<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.6.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Ayishere: The HomeBody</title>
	<link>http://ayishere.com</link>
	<description>ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน ... คนติดบ้าน</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Mar 2010 08:37:27 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ปิดเทอมใหญ่หัวใจท่องเที่ยว</title>
		<description>สัปดาห์นี้หมึกปิดเทอมแล้ว ตามปาป๊าไปทำงานบ้าง แขวนอยู่กับฉันบ้าง ไปบ้านคุณตาคุณยายบ้าง ไม่ได้ส่งไปเรียนพิเศษที่ไหน เพราะเจ้าตัวอยากจะพักอยากจะเที่ยว เราก็ตามใจ

ทุกวันศุกร์ 15.00 - 17.00 น. เรียน KUMON
ทุกวันอาทิตย์ 12.00 - 13.00 น. เรียนเปียโน
นอกเหนือจากนี้เที่ยวโลด

มีนาคม 2553

	ไปดูหนังเรื่อง Alice in Wonderland
	18 สอบเปียโนประจำปี (Grade9 จะผ่านไหม?)
	20 พิพิธภัณฑ์ของเล่น
	21-22 ทริปหิ่งห้อย ค้างคืนตลาดน้ำอัมพวา

เมษายน 2553 ทริปเตะฝุ่นแบกเป้ไปญี่ปุ่นของสองแม่ลูก

	13 - 22 โอซาก้า-โกเบ-เกียวโต-โตเกียว-โอไดบะ-นิกโก้

พฤษภาคม 2553

	นัดกันว่าจะไปหัวหิน 2 คืน (ยังไม่ได้จองโรงแรม)

วันอื่นๆ นอกเหนือจากนี้
ใครอยากพาหมึกไปเที่ยวไหนก็เร่เข้ามาจองเวลากันได้นะคะ </description>
		<link>http://ayishere.com/kids-room/semester-close-2010/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Daybreakers - วันแวมไพร์ครองโลก</title>
		<description>พาหมึกไปดูหนังเรื่อง Daybreakers เพราะเป็นเรื่องที่ Ethan Hawke พระเอกคนโปรดจากเรื่อง Before Sunrise แสดงเป็นคุณหมอแวมไพร์ ในยุคที่แวมไพร์ครองโลก และมีมนุษย์เหลืออยู่เพียง 5% อันเป็นสาเหตุให้แวมไพร์ใกล้ขาดอาหารตาย คุณหมอต้องสังเคราะห์เลือดมนุษย์ให้ได้


ฉันชอบพล็อตเรื่องที่จินตนาการได้เก๋ไก๋ และจุดไคลแมกซ์ที่ถูกวางไว้ ใครชอบหนังสยองขวัญแนว Sci-Fi เดินเรื่องกระชับฉับไว ตื่นเต้น ชวนติดตาม มีเหตุมีผลรองรับ และมีประเด็นให้เอากลับมาคิดต่อที่บ้าน ก็นับว่าเป็นหนังที่น่าสนใจในระดับ 7/10

โดยส่วนตัวดูแล้วชอบมาก แต่ไม่แนะนำสำหรับคนขวัญอ่อน เพราะอาจจะมีภาพสยองขวัญเลือดสาดติดตา ให้กลับมาฝันร้ายได้ ประเภทเห็นแล้วแหวะขาดใจ (ถ้าไม่เชื่อถามหมึกได้)

ตอนที่จูงมือกันมาจากบ้านนั้นอยากดูเรื่อง Alice in Wonderland แต่หาที่นั่งไม่ได้ นอกจากว่าเราจะยอมแหงนคอตั้งดูกันอยู่ที่สองแถวหน้า โปรแกรมหนังของเราจึงกลายเป็น Daybreakers หนังดีๆ ที่ทำให้หมึกสยองจนฉันรู้สึกผิด

หนังฉายไปได้สักพัก ฉันก็หันมาเห็นหมึกงอเง่าขึ้นนั่งกอดไว้ด้วยความระทึก แล้วแขนก็ค่อยๆ หดเข้าไปในเสื้อยืด ก่อนที่จะถอดแว่นออกมาฝากฉัน แล้วผลุบหัวหายเข้าไปในเสื้อยืดด้วยความกลัว นั่งตัวกลมดิก แล้วแอบโผล่ตาออกมาที่ขอบคอเสื้อ เพราะอยากรู้เรื่องราวที่ดำเนินไปจนอดไม่ได้ เห็นแล้วอนาถนัก

ฉันดึงเด็กตัวกลมที่หดทุกอวัยวะเข้าไปในเสื้อยืดมากอดไว้ แล้วกระซิบกระซาบอธิบายว่ามันเป็นเพียงสเปเชียลเอฟเฟค หมึกก็ค่อยผ่อนคลาย แม้ว่าจะยังเอามือปิดตามองลอดรูระหว่างนิ้วออกมา ไม่กล้าดูตรงๆ

หนังจบลงด้วยความโล่งใจของฉัน ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/daybreakers-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>แพม กับ นนท์</title>
		<description>คืนนี้ไหม

ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันเครียดกับงาน แล้วฉันก็อยากพัก

ถ้ามีอะไรที่ผมต้องรู้ คุณช่วยพูดออกมาได้ไหม

ฉันไม่อยากนอนกับคุณ

เราอยู่ด้วยกันมา 9 ปี มีลูก 3 คน แล้วตอนนี้คุณไม่อยากนอนกับผม เกิดอะไรขึ้นเหรอแพม

ฉันไม่มีอารมณ์ค่ะ ฉันเหนื่อย

งั้นคืนพรุ่งนี้ดีไหม

นนท์ มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมานัดล่วงหน้าได้นะคะ

ผมถามจริงๆ แล้วคุณก็บอกผมได้ตรงๆ คุณมีใครรึเปล่าแพม

คุณกำลังจะทำให้ฉันโกรธนะนนท์ อย่าเริ่มหาเหตุผลโดยการปัดความผิดมาให้ฉัน

แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันแค่ไม่อยากทำอย่างนั้น

เราแต่งงานกัน ผมมีคุณคนเดียว และคุณก็ไม่มีคนอื่น เรามีลูกที่น่ารัก ทุกอย่างปกติดี แต่ตอนนี้คุณไม่อยากทำอย่างนั้น ผมพลาดประเด็นสำคัญตรงไหนไปรึเปล่า

ฉันขอร้องนะ ฉันเหนื่อย คืนนี้คุณไปนอนห้องโน้นเถอะ

เขาเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับเสียงประตูที่กระแทกดังปัง ปล่อยให้ฉันนั่งอยู่ในอารมณ์ที่อธิบายได้ยาก ความจริงถ้าต้องทำให้มันจบๆ ไป เหมือนหลายปีที่ผ่านมาก็ทำได้ ฉันแค่ไม่อยากฝืนอีกต่อไป

เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้ง วนเวียนอยู่ในอ่างใบเดิม ฉันไม่อยากให้นนท์รู้สึกผิด หรือคิดว่ามันเป็นปัญหาเรื่องความแข็ง ความยาว ระยะเวลา หรือเทคนิคท่วงท่าบ้าบออะไร ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ผิดปกติ นั่นเป็นเรื่องที่ฉันแน่ใจ

แอบคิดว่าตัวเองอาจจะมีความผิดปกติ ประเภทที่อยู่มาวันหนึ่งก็ตายด้านไป คิดแล้วก็ตกใจ เลยลองปลุกเร้าตัวเองสักนิดสักหน่อย เพื่อทดสอบทางกายภาพ ก็พบว่ายังรู้สึกวาบหวิวใจ ยังลื่นไหลไปด้วยตัวเองได้ แค่ไม่อยากทำมันกับเขาหรือกับใคร ในเมื่อระบบร่างกายสบายดี ปัญหาคงมีที่ใจ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร 

ฉันถามตัวเองว่ายังรักเขาไหม ก็ยังได้คำตอบเดิม "รัก" แต่ฉันกลับให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ การที่เรายังรักและห่วงใย แต่ไม่อยากนอนกับเขา มันเป็นเรื่องปกติรึเปล่า? ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/pam-and-non-1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เธอชื่อ &#8220;โซอี้ เรดเบิร์ด&#8221;</title>
		<description>ฉันอ่าน เคหาสน์รัตติกาล เล่มที่ 5 ตอนสงครามจันทรา จบเมื่อคืนวาน แต่เรื่องราวทั้งหมดยังไม่จบหรอก สิ่งที่ฉันต้องทำคืออดทนรออ่านเล่มต่อไป เพราะนี่เป็นนิยายเรื่องยาว ที่เกี่ยวข้องกับการต้านทานอำนาจมืดในโลกแวมไพร์ ไปพร้อมกับการต้านทานความสับสนทางใจของนางเอก ที่ทำให้ฉันลุ้นจนตัวเกร็ง

อ้อมกอดของ ฮีท แฟนหนุ่มมนุษย์ของโซอี้ ที่คบกันมาตั้งแต่เรียนเกรดสาม ทำให้โซอี้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน กลิ่นของเขาเหมือนความอบอุ่น กับช่วงเวลาวัยเด็กผสมกัน เลือดของเขากำลังเรียกร้องโซอี้ เธอกับฮีทฝังภวังค์มนตร์กัน

เอริก อดีตแฟนหนุ่มนักเรียนเตรียมแวมไพร์ ที่ผ่านวิวัฒน์เป็นแวมไพร์เต็มตัว โกรธจนสะบั้นความสัมพันธ์ หลังจากที่เห็นกับตาว่าเธอเสียความบริสุทธิ์ให้ ลอเรน เบลค กวีประจำราชสำนัก

หลังจากลอเรนถูกฆ่าตายโดยฝ่ายมืด และได้รู้ความจริงว่าโซอี้ถูกหลอกใช้ เอริกก็แน่ใจว่าเขายังรักเธอไม่เปลี่ยนไป โซอี้เองก็รู้อยู่แก่ใจว่าความรู้สึกต่อเอริกนั้น แตกต่างจากความอบอุ่นที่ฮีทมีให้อย่างไร

ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะพบ สตาร์ก คนที่เธอมีความรู้สึกเชื่อมโยงด้วยตั้งแต่แรกพบ ในรูปแบบที่เธอไม่เข้าใจ แต่ปัญหาใหญ่คือเขาเป็นแวมไพร์ที่ผ่านการวิวัฒน์แบบไม่ธรรมดา สตาร์กตกอยู่ใต้อำนาจของคาโลนา ผู้ใช้อำนาจฝ่ายมืดที่ยากจะต้านทาน เขาอยู่ในด้านตรงข้ามกับโซอี้อย่างสิ้นเชิง

"ฉันจะไม่อยู่กับเธอ ถ้าฉันต้องปิดบังใครว่าเราคบกัน" โซอี้บอกสตาร์กอย่างนั้น

"เพราะแฟนแวมพ์คนนั้นเหรอ" สตาร์กยังซักไซร้

"เพราะเธอต่างหาก เอริกก็มีส่วน ฉันแคร์เขา สิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากทำ คือ ทำร้ายเขา แต่ฉันคงโง่เง่าถ้าจะอยู่กับเขา โดยที่ในใจอยากอยู่กับเธอหรือใครคนอื่นก็ตาม รวมทั้งมนุษย์ที่ฉันฝังภวังค์มนตร์ด้วย เธอจึงต้องเข้าใจว่าเอริกห้ามฉันไม่ให้อยู่กับเธอไม่ได้"

"เธอรู้สึกพิเศษกับฉันจริงๆ ใช่ไหม"

"ใช่ แต่ฉันสัญญากับเธอได้เลยว่า ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/house-of-night-5/</link>
			</item>
	<item>
		<title>มหัศจรรย์ไม้ไผ่ &#8230; ไปถึงเฉาก๊วยคุณย่า (ได้ไง)</title>
		<description>ฉันมักพาตัวเองไปชมนิทรรศการทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ใช่ว่าเป็นปัญญาชนคนอาร์ตอะไร เพราะงานศิลปะบางอย่างดูแล้วก็ไม่เข้าใจ แต่ที่ชอบไปเพราะมีความเชื่อว่า งานศิลปะ (ที่ไม่ใช่แค่ภาพนู้ดเปิดบนปิดล่าง) สามารถขัดเกลาจิตใจให้มีความด้านหนาน้อยลงได้ (ไม่เกี่ยวกับหน้าตาแต่ประการใด)
ล่าสุดที่เพิ่งไปทัศนศึกษามาวันนี้ คือ "มหัศจรรย์ไม้ไผ่" ซึ่งจัดขึ้นที่ TCDC เอ็มโพเรียม โดยความร่วมมือระหว่างเมืองเบปปุ ศูนย์หัตถศิลป์ไม้ไผ่แบบดั้งเดิมเบปปุ และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบระดับโลกจากเมืองเบปปุ
ผลงานทั้งหมดเป็นผลงานจักสานจากไม้ไผ่ ของศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์ร่วมสมัย และเอื้อประโยชน์ใช้สอย จนเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก
จากไม้ไผ่ปล้องเขียวธรรมดา ผ่านเครื่องมือและกระบวนการจนได้เส้นตอกหลากสีหลายขนาด ผสานกับกลวิธีจักสาน กลายเป็นตะกร้าจัดดอกไม้ กล่องเก็บใบชา เรื่อยมาถึงตะกร้าใส่ถ่าน จากรูปทรงธรรมดากลายเป็นงานหัตถกรรมหรูหรา สวนกระแสเครื่องใช้พลาสติกที่แพร่หลายไม่แพ้กัน กลายเป็นสินค้าเงินล้าน
ความรู้ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างตั้งใจ แม่นยำ พิถีพิถันทุกขั้นตอน ในยุคที่ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ ไม้ไผ่กลายเป็นวัตถุดิบที่นักประดิษฐ์ทั่วโลกให้ความสนใจ กลายเป็นคีย์บอร์ดไม้ไผ่ เมาส์ไม้ไผ่ เป็นสินค้าที่ย่อยสลายง่าย และช่วยลดขยะพลาดสติกได้ น่าทึ่งเกินคาดหมาย



งานจักสานทั้งหมดนั้น
มีรูปทรง ลวดลาย ละเอียด อ่อนช้อย น่าประทับใจกว่าที่คาดคิดไว้
อยากชวนให้ ... ไปเห็นกับตา
ชมนิทรรศการแล้ว อย่าลืมทดลองสานที่รองแก้วไม้ไผ่ ซึ่งเขาจัดอุปกรณ์ พร้อมทั้งบอกวิธีการอย่างละเอียดไว้ ให้เราเรียนรู้ผ่านการทดลองปฏิบัติได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายประการใด



มาถึงเอ็มโพเรียมแล้ว ก่อนกลับบ้านควรแวะให้รางวัลตัวเองด้วย "เฉาก๊วยคุณย่า" บริเวณชั้น6 ชั้นเดียวกับศูนย์อาหาร เฉาก๊วยร้านนี้เหนียวหนึบหนุบหนับสูตรโบราณ ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/japanese-bamboo/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเลิศล้ำ</title>
		<description>หลังจากตัดสินใจว่าจะปล่อยให้คุณปาป๊าเฝ้าบ้านอยู่ที่กรุงเทพคนเดียว ฉันก็เริ่มหาข้อมูลร่างแผนปฏิบัติการ "แบกเป้เตะฝุ่นไปญี่ปุ่นกับหมึก" เพื่อทำให้ช่วงเวลา 7 คืน 8 วัน สนุก คุ้มค่า และน่าจดจำ โดยที่งบประมาณไม่บานปลาย
ช่วงนี้ที่บ้านของสองแม่ลูกจึงมีบรรยากาศแบบญี่ปุ่น เนื่องจากอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ข้างใน เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการหาข้อมูลจากเว็บญี่ปุ่น เขียนแผนเที่ยวญี่ปุ่น และปรึกษากันว่าจะไปไหนบ้าง รวมทั้งการรับสอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่น เพื่อทบทวนภาษาญี่ปุ่นของตัวเอง และเลยเถิดไปถึงการกินอาหารญี่ปุ่นด้วย
แถวสุขุมวิทบ้านฉันเป็นถิ่นญี่ปุ่นลี้ภัย เพราะมีคนญี่ปุ่นมาอาศัยอยู่มากมาย นั่นทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งเล็กทั้งใหญ่ แห่มาเปิดบริการให้เลือกมากมาย คัดสรรร้านที่คุณภาพเลิศล้ำมาได้ดังนี้
KOTO (โคโตะ) ซ.สุขุมวิท22 ร้านเล็กๆ ที่แสนอบอุ่น สำหรับแฟนมังงะ เพราะนอกจากจะมั่นคงในคุณภาพอาหาร มิตรภาพในบริการ ก็ยังตบท้ายด้วยหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ที่มีให้อ่านไม่อั้น
NISHIMURA (นิชิมูระ) ซ.สุขุมวิท33/1 เสริฟอาหารชุดสำหรับมื้อเที่ยงและมื้อค่ำ รสชาดเยี่ยม ราคายุติธรรม และมีไมตรีจิตเสริฟชาเขียวร้อน-เย็น ฟรีตลอดกาล
ISAO (อิซาโอะ) ซ.สุขุมวิท31 เสริฟอาหารแนว japanese fusion งามชดช้อย อร่อย ละเมียดละไม ชนิดที่ว่าถ้ามีแขกสำคัญแวะมาต้องพาไป
TENSUI (เท็นสุ่ย) ซ.สุขุมวิท16 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับไฮโซ สำหรับคนที่ไม่ชอบรสชาดอาหารญี่ปุ่นแบบไทยๆ และอยากได้ญี่ปุ่นแท้ๆ ...</description>
		<link>http://ayishere.com/kitchen-room/5-japanese/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก (25-28/02/53)</title>
		<description>เมื่อตอนเย็นแวะไปงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ เพื่อหาซื้อตั๋วรถไฟ Japan Rail Pass ราคาพิเศษ เลยได้สำรวจการจัดงานของเขาไปด้วย

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น JNTO ให้ข้อมูลได้ครบถ้วนละเอียดดีมาก มีข้อสงสัยถามอะไรไปตอบได้หมด แผ่นพับที่แจกมีทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เป็นบูทที่ประทับใจจริงๆ

ตั๋วรถไฟ Japan Rail Pass มีตัวแทนจำหน่ายอยู่หลายบริษัท สำหรับใครที่ได้ VISA เข้าประเทศญี่ปุ่นแล้ว สำเนาหน้า Passport กับ VISA ไปซื้อตั๋วราคาพิเศษได้ในงานเท่านั้น ราคาปกติ  10,471 บาท (28,300 JPY x 0.37) สามารถซื้อในงานได้ในราคา 9,800 - 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับเอเจนซีที่เราเลือกซื้อ

ในส่วนของการท่องเที่ยวไทย มีให้เลือกทั่วไทยอย่างที่เขาโปรยโฆษณาไว้ โรงแรมดีๆ มาลดราคาพิเศษให้เลือกกันมากมาย บางแห่งลดกว่า 50% ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/travel-festival-7/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ถังขยะสำหรับคู่รัก</title>
		<description>ฉันพบถังขยะใบนี้ที่ตลาดน้ำ 4 ภาค (ที่พัทยา) ถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพิ่งจะมีเวลาเอาออกมาจากเครื่อง พอเห็นแล้วก็อดที่จะเอามาอวดไม่ได้ เพราะมันเข้ากับบรรยากาศในเดือนวาเลนไทน์


ฉันแนะนำให้คู่รักยืนห่างจากถังขยะสัก 2 เมตร
ถือกระป๋องเบียร์เปล่าคนละใบ แล้วตั้งใจโยนให้ลงถัง
ก่อนที่จะพบสัจธรรมลึกซึ้งกินใจ
"ความสมหวัง ... ไม่ใช่เรื่องที่ถังจะช่วยได้" </description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/lover-dust-bin/</link>
			</item>
	<item>
		<title>คำพิพากษาคดี 76,000 ล้าน</title>
		<description>ข่าวที่ใหญ่ที่สุดของวันนี้ คือ การพิพากษาคดี 76,000 ล้าน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีสองสมัย ที่คนไทยติดตามข่าวกันทั้งประเทศ ถ่ายทอดสดเกาะติดกันตั้งแต่ต้นจนจบ จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผลสรุปว่าท่านผู้นี้มีความผิดจริงหลายกรณี ซุกหุ้นชินคอร์ปให้คนที่เกี่ยวดองกัน เอื้อประโยชน์ชินคอร์ปโดยการออก พ.ร.ก. แปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นภาษีสรรพสามิต แก้ไขสัญญาส่วนแบ่งรายได้และการใช้เครือข่ายร่วม ทำให้รายจ่าย AIS ลดน้อยลงแต่มีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็ก

นอกจากนี้ยังลัดขั้นตอนอนุมัติเรื่องดาวเทียมไอพีสตาร์ แก้สัมปทานดาวเทียมไทคม และทำให้รัฐเสียประโยชน์โดยให้ EXIM Bank ปล่อยกู้พม่าดอกเบี้ยต่ำ ขยายระยะเวลาปลอดหนี้นาน โดยพม่าเอาเงินนั้นมาทำธุรกิจเกี่ยวกับมือถือและการสื่อสาร ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้ บ.ชินคอร์ป และบ.ไทคม

ศาลพิพากษายึดทรัพย์ 46,000 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย คงเหลือคืนให้ตระกูลชินวัตร 30,000 ล้าน นั่นเป็นจำนวนโดยประมาณที่นับได้ว่ามหาศาล ยิ่งสำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยมีเงินส่วนตัวในบัญชีเกินหนึ่งล้าน ระหว่างฟังคำพิพากษาของศาล อาจจะอาการงุนงงกับปริมาณเงินที่เขาชี้แจ้งกันอยู่บ้าง นั่นก็พันล้าน นี่ก็หมื่นล้าน อะไรมันจะเยอะขนาดนั้น
ผลการตัดสินไม่ได้ทำให้ฉันแปลกใจ
เพราะพฤติกรรมของคนไทยน่าสนใจมากกว่า

ก่อนวันพิพากษา
คนส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องนี้ และเดากันไป ต่างๆ นาๆ
แสดงความคิดเห็นแสดงความรู้สึกกันไป
ในเรื่องที่ตัวเองไม่มีข้อมูลเพียงพอจะให้ความเห็นได้

ครั้นพอถึงวันพิพากษา
วันที่ผู้รู้เขามานั่งแจกแจกแถลงที่มาที่ไปยาวหลายชั่วโมง
กลับไม่อดทนพอที่จะฟังให้เข้าใจ

"หน้าศาลฎีกา ไม่มี การอ่านคำพิพากษา
ผ่านเครื่องลำโพงขยายเสียงออกมาด้านนอก"

เรื่องที่ศาลพิพากษาวันนี้เกี่ยวกับความผิด ในการใช้อำนาจเพื่อทุจริตของอดีตนายกรัฐมนตรี ...</description>
		<link>http://ayishere.com/living-room-story/76000-million/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข้อหนึ่ง หรือ ข้อสอง</title>
		<description>คุณตาคุณยายซื้อขนมจีบของโปรดเจ้าหมึกมาฝากไว้ให้ที่บ้าน พอนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสามโมงตรง ฉันก็รีบวางงานลง เอาขนมจีบใส่กล่อง อุ่นร้อนในไมโครเวฟ ราดน้ำจิ้ม หยิบส้อม ปิดฝา แล้วสวมหลวงพ่อโกยตรงดิ่งไปหาหมึกที่โรงเรียน แม้ว่ารถติดเล็กน้อย แต่ไปทันพอดี

บ่ายสี่โมงฉันยืนยิ้มอยู่หน้าห้องเรียนพร้อมกล่องขนมจีบที่ยังอุ่นๆ ก่อนที่เด็กขี้งอนจะวิ่งยิ้มแป้นออกมาโซ้ยขนมจีบตุ้ยๆ เป็นความรู้สึกที่คุ้มค่ากับความพยายามจริงๆ ขอบคุณ "คุณตาคุณยาย" ที่ซื้อขนมจีบมาให้นะคะ
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

พอกลับถึงบ้านหมึกก็วิ่งขึ้นห้อง ไปสะสางการบ้านและอ่านหนังสือสอบ ส่วนฉันมีนัดคุยเรื่องงานที่ออฟฟิศ กว่าจะได้กลับขึ้นบ้านก็หนึ่งทุ่มแล้วนั่น ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย และไม่อยากจะทำอะไรมากไปกว่าอาบน้ำ

วันนี้การบ้านเสร็จรึยัง

เรียบร้อยครับ ปาป๊าดูการบ้านให้

แล้วงานวันนี้ของหมึกยังเหลือทำอะไร

แค่อาบน้ำกับซ้อมเปียโน

แม่มีทางเลือกให้หมึกสองทางนะ ข้อแรกให้แม่ไปอาบน้ำก่อน ข้อสองหมึกขออาบน้ำทีหลัง

(หลังจากหมึกหยุดคิดไปนิดนึงก็โวย) โห ... มันต่างกันตรงไหน

ต่างกันตรงที่มันไม่ใช่คำสั่ง มันเป็นทางเลือก ชีวิตมีทางเลือกไง แล้วมันก็ต่างกันตรงความรู้สึกข้างใน ...</description>
		<link>http://ayishere.com/kids-room/choices/</link>
			</item>
	<item>
		<title>พรุ่งนี้จะมาไหม?</title>
		<description>หลายวันที่แทบไม่ได้เขียนบล็อค รู้แล้วว่างานเยอะจนไม่มีเวลาบ่นมันเป็นไง ชีวิตช่วงนี้เหมือนกรรมกร แค่สามทุ่มต้องปิดมือถือเข้านอน พอหัวถึงหมอนก็กรน เมื่อก่อนเคยเปิดมือถือตลอด แต่สองอาทิตย์มาแล้วที่ต้องปิดเพื่อพักผ่อนถนอมสังขาร

ไม่ได้ไปรับเจ้าหมึกที่โรงเรียนหลายวัน เพราะไม่อาจจะทิ้งงาน สงสารหมึกที่ตอนเย็นไม่มีขนมทาน เสียใจที่ไม่มีเวลาไปรับลูกกลับบ้าน และต้องไหว้วานให้คนอื่นไปแทน แถมหัวค่ำก็ไม่ได้ตรวจงาน ไม่ได้เอาการ และไม่ได้เซ็นต์สมุดการบ้าน แต่หมึกก็ยืนยันว่าทุกอย่างเรียบร้อยตามขั้นตอนที่ตกลงกัน

วันนี้ก็ไม่ได้ไปรับ และไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะว่างานมันฉุกเฉินทิ้งไปไม่ได้ คิดอยู่เหมือนกันว่าหมึกต้องเดินลงมารอขนมจากฉัน ก่อนที่จะกลับขึ้นไปเรียนติวด้วยความผิดหวัง เรียนไปจนถึงห้าโมงด้วยท้องว่างๆ ไม่มีขนมและไม่มีฉันตอนบ่ายสี่โมง หมึกไม่ได้พูดว่าอะไรตอนกลับถึงบ้าน แต่ตอนที่ส่งเข้านอนหมึกถามฉัน

พรุ่งนี้คุณแม่จะไปไหม?

แม่จะพยายามนะ

วันนี้หมึกเดินลงมานะแต่ไม่เจอใคร

วันนี้แม่ขอโทษนะ พรุ่งนี้ตอนเช้าแม่จะให้หมึกเอาขนมติดกระเป๋าไปด้วยดีไหม?

ครับ วันนี้ไม่เป็นไร แล้วพรุ่งนี้คุณแม่จะไปไหม? คุณแม่ไม่ต้องเอาขึ้นไปบนห้องหรอก หมึกเดินลงมาเองก็ได้

ฉันรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล ฉันรู้สึกผิดที่ฉันไม่ได้บอกล่วงหน้าและไม่ได้ปรากฏกายตามเวลา ฉันกลายเป็นแม่ที่ไม่รักษาสัญญาแล้วอ้างว่ามีงาน ฉันกำลังใช้เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นพวกนั้น กับเด็กที่เชื่อมั่นในคำสัญญาของฉัน กับเด็กที่ฉันสอนให้ถือมั่นในคำสัญญา

พรุ่งนี้แม่จะไปให้ทันแล้วเอาขนมไปให้บนห้องนะครับ
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

เช้าขึ้นมาหมึกหยิบขนมจากตู้เย็นไปใส่หน้ากระเป๋า ...</description>
		<link>http://ayishere.com/kids-room/will-you-come/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กางเกงในไม่มีให้ยืม</title>
		<description>หมึกไปโรงเรียนตอนเช้าด้วยเสื้อพละกับกางเกงวอร์ม แต่กลับมาบ้านด้วยเสื้อพละกับกางเกงขาสั้น นั่นสร้างความสงสัยให้ฉันทันที

หมึกครับทำไมใส่ขาสั้น

ที่ใส่อยู่นี่เหรอ ยืมมาจากห้องพยาบาลครับ

แล้วกางเกงวอร์มของหมึกไปไหน

เพื่อนไปรินน้ำจากตู้ใส่กระติกน้ำแต่ลืมปิดฝา แล้วถือมาราดใส่กางเกงเปียกหมด เลยต้องไปยืมห้องพยาบาล กางเกงของหมึกก็อยู่ในถุงพลาสติกในกระเป๋าครับ

แล้วกางเกงในล่ะ

กางเกงในไม่ได้ใส่ เพราะคนก่อนที่ยืมจากห้องพยาบาลไป เขาไม่ได้เอามาคืน

โห ใจคอจะยืมกางเกงในด้วยเหรอ ถ้าเขามีให้ยืมก็อย่าไปยืมเลย แล้วกางเกงขาสั้นที่ยืมเขามาเนี่ย ซักแล้วอย่าลืมเอาไปคืนนะ </description>
		<link>http://ayishere.com/kids-room/underware/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
