ้าน ไม่บ่อยนักหรอกที่จะมีหน่วยกล้าตาย ทักทายขึ้นมาอย่างนั้น อันเป็นสาเหตุให้คนป่วยอย่างฉันเดินโปรยยิ้มหวาน ตั้งแต่ลงจากรถเรื่อยไปถึงในโรงพยาบาล </description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/will-u-smile/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ไดอารีใต้กองเอกสารเก่า</title>
		<description>ข้อเสียของฉัน/ รับ-ส่ง ความรู้สึกไว / ชอบทำอะไรตามใจ / รู้สึกแล้วชอบเขียนไว้ / เขียนไดอารีละเอียดเกินไป / หยิบมาอ่านซ้ำก็ลืมไม่ได้ / ลบทิ้งยิ่งไม่กล้าใหญ่ / จึงทำได้เพียง อ่าน-รู้สึก-อ่าน-รู้สึก วนมาวนไป
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ไดอารีเล่มนั้น ... เต็มไปด้วยเรื่องของเรา
ฉันอยากจะลบ ฉันอยากจะเผา
แต่ก็ยังเก็บมันไว้ใต้กองเอกสารเก่า

นานๆ ครั้ง จะหยิบขึ้นมา
พินิจพิจารณาในค่ำคืนที่คิดถึงเขา

ฉันเขียนไว้ด้วยลายมือ ฉันบันทึกมันในวันที่หม่นเศร้า
บางหน้าก็สวย บางหน้าก็เน่า
มีหยดน้ำตาประปราย
แถมด้วยรอยหมึกซึมที่แผ่กระจาย

ไดอารีเล่มนั้นเหมือนหลักฐานยืนยันว่า
ความรักทุกประเภทมีจุดหมาย ความรักทุกชนิดมีที่ไป
สวรรค์ - นรก มีเพียงเราเลือกได้
ทัน ที ที่ ตัด สิน ใจ </description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/old-diary/</link>
			</item>
	<item>
		<title>อีเมล์จากบุคคลสูญหาย</title>
		<description>หลังจากได้รับอีเมล์จากคนประเภทคบกับอยู่แล้วหายไป โผล่มาถามความเคลื่อนไหว เห็นแล้วก็อึ้งได้หลายนาที 
หลายปีที่ห่างหายเริ่มต้นได้ด้วยคำทักทายมาตรฐาน "สวัสดี" กับเนื้อความสั้นๆ "สบายดีมั๊ย" คล้ายกับว่าความสัมพันธ์ของเรา เป็นเพียงเพื่อนที่สูญหายในห้างสรรพสินค้า แล้วเดินมาพบกันในอีกหลายปีถัดมา จึงเริ่มคุยกันได้แบบโคตรสามัญ

ตั้งสติจนหายมึนงง แล้วก็ส่งอีเมล์ตอบไป ตอบมา ตอบไป ตอบมา ตอบไป สามฉบับเข้าให้ ไม่โทรมา ไม่โทรไป ทั้งที่การโทรศัพท์มันน่าจะง่าย ฉันกลับไม่นึกอยากทำ เพราะการโต้ตอบเร็วเกินไปมักทำให้เสียใจภายหลัง
การตอบอีเมล์ของเธอครั้งนี้ ทำให้ฉันได้ตรวจสอบความรู้สึกของตัวเองพร้อมกันไป ฉันพบว่าอารมณ์ข้างในพัฒนาไปอีกขั้น ฉันสามารถเล่าเรื่องสัพเพเหระเหล่านั้นได้อย่างธรรมดา ไม่มีความรู้สึกวูบไหว ไม่เศร้าอย่างที่เคยคิดไว้ จะว่าไปก็แทบไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าโอเค

ได้รับรู้ว่าเธอมีความสุขกับคนข้างกาย
เธอมีลูกชาย เธอมีลูกสาว และมีชีวิตที่ไม่ว่างเปล่า
ก็ รู้ สึก ยิน ดี ... ขอบ คุณ ที่ ส่ง ข่าว </description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/someone-lost/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สิทธิ์ในการเลือกเสื้อยืดหลากสีของฉัน</title>
		<description>หลายวันมานี้ท้องถนนเงียบเชียบ บรรยากาศเย็นสบาย ลมพัดโชยชื่น ขัดแย้งกับบรรยากาศทางการเมืองก่อนนัดชุมนุมใหญ่ ของกลุ่มเสื้อแดงในสุดสัปดาห์นี้ (13-14 มี.ค. 53)

ข่าวมีมากมายหลายกระแส ทั้งการหลั่งไหลของเสื้อแดงต่างจังหวัดที่จะเข้ามากรุงเทพฯ การชุมนุมใกล้สถานที่ราชการ การวางระเบิด การปิดถนน การก่อจลาจล ต่างคนต่างพูดกันจนสับสน ยิ่งอ่านข่าวก็ยิ่งกังวล

คุณแม่โทรมาบอกให้เติมน้ำมันรถให้เต็ม และเตรียมอาหารแช่แข็งไว้ในตู้เย็นบ้าง เผื่อฉุกเฉินออกจากบ้านไม่ได้ จะได้ไม่อดตาย ฉันก็รับนโยบายและเตรียมการไว้ แม้ว่าจะแอบหวังอยู่ในใจว่าการเมืองไทย คงไม่ถอยกลับไปยังจุดที่เลวร้ายขนาดนั้น

น้องหมึกปิดเทอม คุณพี่อาจารย์ก็ปิดเทอม ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมส์ Wii อยู่ที่บ้าน ส่วนฉันก็ให้คนจากสำนักงาน เอางบบัญชีแยกประเภทปี 2552 ของบริษัทฯ มาทิ้งไว้ให้ที่บ้าน กว่าจะทยอยดูจนครบ เทียบกับใบสำคัญรับ-จ่าย และตรวจสอบงบทดลอง คงใช้เวลาทั้งสัปดาห์ จึงมีโนยบายปักหลักรากงอกอยู่ที่บ้านเช่นกัน
ตื่นเช้า แปรงฟัน อาบน้ำ สบายใจ
เปิดตู้เสื้อผ้าจะหยิบมาใส่
มองเห็นเสื้อยืดเรียงราย ... สีอะไรที่ควรใส่?

ไม่แคร์ ได้ไหม? ... ก็อาจจะได้ แต่คงไม่ดี
อย่างน้อยฉันก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้
เฮ้อ ... จะใส่เสื้อยืดสีอะไรดี?

สิทธิ์ในการเลือกเสื้อยืดหลากสีของฉัน
เสมือนถูกริดรอนโดยพวกท่านๆ
(ฉันจะทำเป็นลืมก็แล้วกัน)

สุดท้ายก็ใส่สีดำ
ขอไว้อาลัยให้เรื่องราวที่อาจจะวุ่นวาย </description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/which-color/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปิดเทอมใหญ่หัวใจท่องเที่ยว</title>
		<description>สัปดาห์นี้หมึกปิดเทอมแล้ว ตามปาป๊าไปทำงานบ้าง แขวนอยู่กับฉันบ้าง ไปบ้านคุณตาคุณยายบ้าง ไม่ได้ส่งไปเรียนพิเศษที่ไหน เพราะเจ้าตัวอยากจะพักอยากจะเที่ยว เราก็ตามใจ

ทุกวันศุกร์ 15.00 - 17.00 น. เรียน KUMON
ทุกวันอาทิตย์ 12.00 - 13.00 น. เรียนเปียโน
นอกเหนือจากนี้เที่ยวโลด

มีนาคม 2553

	ไปดูหนังเรื่อง บ้านฉันฯ
	18 สอบเปียโนประจำปี (Grade9 จะผ่านไหม?)
	20 พิพิธภัณฑ์ของเล่น
	21-22 ทริปหิ่งห้อย ค้างคืนตลาดน้ำอัมพวา

เมษายน 2553 ทริปเตะฝุ่นแบกเป้ไปญี่ปุ่นของสองแม่ลูก

	13 - 22 โอซาก้า-โกเบ-เกียวโต-โตเกียว-โอไดบะ-นิกโก้

พฤษภาคม 2553

	10 - 12 ไปค้างหัวหิน 2 คืน

วันอื่นๆ นอกเหนือจากนี้
ใครอยากพาหมึกไปเที่ยวไหนก็เร่เข้ามาจองเวลากันได้นะคะ </description>
		<link>http://ayishere.com/kids-room/semester-close-2010/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Daybreakers - วันแวมไพร์ครองโลก</title>
		<description>พาหมึกไปดูหนังเรื่อง Daybreakers เพราะเป็นเรื่องที่ Ethan Hawke พระเอกคนโปรดจากเรื่อง Before Sunrise แสดงเป็นคุณหมอแวมไพร์ ในยุคที่แวมไพร์ครองโลก และมีมนุษย์เหลืออยู่เพียง 5% อันเป็นสาเหตุให้แวมไพร์ใกล้ขาดอาหารตาย คุณหมอต้องสังเคราะห์เลือดมนุษย์ให้ได้


ฉันชอบพล็อตเรื่องที่จินตนาการได้เก๋ไก๋ และจุดไคลแมกซ์ที่ถูกวางไว้ ใครชอบหนังสยองขวัญแนว Sci-Fi เดินเรื่องกระชับฉับไว ตื่นเต้น ชวนติดตาม มีเหตุมีผลรองรับ และมีประเด็นให้เอากลับมาคิดต่อที่บ้าน ก็นับว่าเป็นหนังที่น่าสนใจในระดับ 7/10

โดยส่วนตัวดูแล้วชอบมาก แต่ไม่แนะนำสำหรับคนขวัญอ่อน เพราะอาจจะมีภาพสยองขวัญเลือดสาดติดตา ให้กลับมาฝันร้ายได้ ประเภทเห็นแล้วแหวะขาดใจ (ถ้าไม่เชื่อถามหมึกได้)

ตอนที่จูงมือกันมาจากบ้านนั้นอยากดูเรื่อง Alice in Wonderland แต่หาที่นั่งไม่ได้ นอกจากว่าเราจะยอมแหงนคอตั้งดูกันอยู่ที่สองแถวหน้า โปรแกรมหนังของเราจึงกลายเป็น Daybreakers หนังดีๆ ที่ทำให้หมึกสยองจนฉันรู้สึกผิด

หนังฉายไปได้สักพัก ฉันก็หันมาเห็นหมึกงอเง่าขึ้นนั่งกอดไว้ด้วยความระทึก แล้วแขนก็ค่อยๆ หดเข้าไปในเสื้อยืด ก่อนที่จะถอดแว่นออกมาฝากฉัน แล้วผลุบหัวหายเข้าไปในเสื้อยืดด้วยความกลัว นั่งตัวกลมดิก แล้วแอบโผล่ตาออกมาที่ขอบคอเสื้อ เพราะอยากรู้เรื่องราวที่ดำเนินไปจนอดไม่ได้ เห็นแล้วอนาถนัก

ฉันดึงเด็กตัวกลมที่หดทุกอวัยวะเข้าไปในเสื้อยืดมากอดไว้ แล้วกระซิบกระซาบอธิบายว่ามันเป็นเพียงสเปเชียลเอฟเฟค หมึกก็ค่อยผ่อนคลาย แม้ว่าจะยังเอามือปิดตามองลอดรูระหว่างนิ้วออกมา ไม่กล้าดูตรงๆ

หนังจบลงด้วยความโล่งใจของฉัน ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/daybreakers-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>แพม กับ นนท์</title>
		<description>คืนนี้ไหม

ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันเครียดกับงาน แล้วฉันก็อยากพัก

ถ้ามีอะไรที่ผมต้องรู้ คุณช่วยพูดออกมาได้ไหม

ฉันไม่อยากนอนกับคุณ

เราอยู่ด้วยกันมา 9 ปี มีลูก 3 คน แล้วตอนนี้คุณไม่อยากนอนกับผม เกิดอะไรขึ้นเหรอแพม

ฉันไม่มีอารมณ์ค่ะ ฉันเหนื่อย

งั้นคืนพรุ่งนี้ดีไหม

นนท์ มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมานัดล่วงหน้าได้นะคะ

ผมถามจริงๆ แล้วคุณก็บอกผมได้ตรงๆ คุณมีใครรึเปล่าแพม

คุณกำลังจะทำให้ฉันโกรธนะนนท์ อย่าเริ่มหาเหตุผลโดยการปัดความผิดมาให้ฉัน

แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันแค่ไม่อยากทำอย่างนั้น

เราแต่งงานกัน ผมมีคุณคนเดียว และคุณก็ไม่มีคนอื่น เรามีลูกที่น่ารัก ทุกอย่างปกติดี แต่ตอนนี้คุณไม่อยากทำอย่างนั้น ผมพลาดประเด็นสำคัญตรงไหนไปรึเปล่า

ฉันขอร้องนะ ฉันเหนื่อย คืนนี้คุณไปนอนห้องโน้นเถอะ

เขาเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับเสียงประตูที่กระแทกดังปัง ปล่อยให้ฉันนั่งอยู่ในอารมณ์ที่อธิบายได้ยาก ความจริงถ้าต้องทำให้มันจบๆ ไป เหมือนหลายปีที่ผ่านมาก็ทำได้ ฉันแค่ไม่อยากฝืนอีกต่อไป

เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้ง วนเวียนอยู่ในอ่างใบเดิม ฉันไม่อยากให้นนท์รู้สึกผิด หรือคิดว่ามันเป็นปัญหาเรื่องความแข็ง ความยาว ระยะเวลา หรือเทคนิคท่วงท่าบ้าบออะไร ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ผิดปกติ นั่นเป็นเรื่องที่ฉันแน่ใจ

แอบคิดว่าตัวเองอาจจะมีความผิดปกติ ประเภทที่อยู่มาวันหนึ่งก็ตายด้านไป คิดแล้วก็ตกใจ เลยลองปลุกเร้าตัวเองสักนิดสักหน่อย เพื่อทดสอบทางกายภาพ ก็พบว่ายังรู้สึกวาบหวิวใจ ยังลื่นไหลไปด้วยตัวเองได้ แค่ไม่อยากทำมันกับเขาหรือกับใคร ในเมื่อระบบร่างกายสบายดี ปัญหาคงมีที่ใจ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร 

ฉันถามตัวเองว่ายังรักเขาไหม ก็ยังได้คำตอบเดิม "รัก" แต่ฉันกลับให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ การที่เรายังรักและห่วงใย แต่ไม่อยากนอนกับเขา มันเป็นเรื่องปกติรึเปล่า? ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/pam-and-non-1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เธอชื่อ &#8220;โซอี้ เรดเบิร์ด&#8221;</title>
		<description>ฉันอ่าน เคหาสน์รัตติกาล เล่มที่ 5 ตอนสงครามจันทรา จบเมื่อคืนวาน แต่เรื่องราวทั้งหมดยังไม่จบหรอก สิ่งที่ฉันต้องทำคืออดทนรออ่านเล่มต่อไป เพราะนี่เป็นนิยายเรื่องยาว ที่เกี่ยวข้องกับการต้านทานอำนาจมืดในโลกแวมไพร์ ไปพร้อมกับการต้านทานความสับสนทางใจของนางเอก ที่ทำให้ฉันลุ้นจนตัวเกร็ง

อ้อมกอดของ ฮีท แฟนหนุ่มมนุษย์ของโซอี้ ที่คบกันมาตั้งแต่เรียนเกรดสาม ทำให้โซอี้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน กลิ่นของเขาเหมือนความอบอุ่น กับช่วงเวลาวัยเด็กผสมกัน เลือดของเขากำลังเรียกร้องโซอี้ เธอกับฮีทฝังภวังค์มนตร์กัน

เอริก อดีตแฟนหนุ่มนักเรียนเตรียมแวมไพร์ ที่ผ่านวิวัฒน์เป็นแวมไพร์เต็มตัว โกรธจนสะบั้นความสัมพันธ์ หลังจากที่เห็นกับตาว่าเธอเสียความบริสุทธิ์ให้ ลอเรน เบลค กวีประจำราชสำนัก

หลังจากลอเรนถูกฆ่าตายโดยฝ่ายมืด และได้รู้ความจริงว่าโซอี้ถูกหลอกใช้ เอริกก็แน่ใจว่าเขายังรักเธอไม่เปลี่ยนไป โซอี้เองก็รู้อยู่แก่ใจว่าความรู้สึกต่อเอริกนั้น แตกต่างจากความอบอุ่นที่ฮีทมีให้อย่างไร

ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะพบ สตาร์ก คนที่เธอมีความรู้สึกเชื่อมโยงด้วยตั้งแต่แรกพบ ในรูปแบบที่เธอไม่เข้าใจ แต่ปัญหาใหญ่คือเขาเป็นแวมไพร์ที่ผ่านการวิวัฒน์แบบไม่ธรรมดา สตาร์กตกอยู่ใต้อำนาจของคาโลนา ผู้ใช้อำนาจฝ่ายมืดที่ยากจะต้านทาน เขาอยู่ในด้านตรงข้ามกับโซอี้อย่างสิ้นเชิง

"ฉันจะไม่อยู่กับเธอ ถ้าฉันต้องปิดบังใครว่าเราคบกัน" โซอี้บอกสตาร์กอย่างนั้น

"เพราะแฟนแวมพ์คนนั้นเหรอ" สตาร์กยังซักไซร้

"เพราะเธอต่างหาก เอริกก็มีส่วน ฉันแคร์เขา สิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากทำ คือ ทำร้ายเขา แต่ฉันคงโง่เง่าถ้าจะอยู่กับเขา โดยที่ในใจอยากอยู่กับเธอหรือใครคนอื่นก็ตาม รวมทั้งมนุษย์ที่ฉันฝังภวังค์มนตร์ด้วย เธอจึงต้องเข้าใจว่าเอริกห้ามฉันไม่ให้อยู่กับเธอไม่ได้"

"เธอรู้สึกพิเศษกับฉันจริงๆ ใช่ไหม"

"ใช่ แต่ฉันสัญญากับเธอได้เลยว่า ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/house-of-night-5/</link>
			</item>
	<item>
		<title>มหัศจรรย์ไม้ไผ่ &#8230; ไปถึงเฉาก๊วยคุณย่า (ได้ไง)</title>
		<description>ฉันมักพาตัวเองไปชมนิทรรศการทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ใช่ว่าเป็นปัญญาชนคนอาร์ตอะไร เพราะงานศิลปะบางอย่างดูแล้วก็ไม่เข้าใจ แต่ที่ชอบไปเพราะมีความเชื่อว่า งานศิลปะ (ที่ไม่ใช่แค่ภาพนู้ดเปิดบนปิดล่าง) สามารถขัดเกลาจิตใจให้มีความด้านหนาน้อยลงได้ (ไม่เกี่ยวกับหน้าตาแต่ประการใด)
ล่าสุดที่เพิ่งไปทัศนศึกษามาวันนี้ คือ "มหัศจรรย์ไม้ไผ่" ซึ่งจัดขึ้นที่ TCDC เอ็มโพเรียม โดยความร่วมมือระหว่างเมืองเบปปุ ศูนย์หัตถศิลป์ไม้ไผ่แบบดั้งเดิมเบปปุ และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบระดับโลกจากเมืองเบปปุ
ผลงานทั้งหมดเป็นผลงานจักสานจากไม้ไผ่ ของศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์ร่วมสมัย และเอื้อประโยชน์ใช้สอย จนเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก
จากไม้ไผ่ปล้องเขียวธรรมดา ผ่านเครื่องมือและกระบวนการจนได้เส้นตอกหลากสีหลายขนาด ผสานกับกลวิธีจักสาน กลายเป็นตะกร้าจัดดอกไม้ กล่องเก็บใบชา เรื่อยมาถึงตะกร้าใส่ถ่าน จากรูปทรงธรรมดากลายเป็นงานหัตถกรรมหรูหรา สวนกระแสเครื่องใช้พลาสติกที่แพร่หลายไม่แพ้กัน กลายเป็นสินค้าเงินล้าน
ความรู้ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างตั้งใจ แม่นยำ พิถีพิถันทุกขั้นตอน ในยุคที่ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ ไม้ไผ่กลายเป็นวัตถุดิบที่นักประดิษฐ์ทั่วโลกให้ความสนใจ กลายเป็นคีย์บอร์ดไม้ไผ่ เมาส์ไม้ไผ่ เป็นสินค้าที่ย่อยสลายง่าย และช่วยลดขยะพลาดสติกได้ น่าทึ่งเกินคาดหมาย



งานจักสานทั้งหมดนั้น
มีรูปทรง ลวดลาย ละเอียด อ่อนช้อย น่าประทับใจกว่าที่คาดคิดไว้
อยากชวนให้ ... ไปเห็นกับตา
ชมนิทรรศการแล้ว อย่าลืมทดลองสานที่รองแก้วไม้ไผ่ ซึ่งเขาจัดอุปกรณ์ พร้อมทั้งบอกวิธีการอย่างละเอียดไว้ ให้เราเรียนรู้ผ่านการทดลองปฏิบัติได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายประการใด



มาถึงเอ็มโพเรียมแล้ว ก่อนกลับบ้านควรแวะให้รางวัลตัวเองด้วย "เฉาก๊วยคุณย่า" บริเวณชั้น6 ชั้นเดียวกับศูนย์อาหาร เฉาก๊วยร้านนี้เหนียวหนึบหนุบหนับสูตรโบราณ ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/japanese-bamboo/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
