Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

ติดวอลล์เปเปอร์ให้ประหยัดงบประมาณ

ห้องเช่าในอาคารที่ฉันรับผิดชอบอยู่ บางห้องผนังมอมแมมมาก ครั้นจะเรียกช่างมาทาสีกลิ่นก็จะเหม็นคนอื่น แถมช่างก็หายากและเล่นตัวมากไม่อยากมาทาแค่ห้องเดียว บ่นว่าไม่คุ้มอย่างนั้นอย่างนี้

ฉันจึงตัดสินใจปรับปรุงผนังห้องด้วยวอลล์เปเปอร์ แถมตกแต่งแบบครบเครื่อง เพื่อใช้เป็นห้องพิเศษตัวอย่าง ที่จะเปิดให้ลูกค้าเช่าเป็นรายสัปดาห์ เพราะช่วงหลังๆ ลูกค้าที่มาเช่าเป็นรายเดือนลดลงมาก ในเศรษฐกิจแบบนี้คงต้องเสี่ยงดูสักที

เมื่อเราต้องการติดวอลล์เปเปอร์ ที่ร้านจะคิดราคาเหมาตามพื้นที่ผนัง โดยไม่เว้นช่องว่างหน้าต่างประตู เช่น ห้องกว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 2.5 เมตร

ร้านจะคิดพื้นที่ผนัง ((4×2.5)+(6×2.5)) x2 = 50 ตารางเมตร
วอลล์เปเปอร์ลายที่ฉันเลือกราคา 200 บาท/ตารางเมตร
นั่นแปลว่า ถ้าจ่ายราคาเหมา 50×200 = 10,000 บาท

ซึ่งในความเป็นจริง ประตู หน้าต่าง ก็จะเป็นส่วนที่ร้านได้กำไร

วอลล์เปเปอร์ 1 ม้วน ติดได้พื้นที่ประมาณ 5 ตารางเมตร
ผนังห้อง 50 ตารางเมตร ใช้วอลล์เปเปอร์ประมาณ 50/5 = 10 ม้วน

ฉันจึงต่อรองกับเจ้าของร้าน ขอคิดราคาตามปริมาณวอลล์เปเปอร์ที่ใช้จริง และต่อราคาจากม้วนละ 1,000 บาท เหลือม้วนละ 900 บาท นั่นแปลว่า ถ้าใช้วอลล์เปเปอร์ในวันที่ติดตั้งจริง 10 ม้วน ก็จ่ายให้ทางร้านเพียง 9,000 บาท ซึ่งราคานี้รวมค่าติดตั้งแล้ว

ในวันที่ช่างมาติดตั้ง ช่างเอาวอลล์เปเปอร์มา 10 ม้วน ถ้าใช้เหลือก็คืนร้านได้ ร้านจะคิดราคาเฉพาะส่วนที่ใช้ ฉันนั่งดูช่างวัดพื้นที่และตัดวอลล์เปเปอร์ คิดว่าแค่ 8 ม้วน ก็คงจะพอ แต่ช่างก็ยืนยันว่าไม่พอและต้องใช้ทั้ง 10 ม้วน ฉันเริ่มเห็นแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงเริ่มต่อรองกับช่าง

น้องได้ค่าจ้างเป็นรายวันหรือได้ยังไงคะ

เฮียจ่ายเป็นม้วนครับ พวกผมเป็นช่างติดตั้งที่รับงานจากหลายๆ ร้าน ใครจ้างก็ไปติดตั้งให้ ได้ค่าจ้างติดตั้งม้วนละ 120 บาท
(คราวนี้ฉันรู้แล้วว่าทำไม 8 ม้วนถึงไม่พอ)

แล้วค่ากาว ค่าลูกกลิ้ง ค่าอุปกรณ์อื่นๆ เฮียจ่ายให้ด้วยรึเปล่า

เปล่าครับ พวกผมจ่ายเอง เพราะเป็นช่างเหมางาน

งั้นคุยกันง่ายๆ นะคะ พี่ไม่ได้จ่ายค่าติดวอลล์เปเปอร์ในราคาเหมาจากเฮีย พี่จ่ายเป็นม้วนตามที่ใช้จริง ถ้าน้องสามารถใช้วอลล์เปเปอร์แค่ 8 ม้วน และประหยัดให้พี่ได้ 2 ม้วน พี่จะจ่ายให้น้องต่างหาก 200 บาท แบบนี้ดีไหมคะ พี่ก็ประหยัด น้องก็ไม่เสียเปรียบอะไร

ได้ครับ พี่คุยอย่างนี้ผมก็สบายใจ

สรุปว่า แค่ 8 ม้วน พอไหม?

พออยู่แล้วครับพี่ เดี๋ยวอีก 2 ม้วนนี้ เอาไปคืนเฮีย

cmk-r33-1

สรุปค่าใช้จ่ายงานนี้เพียงแค่ 7,500 บาท

  • ค่าวอลล์เปเปอร์ให้เฮีย (900×8) = 7,200 บาท
  • ค่าแรงช่างที่ช่วยประหยัดวอลล์เปเปอร์ 200 บาท
  • ค่าอาหารกลางวันเลี้ยงช่าง 100 บาท

ประหยัดได้ 10,000 - 7,500 = 2,500 บาท

cmk-r33-2

หลังติดวอลล์เปเปอร์ก็ตบแต่งอีกเล็กน้อย ด้วยผ้าปูที่นอนสีเหลืองสดกับปลอกหมอนสีเขียว ที่ฉัน mix and match ด้วยความกล้า เพื่อทำให้ห้องสว่างขึ้นมา แถมด้วยม่านห้องน้ำสีชมพูลายปูสีเขียว ที่ทำให้ห้องน้ำดูหวานแหววแต๋วแตก

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On February 17, 2010
At 1:52 pm
Comments :1
 
 

น้ำดื่มของกรมสรรพากร

เมื่อวันศุกร์แวะไปติดต่อเรื่องภาษี
ที่กรมสรรพากร (อาคารมโนรม)
บังเอิญเหลือบไปเห็นคูลเลอร์น้ำดื่มนี้

img_0023

ความกระหายน้ำแห้งเหือดไปทันที

ถ้ายังไม่ได้เสียภาษี … ห้ามดื่มใช่ไหมเนี่ย?

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On February 7, 2010
At 7:55 pm
Comments : 0
 
 

ay’s memo: 28/01/53

หนังสือชุด เคหาสน์รัตติกาล (House Night) ที่เขียนโดย PC Cast and Kristin Cast เป็นนวนิยายเรื่องยาวแนว Romantic Paranormal ของสำนักพิมพ์เครืออมรินทร์ ที่อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ ขอบคุณที่ให้ยืมนะปิ๊ก

เกมส์ Harvest Moon เวอร์ชันที่เล่นกับเครื่อง Wii เป็นเกมส์แนวทำสวนทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ทำกับข้าว ขุดแร่ จีบสาว สร้างบ้าน แต่งงาน มีลูก หน้าปกเขียนว่าสำหรับเด็กอายุ 3+ แต่เด็กอายุ 33+ อย่างฉัน เล่นแล้วก็ติดหนึบเหมือนกัน ฉันกับหมึกเล่นเวอร์ชัน english อ่านเนื้อเรื่องไปก็ได้ฝึกภาษาด้วย

ตั้งแต่ขาเจ็บก็ไม่ได้ออกกำลังกาย ทำได้แค่ออกกำลังกิน แก้มเลยยุ้ยขึ้นมาแบบไม่แปลกใจ ตอนนี้ขาหายดี (เตะคนได้) เริ่มออกกำลังกายได้อีกครั้ง กำลังหัดเต้น Samba กับเครื่อง Wii ส่ายสะโพกสุดฤทธิ์สุดเดช

ทบทวนภาษาญี่ปุ่นให้ตัวเองด้วยวิธีใหม่ โดยรับอาสาไป สอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง วิธีนี้สนุกกว่าไปนั่งเรียนภาษาญี่ปุ่นเยอะเลย

กระดานหุ้นสัปดาห์นี้ หล่นฮวบฮาบจนไม่อยากจะมอง โดยเฉพาะ DTAC ต้องเรียกว่า “เหว” แต่ก็ยังใจแข็งไม่ยอมขาย เพราะเวลาน่าจะช่วยได้ (ความจริงแล้วเจ๊ก็ไม่ค่อยมั่นใจ)

งานที่ออฟฟิศ วุ่นวายเป็นปกติ เงินฝืดนิดหน่อยหมุนไม่ค่อยทัน (ปกติอีกเช่นกัน)

เพื่อนฝูง แทบจะไม่ได้โทรหาใครเลย

น้องหมึก ตัวติดกันเป็นตังเม รักกันเหลือเกินแล้ว

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On January 28, 2010
At 8:14 am
Comments : 0
 
 

ตามไม่ทันแผน

ช่วงนี้อ่านหนังสือเรียนไม่ทัน
ขอชะแว๊บไปอ่านหนังสือให้ทันแผนที่วางไว้สักพัก

ตอน นี้ “ตาม” แผน อยู่ จริงๆ
แปลว่า แผนที่วางไว้นำหน้าปฏิบัติการไปไกลแล้ว

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On January 10, 2010
At 10:59 am
Comments : 0
 
 

พ.ศ.2553 จะลงทุนในหุ้นตัวไหนดี?

นักลงทุนระดับอนุบาลหุ้นอย่างฉัน คงไม่กล้าแนะนำใครเมื่อได้ยินคำถามนั้น แต่ โพลนักวิเคราะห์จากสมาคมวิเคราะห์หลักทรัพย์(SAA) เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 52 ในตอนท้ายนั้น มีรายชื่อหุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุน เรียงตามลำดับอักษร ดังนี้ …

ADVANC, BAY, KBANK, PTTEP, QH, SCB, TASCO

ฮ่วย!!! เพิ่งจะขาย ADVANC ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 52 ก่อนจะได้อ่านบทวิเคราะห์ และหน้าตาของหุ้นในพอร์ทตอนนี้

CPNRF, DTAC, RATCH, TMB, TPAC

ดูยังไงก็ไม่คล้ายกับที่เขาแนะนำ ฉันเริ่มซื้อหุ้นเองตัวแรกวันที่ 20/11/52 จนกระทั่งบัดนี้คิดเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ พอร์ทของฉันสามารถทำกำไรระยะสั้นได้ประมาณ 4% จากการซื้อๆ ขายๆ หุ้น SIRI (แสนสิริ), ADVANC (AIS) และ TDEX

สำหรับหุ้นคงเหลือในพอร์ทตอนนี้ ผลรวมของพอร์ทก็ยังเป็นสีเขียว และให้ผลตอบแทนคาดการณ์ 1.60% ก็พอจะยอมรับได้ในระดับที่ไม่ขี้เหร่กว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์

CPNRF เป็นหุ้นการเช่าสิทธิ์เซ็นทรัลที่ตั้งใจจะถือยาว
DTAC ซื้อเพราะใช้โทรศัพท์ดีแทค และชอบสไตล์การทำธุรกิจของเขา
RATCH โรงไฟฟ้าราชบุรี ช้อนซื้อไว้วันที่หุ้นร่วง ปันผลใช้ได้
TMB หุ้นเก่าเก็บหลายสิบปีที่คุณพ่อคุณแม่ยกให้
TPAC ทำบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้สินค้าต่างๆ มากมาย เช่น ดัชมิลล์ นมตราหมี เนสกาแฟ ไมโล ฯลฯ

คงเพราะไม่ชอบตามกระแส และไม่ค่อยเชื่อใคร ถ้าการเลือกหุ้นเองจะกำไรน้อยกว่าหรือว่าขาดทุนบ้าง ไม่ผาดโผนมากอย่างเขาก็ไม่เป็นไร ขอเลือกเสี่ยงในรูปแบบที่รับได้ ยังไงก็ขอเลือกเอง

ต้องยกเครดิตให้ ข้อมูลจากเว็บของโบกเกอร์ SCBS (โบรกเกอร์ของไทยพาณิชย์) ที่ช่วยลดภาระงาน ในการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกหุ้น เพราะเขาให้ข้อมูลได้ครบถ้วนทุกแง่มุม ทั้งงบการเงิน อัตราส่วนทางการเงิน บทวิเคราะห์ และกราฟต่างๆ ในรูปแบบดูง่ายสบายตา

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On December 26, 2009
At 9:06 pm
Comments : 0
 
 

ภารกิจพิชิตพุง

โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ มีนโยบายสนับสนุนให้บุคลากรรักษาสุขภาพ โดยเริ่มต้นที่การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และลดไขมันรอบเอว

ตอนที่ได้รับการทาบทามให้เป็นวิทยากรพิเศษ ไปคุยเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเข้าใจว่าบุคลากรของโรงพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มพยาบาลนั้น น่าจะมีความรู้ในเรื่องอาหารดีกันอยู่แล้วทุกท่าน

คุณหมอที่มาเชิญก็ช่วยให้ความมั่นใจ “คนของโรงพยาบาลน่ะ รู้หมดทุกอย่าง แต่ทำไม่ได้ ก็เลยอ้วนกันอยู่นี่ไง เราอยากได้คำแนะนำแบบที่เอาไปทำได้ง่าย ไม่เอาทฤษฎีนะ เอาแบบใช้งานจริง”

นั่นเป็นโจทย์ที่คุณหมอบอกมาและเป็นสาเหตุที่ฉันหายเงียบไป ทั้งเนื้อหาและวิธีการที่จะผลักดันให้คุณพยาบาลควบคุมน้ำหนักอย่างมีเป้าหมายนั้นไม่ง่าย หลังจากใช้เวลา คิดๆ เขียนๆ 2 สัปดาห์ โครงร่างของ workshop สนุกๆ ก็คลอดออกมาจนได้

วันนี้เป็นวันแรกที่เข้าไปทำ workshop ให้กลุ่มงานศัลยกรรม ผู้เข้าร่วมโครงการกลุ่มนี้เป็นพยาบาลในห้องผ่าตัด การแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสุดเท่ห์ของฉันก็เลยหมดความหมาย เพราะถูกสั่งให้เปลี่ยนเครื่องแบบสีเขียวกับหมวกสีขาว และเปลี่ยนรองเท้าตั้งแต่เข้าประตู

dsc06446

เสื้อและกางเกงถูกเก็บอยู่ในล็อคเกอร์
เพราะคุณหมอสั่งว่า “แผนกนี้ไม่เปลี่ยนชุดเข้าไม่ได้นะคะ”

การทำ workshop ครั้งแรก ผ่านไปได้ด้วยดี ผู้เข้าร่วมโครงการกระตือรือร้นและน่ารักมากทุกคน หวังว่าคราวหน้าคงมีผลงานมาอวดให้ฉันชื่นใจบ้าง … สู้ๆ นะคะ

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On December 4, 2009
At 7:19 pm
Comments : 0
 
 

กว่าจะรู้ตัวก็สาย 10 เบอร์ได้ไง

ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่เสพติดอินเทอร์เน็ตจนถอนตัวไม่ได้ เพราะต้องเชื่อมต่อออนไลน์ตลอดเวลา อ่านข่าว ส่งอีเมล์ ดูหุ้น เขียนบล็อค เข้าเอ็ม อ่านทวิตเตอร์ หาข้อมูล ซื้อของออนไลน์ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ และอื่นๆ ทุกอย่างที่ทำผ่านเน็ตได้

เมื่อเช้าต้องไปทำงานที่จามจุรีสแควร์ เลยตัดสินใจซื้อ DTAC Air Card คราวนี้เชื่อมต่อกันนอกสถานที่ให้สะใจ เดือนละ 100 ชั่วโมง กลับถึงบ้านมานั่งนับดูก็ตกใจ กับจำนวนเบอร์โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในครอบครองดูแล

เบอร์โทรศัพท์มือถือ DTAC 2 เบอร์ (ฉัน กับ หมึก)
เบอร์โทรศัพท์มือถือ True 1 เบอร์ (บริษัทฯ)

เบอร์อินเทอร์เน็ต DTAC 1 เบอร์ (Air Card)
เบอร์อินเทอร์เน็ต True 1 เบอร์ (ADSL Hi-speed 8MB)
เบอร์อินเทอร์เน็ต MaxNet 1 เบอร์ (ADSL BroadBand 4MB)

เบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน True 4 เบอร์ (สำหรับใช้งานของบริษัทฯ)

รวมต้องจ่ายค่าบริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารทั้งสิ้น 10 บิล/เดือน (โคตรบ้าเลย) กำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะไปยกเลิกเบอร์ที่ไม่ค่อยได้ใช้เพื่อลดค่าใช้จ่าย ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะยกเลิกเบอร์ไหน กว่าจะรู้ตัวก็สาย 10 เบอร์ได้ไง … ยังมึน

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On November 29, 2009
At 2:36 pm
Comments : 0
 
 

ศุกร์หน้างานเข้า

เพิ่งตกปากรับคำทำงานพิเศษประเภทเผือกร้อน
ที่ต้องจัดการภายในวันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2552

ช่วงนี้คงต้องเตรียมตัวและฟิตร่างกาย
จึงอาจจะมีหายหน้าไปบ้าง

สัญญาว่าถ้ามีเวลา แว๊บ แว๊บ เมื่อใด
ก็จะแวะเข้ามาส่งข่าวสั้นทันใจ
พองานเรียบร้อยค่อยมาเล่ารายละเอียดให้ฟัง

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On November 24, 2009
At 9:51 pm
Comments : 0
 
 

มีเงินเท่าไหร่จึงจะลงทุนในตลาดหุ้นได้?

แก ‘เล่นหุ้น’ เหรอ? (เพื่อนถามฉัน)

เปล่าฉันไม่ได้ ‘เล่นหุ้น’ ฉัน ‘ลงทุน’ ในตลาดหลักทรัพย์
(ตอบอย่างตรงมาตรงไป ไม่ได้กวนติงแต่ประการใด)

คนที่อยู่ในตลาดหุ้นมีหลายประเภท อยากให้แยกก่อนว่า คนประเภทที่เข้าไปลงทุนในหุ้นแบบดูผลประกอบการ ซื้อหุ้นที่น่าสนใจ ถือหุ้นนั้นไว้ รอรับเงินปันผล ที่เป็นกำไรจากการดำเนินกิจการนั้นๆ ต่างจากคนประเภทที่เข้าไปเก็งกำไรหุ้นระยะสั้น แบบที่ซื้อวันจันทร์ขายวันพุธ โดยไม่เคยดูผลประกอบการของกิจการเลย

คนประเภทแรกเรียกว่า ‘นักลงทุน’ ประเภทหลังเรียกว่า ‘นักเก็งกำไรหุ้น’ ฉันเป็นคนประเภทแรก ฉันคิดว่าหุ้นเป็นการลงทุน ไม่ได้คิดจะเล่นหุ้นอย่างที่หลายคนเข้าใจ

คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น (เพื่อนว่าอย่างนั้นลอยมาตามลม)

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า การลงทุนในตลาดหุ้นเป็นเรื่องของคนรวย ทั้งที่ความจริงแล้วตลาดหลักทรัพย์ ช่วยให้คนเดินดินกินเงินเดือนอย่างฉันและเธอ นำเงินมารวมกันทำธุรกิจได้ โดยที่แต่ละคนไม่ต้องมีเงินทุนมากมาย ไม่ต้องรวยแบบคนไทยในเขมรก็ซื้อหุ้นได้

ถ้างั้นต้องมีเงินเท่าไหร่จึงจะลงทุนในตลาดหุ้นได้? (เพื่อนยังคงสงสัย)

ฉันคิดว่าการเริ่มลงทุนในตลาดหุ้น สิ่งสำคัญอันดับแรกไม่ใช่เงิน เพราะถ้าเข้าไปลงทุนสุ่มสี่สุ่มห้า ก็ไม่ต่างจากแมงเม่าที่เขาว่า ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการศึกษา เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจ ทั้งในกลไกการทำงานของตลาดหุ้น และในธุรกิจที่สนใจจะลงทุน

คราวนี้ก็มาถึงเรื่องการเปิดบัญชีซื้อ/ขาย เลือกโบรกเกอร์ใดก็ได้ที่สะดวก เป็นมิตร คุยง่าย และพร้อมที่จะอธิบาย (ฉันเลือก SCBS ของไทยพาณิชย์) ใช้เอกสารเพียงแค่ 3 อย่าง คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาสมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

ในสมุดบัญชีธนาคารที่สำเนาให้โบรกเกอร์นั้น ควรมีเงินหมุนเวียนสม่ำเสมอ และมียอดเงินคงค้างเหลืออยู่ในบัญชีนั้น 100,000 บาท ขึ้นไป แต่เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินที่เราจะนำไปลงทุนหรอกนะ เป็นแค่หลักฐานที่แสดงว่าเรามีสภาพคล่อง หรือจะสำเนาบัญชีเงินฝากประจำให้โบรกเกอร์แทนก็ได้

การบริหารเงินลงทุนที่ง่ายที่สุด คือ เปิดบัญชีซื้อ/ขาย แบบ Cash Balance บัญชีแบบนี้จะซื้อขายด้วยเงินสด มีเงินเท่าไหร่ ก็ลงทุนเท่านั้น ไม่ต้องไปขอใช้วงเงินเกินบัญชีที่โบรกเกอร์เสนอให้

เมื่อบัญชีซื้อ/ขาย ได้รับการอนุมัติ เราก็จะต้องโอนเงินลงทุนไปที่โบรกเกอร์ จะลงทุนมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเรา ฉันแนะนำว่าขั้นต่ำ ควรมีเงินลงทุนประมาณ 40,000 บาท เพราะถ้าใช้เงินลงทุนน้อยกว่านี้จะไม่คุ้มค่าธรรมเนียม

การซื้อขายหุ้นผ่านช่องทางต่างๆ โบรกเกอร์จะคิดค่าธรรมเนียมต่างกัน ถ้าซื้อขายทางโทรศัพท์ให้มาร์เก็ตติ้งคีย์ให้ เสียค่าธรรมเนียม 0.25% แต่ถ้าหัดใช้โปรแกรม Online Trading แล้วซื้อขายเองผ่านอินเทอร์เน็ต จะเสียค่าธรรมเนียมเพียง 0.15% โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าค่าธรรมเนียมในการซื้อขายน้อยกว่า 50 บาท โบรกเกอร์จะคิด 50 บาท

ดังนั้นควรซื้อหุ้นในจำนวนมากพอที่จะคุ้มค่าธรรมเนียม

สมมติว่าซื้อหุ้นผ่านอินเทอร์เน็ต 35,000 บาท
เสียค่าธรรมเนียม 35,000 x 0.15% = 52.50 บาท
เสียภาษี 52.50 x 7% = 3.68 บาท

รวม 35,000 + 52.50 + 3.68 = 35,056.18 บาท
ถ้าอยากลงทุนในตลาดหุ้น นี่เป็นเงินลงทุนขั้นต่ำสุดๆ ที่ต้องมี

ในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยกว่าอัตราเงินเฟ้อ ยิ่งฝากธนาคาร เงินออมก็ยิ่งลดค่า เพื่อนๆ ที่สนใจ อยากนำเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นไทย พอจะเห็นแล้วใช่ไหม ว่ามีเงินจำนวนเท่านี้ก็สามารถลงทุนในตลาดหุ้นได้

ตลาดหุ้นไม่ใช่ที่สำหรับคนรวยเท่านั้นอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เป็นที่สำหรับคนธรรมดา ที่พอจะรับความเสี่ยงได้ และสนใจนำเงินมาลงทุนในธุรกิจที่มองว่ามีแนวโน้มสดใส

“การลงทุนมีความเสี่ยง” เป็นประโยคยอดฮิตที่ได้ยินบ่อยมาก เลยอยากนำความหมายของคำว่า “ความเสี่ยง” มาให้ได้ทราบกันด้วย

ความเสี่ยง หมายถึง
โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนต่างจากที่คาดหวัง

เงินฝากธนาคารจึงมีความเสี่ยงต่ำ เพราะโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนต่างจากที่คาดหวังมีน้อย ถ้าธนาคารประกาศว่าจะให้ดอกเบี้ย 0.5% ก็จ่ายตามนั้นโดยไม่บิดพริ้ว แต่การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูง เพราะโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนต่างจากที่คาดหวังมีมากนั่นเอง

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On November 21, 2009
At 7:07 am
Comments : 3
 
 

สอนให้จำ ต่างจาก ทำให้ดู

มหาวิทยาลัยส่งเอกสารตอบรับการเป็นนักศึกษามาให้แล้ว พร้อมกับเอกสารสำคัญที่ชี้แจงวิธีการเรียนทางไกล เทอมนี้ลงทะเบียนเรียน 3 วิชา วิชาละ 6 หน่วยกิต รวม 18 หน่วยกิต

30201 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหาร
30202 หลักการบัญชี
30204 องค์การและการจัดการ

เทอมแรกของนักศึกษาโข่ง บอกตามตรงว่ารู้สึกหวั่นใจ ยิ่งเห็นตารางเรียนทาง True Vision ที่ต้องดู กับตารางสอนทางวิทยุ FM/AM ที่ต้องจัดเวลาฟัง ก็ยิ่งรู้สึกว่ากำลังเริ่มทำเรื่องที่ … จริงจังขนาดนี้เลยใช่ไหมเนี่ย

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

กว่าคุณแม่ของฉันจะเรียนจบจากรามคำแหง ฉันก็อยู่ประมาณ ป.5 - ป.6 ภาพที่คุณแม่ของฉันนั่งหลังขดหลังแข็ง เปิดไฟโคมในห้องนอนท่องหนังสือกลางดึก และภาพที่คุณแม่ตื่นตั้งแต่ตีสี่มาท่องหนังสือช่วงใกล้สอบ จึงเป็นภาพที่คุ้นเคยในใจ

คุณแม่ของฉันขาดแคลนโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ทำงานไป เรียนไป ไม่ล้มเลิกง่ายๆ
พยามยามจนได้สมความตั้งใจ

แม้ว่าฉันจะเป็นคนใฝ่ศึกษา ก็มีช่วงเวลาที่ท้อกับการเรียน ทุกครั้งที่เบื่อหน่าย ความตั้งใจของคุณแม่ก็จะแวบเข้ามา ภาพที่เห็นจนคุ้นตาก็เหมือนกำแพงที่ดันหลังฉันไว้ ไม่ให้ล้มเลิกอะไรง่ายๆ

 … สอนให้จำ ต่างจาก ทำให้ดู อย่างนี้เอง …

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On November 17, 2009
At 8:45 am
Comments : 0
 
 

ร้านกาแฟก็ไม่ต่างจากคนรัก

น้องที่เช่าร้านกาแฟของฉัน บอกเลิกสัญญาเช่าเมื่อต้นเดือน หลังจากเปิดร้านอยู่ประมาณครึ่งปี

ร้านกาแฟของเธอเปิด 11.00 - 18.00 น. ต้องบอกว่าเป็นร้านกาแฟที่เปิดสายสุดๆ และหาความแน่นอนได้ยาก เนื่องจากเจ้าของร้านแฮงค์จนมาเปิดร้านไม่ไหวอยู่บ่อยๆ ภาพลูกค้ามาคอยเก้อตอนเช้าๆ หรืออาจจะเก้อยาวไปถึงบ่ายก็เป็นเรื่องธรรมดา

ที่เป็นอย่างนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากแรงจูงใจ เธอจะมาเปิดร้านหรือหายไป เธอก็ยังได้เงินเดือนจากหุ้นส่วนที่เป็นมากกว่าเพื่อนกัน จึงไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการเปิดร้านให้ตรงเวลา และเธออาจจะมาเปิดร้านแค่ 4 วัน ในหนึ่งสัปดาห์ ทำให้ลูกค้าผิดหวังไม่ตั้งตัว

ร้านกาแฟก็ไม่ต่างจากคนรัก
กาแฟจะดีขนาดไหน ถ้าหาความแน่นอนไม่ได้
… ก็ไม่ไหวเหมือนกัน …

ลูกค้าที่มาบ่อยๆ ในช่วงสามเดือนแรก ค่อยๆ หายหน้าไป เธอโทษทุกอย่างรอบตัว แต่ไม่เคยปรับพฤติกรรม เธอเริ่มมีปัญหากับหุ้นส่วน ปัญหาที่ฉันมักต้องเข้าไปไกล่เกลี่ยเกี่ยวข้อง ทั้งที่ไม่อยากต้องเข้าไป การบอกเลิกสัญญาเช่าจึงเป็นความโล่งใจ (ของฉัน)

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ฉันชอบดื่มกาแฟ ฉันรักบรรยากาศในร้านกาแฟ ฉันเคยมีร้านกาแฟ แต่ด้วยภารกิจมากมาย ทำให้ฉันไม่สามารถจะทำร้านกาแฟด้วยตัวเองต่อไปได้ และไม่รู้จะจ้างใคร เพราะการควบคุมดูแลต้นทุนอย่างใกล้ชิด เป็นสิ่งที่สำคัญ และฉันไม่สามารถทำอย่างนั้นได้

การปล่อยร้านกาแฟที่รักนักหนาให้คนอื่นเช่า จึงเป็นเรื่องจำใจ มีคนที่อยากทำร้านมาติดต่อคุยกันอยู่บ้าง แต่ยังไม่ได้รีบร้อนปล่อยให้ใคร ฉันไม่ได้มองที่ค่าเช่า ฉันมองที่ความตั้งใจ อยากได้คนที่ต้องการทำจริงๆ มากกว่าคนที่อยากมาลองทำเล่นๆ

ร้านกาแฟก็ไม่ต่างจากคนรัก
ในวันที่ฉันดูแลเธอไม่ได้ ก็อยากให้เธอเจอคนที่ใช่
คนที่รู้ว่าเธอมีค่า และพร้อมดูแลด้วยใจ
… ไม่ใช่เพียงผ่านมา แล้วเลยผ่านไป …

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ฉันยังคงชอบหอบงานไปปักหลักที่ร้านกาแฟ ร้านโปรดช่วงนี้ คือ คาเฟ่ คาลดี้ (Cafe’ Kaldi) ใกล้ๆ วัดไผ่เงิน อีกร้านนึงอยู่แถวสาธุประดิษฐ์ ชื่อร้านบาริสต้า (Barista) อยู่ใกล้โรงเรียนของหมึกทั้งสองร้าน

ร้านกาแฟก็ไม่ต่างจากคนรัก
ในวันที่ฉันไม่สบายใจ เพียงแค่มีเธออยู่ใกล้
เรื่องต่างๆ ในใจก็เหมือนจะคลี่คลาย
… โดยไม่ต้องพูดอะไร …

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On
At 8:16 am
Comments : 2
 
 

Set in the City 2009

งานมหกรรมการลงทุนครบวงจรแห่งปี Set in the City 2009
เริ่มขึ้นวันนี้ 12 - 15 พฤศจิกายน 2552
ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น5 สยามพารากอน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ลงทุนใน RMF และ LTF อย่าพลาดโอกาสดีๆ ที่จะได้เปรียบเทียบกองทุนต่างๆ อย่างหลากหลาย ก่อนตัดสินใจลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากออมทรัพย์ และประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

หากต้องการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในงานนี้ ควรเตรียม บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ติดกระเป๋าไปด้วย

นอกงานออกบูทจาก บลจ. ต่างๆ ที่จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน ก็ยังมีเวทีสัมนาที่น่าสนใจให้ฟังได้ ฟรี!!!

บ่ายนี้ (13.00-15.00 น.) ฉันจะไปฟังสัมนาเรื่อง “ทิศทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นปี 2553″ โดย ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ จาก เอเชีย พลัส คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร จากทิสโก้ และ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ จาก ธ.ก.ส. แล้วจะมาเล่าให้ฟัง

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

นอกจากงานสัมนาที่ตั้งใจไปฟังช่วยเปิดโลกทัศน์ได้มาก บูทในงาน Set in the City 2009 ก็จัดได้ยิ่งใหญ่อลังการ

บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งเชิญชวนให้เปิดบัญชีซื้อขาย ด้วยของแถมที่น่ารักน่าใช้จนอยากสมัครให้ครบทุกค่าย โดยเฉพาะผู้ที่เปิดบัญชีอนุพันธ์ก็จะได้รับ “ตุ๊กตากระทิง น้องทองดี” (เค้าตั้งชื่อเก่งจริงๆ)

บูทของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจกหนังสือ Set Stock Focus พร้อมเมนูหุ้นที่คัดสรรให้เลือกลงทุนได้ง่าย และ Stock Best Pick คัมภีร์แนะนำทิศทางและกลยุทธ์การลงทุนในหุ้น จากโบรกเกอร์ชั้นนำ แบบเนื้อๆ เน้นๆ ฟรี!!!

บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ต่างจัดเตรียมพนักงานมาให้ข้อมูลกันอย่างพร้อมหน้า นักลงทุนรายย่อยสามารถเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ได้อย่างจุใจ ก่อนเลือกลงทุนตามสไตล์ความเสี่ยงที่รับได้

ใครแวะไปงานนี้อย่าลืมซื้อ คู่มือผู้ลงทุนฉลับล่าสุด จากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ (SAA) ขายเพียงเล่มละ 40 บาท ที่ให้ข้อมูลคุ้มเกินราคา

สำหรับคนที่ชอบพริตตี้ งานนี้ก็มีหลากสไตล์ ตั้งแต่น่ารักหวานใสสไตล์กองทุนรวม เรื่อยไปจนถึงโฉบเฉี่ยวเร้าใจสไตล์ Gold Future

สรุปแล้วงานนี้ … ของเขาดีจริงๆ

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On November 12, 2009
At 10:07 am
Comments : 0