Category: ใส่รองเท้าท่องโลก

Apr 14

1st day in Japan 2010: Osaka

14/4/2010 @ Hotel Chuo Oasis,

I just arrived Japan this morning. The weather is good sunshine with a little cold and windy.

After check in, we went out to Osaka Aquarium. It is a fantastic aquarium that I ever met. From big shark to small fish, and all penguin are incredible cute. My son (Ink) like it so much. We had a good time together.

Finished from aquarium, a member in my group want to take a rest. I bring them back to the hotel to take a nap. But I’m not sleepy. So, I use internet at the hotel to e-mail and write this blog. Ink is playing internet on another computer next to me.

Actually, I have planed in details about many places that I would like show them around. But I think this group may not be able to follow because they are 50+ and love to go slow.

Anyway, backpack trip is really good for adjustment. I changed this plan to go slower. I cut some place without hesitation. The main target of this group is to feel good weather in deep breath and touch japan’s atmosphere without rush.

We can think more while walking slowly.

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

To dad and mom, I missed you always and I wish you are here with me as in Hong Kong last year. I hope everything at home is in shape.

To Ink’s dad, I’m so happy so see your e-mail in my box. Thanks for your helping hands in the company that made me able to sitting in japan right now. Ink is a good boy here. We hugged very often because the weather is cold. And we also missed your hug.

3
comments

Apr 13

Japan Trip 2010: วิชาตัวเบา

สองแม่ลูกจัดข้าวของกันเรียบร้อยแล้ว
ไม่ได้เอาอะไรไปมากมาย เพราะกางเกงยีนส์ก็ใส่ซ้ำได้
มีเพียงเป้ JanSport ผูกโบว์ลายสก็อตให้สังเกตง่าย
รับผิดชอบกันคนละใบ

จัดเป้ตามหลัก “วิชาตัวเบา” ไม่ใช้ ไม่เอา
ทำให้ในเป้ยังมีที่ว่าง
เผื่อสำหรับ “ของเล่น” ที่จะซื้อระหว่างทาง
ตามสัญญาที่บอกหมึกไว้ “สอบเปียโนเกรด 9 ผ่านแล้วจะซื้อให้”

ay-ink-backpackjapan

เป้ JanSport ใบเล็กของหมึก ข้างในมีเสื้อหนาว
กระดาษเปล่า เครื่องเขียน และการบ้านสำหรับ 1 สัปดาห์
ที่คุณครูคุมองยืนยันว่าต้องเอาไปทำ

ฉันเอาแผนการเดินทางสำเนาใส่ไว้ในเป้ของหมึก
พร้อมกับรายละเอียดที่จำเป็นต่างๆ
เผื่อในกรณีที่หมึกหลงทาง
ถ้าตำรวจพบตัวเข้าจะได้พามาคืนที่โรงแรม

เป้หนังใบเล็กนั่นของฉัน
บรรจุเอกสารสำหรับการเดินทาง ไดอารี ปากกา
และเงินค่าขนม

เนื่องจากเว็บพยากรณ์ว่าฝนจะตกและอากาศหนาว
จึงเลือกเอารองเท้ายางไป เพราะ crocs เปียกฝนแห้งง่าย
ไม่กลัวหนาวเพราะเตรียมถุงเท้าไปหลายคู่

สีฟ้าของหมึก สีม่วงของฉัน
ตอนนี้เท้าเราไม่เท่ากัน เท้าหมึกใหญ่กว่าฉัน
แต่ความรอบคอบในการเดินยังคงต่างกัน

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

13 เมษายน 2553 จะออกเดินทางหนึ่งทุ่ม โดยทิ้งมือถือไว้ที่บ้าน ใครต้องการติดต่อหรือส่งข่าวสาร เชิญอีเมล์ไปที่ ayishere@hotmail.com หรือคอมเมนท์ไว้ในบล็อค เพราะแม้จะไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊คไป แต่ที่โรงแรมคงพอมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้

22 เมษายน 2553 จะกลับมาประจำการ

0
comments

Apr 10

จัดกระเป๋าคราวนี้ … ไม่ลืมพื้นที่เป้าหมาย

คราวที่แล้วไปติดฝนอยู่ที่โตเกียวจนต้องปรับแผนการเดินทางกันพัลวัน ทำให้รู้ว่าอีกเรื่องหนึ่งที่ลืมไม่ได้ คือ การตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าของพื้นที่เป้าหมาย พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน ของญี่ปุ่น แนะนำให้ดูจากเว็บไซต์ของ JNTO http://www.jnto.go.jp/weather/tha/ แต่ถ้าอยากรู้ล่วงหน้ากว่านั้น http://www.accuweather.com มีพยากรณ์ล่วงหน้า 15 วัน ส่วนความแม่นนั้นเชิญพิสูจน์กันเอง

โปรแกรมเดินทางที่วางแผนไว้

ออกเดินทางค่ำๆ วันที่ 13/4/53 ไปถึงญี่ปุ่นตอนเช้า

14/4/53 (พ.) โอซาก้า / Cloudy and colder 9C

15/4/53 (พฤ.) โอซาก้า – โกเบ / Cloudy and cold 9C

16/4/53 (ศ.) เกียวโต / Cool with rain and drizzle 13C

17/4/53 (ส.) เกียวโต / Warmer with sunshine 17C

18/4/53 (อา.) โตเกียว / A shower in the a.m.; cloudy 17C

19/4/53 (จ.) โตเกียว / Windy with rain 17C
19/4/53 (จ.) นิกโก้ / Rain 13C

20/4/53 (อ.) โตเกียว / Low Clouds 17C
20/4/53 (อ.) นิกโก้ / Periods of rain 10C

21/4/53 (พ.) โตเกียว /Mostly cloudy 13C

สภาพโดยรวมอากาศกำลังสบาย เสื้อหนาวกับผ้าพันคอลืมไม่ได้ อาจจะมีฝนตกบ้างในบางวัน แต่ไม่ต้องเตรียมร่มไป เพราะร่มที่โน่นหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง

สัมภาระไปญี่ปุ่น 8 วัน 9 คืน ถูกบรรจุอยู่ในเป้ใบเดิมอย่างง่ายๆ

  • เสื้อยืด 6 ตัว เสื้อเชิ้ต 2 ตัว เสื้อใส่นอน 3 ตัว
  • กางเกงยีนส์ 4 ตัว กางเกงวอร์มใส่นอน 3 ตัว
  • กางเกงในกระดาษ 2 แพ็ค กับเสื้อชั้นใน 8 ตัว
  • ผ้าเช็ดตัว 1 ผืน เผื่อโรงแรมไม่มีให้
  • เสื้อแจ็คเก็ต 1 ตัว ผ้าพันคอ 2 ผืน กับ ถุงมือ 1 คู่
  • รองเท้ายางลุยฝนได้ 1 คู่ ใส่ไปจากบ้านเลย
  • สบู่ แชมพู โฟมล้างหน้า ครีมทาผิว (หวีไม่ต้องเอาไป)
  • ไดอารีเปล่า และ ปากกาลูกลื่นชาติตระกูลดี
  • SD Card Memory 2 อัน รวม 12GB กับ กล้องคู่ใจ
  • เครื่องนับก้าวเดิน Omron
  • Passport + ตั๋วเครื่องบิน + JR Pass + เงินเยน

พอมีพื้นที่จำกัด
ฉันก็สามารถตัดใจ ไม่นำอุปกรณ์หลายอย่างไป

นั่นทำให้เริ่มมองเห็นว่า
ข้าวของที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ในแต่ละวัน
บางอย่างนั้น … ไม่ต้องมีมันก็ได้

ทุกวันนี้ที่มีข้าวของงี่เง่ามากมาย
เพราะบ้าสมบัติและไม่ตัดใจ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

10 เมษายน 2553 ในขณะที่กำลังเขียนบล็อคนี้ ทหารกำลังเผชิญหน้า กับ นปช. เหตุการณ์กำลังบานปลายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่อารมณ์สบายๆ ที่จะแบกกระเป๋าออกนอกประเทศไปเที่ยวอย่างเบิกบานใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะล้มเลิกทันทีได้ง่ายๆ เพราะไม่ได้ไปคนเดียว และมีผู้ข้องเกี่ยวหลายคน

0
comments

Apr 08

ญี่ปุ่น … อยากสัมผัสเธอในวันธรรมดา

ปี 2008 ฉันแบกเป้ไปญี่ปุ่นครั้งแรกกับคุณพี่ 7 วัน 8 คืน จำได้ว่าเป็นประสบการณ์เดินขาลากดิน ที่เจ็บปวดรวดร้าวจนยาคลายกล้ามเนื้อเอาไม่อยู่ ถามว่าสนุกไหม? มันสนุกเพราะทุกอย่างแปลกตาตื่นใจ คล้ายกับเด็กเจอของเล่นใหม่ แม้การแบกเป้ไปเองจะมีเวลาเสพบรรยากาศมากกว่าทัวร์ แต่คราวก่อนก็ยังรีบร้อนนิดๆ เพราะมีหลายแห่งที่อยากไปในความคิด

ตั้งแต่กลับมาก็คิดอยู่เสมอว่า อยากไปญี่ปุ่นอีกหลายๆ ครั้ง เพราะชอบลักษณะเฉพาะตัวของที่นั่น แต่ค่าเดินทางก็แพงเหลือเกิน 2 ปีผ่านไป มีคนเสนอให้ทำโปรแกรมเที่ยวแบกเป้กลุ่มเล็กๆ 4 – 7 คน ไปญี่ปุ่น 8 วัน 9 คืน ก็เลยทำแผนการเดินทางกับงบประมาณส่งไป จนกลายเป็นทริปนี้จนได้

ทริปนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมและสงกรานต์ เลยได้โอกาสหิ้วหมึกไปด้วย เพราะตั้งแต่คราวที่ฝากหมึกไว้กับคุณยายคุณตา ฉันก็สัญญากับเจ้าตัวไว้ว่า “ไปญี่ปุ่นคราวหน้าจะพาหมึกไปด้วย” เลยทำให้คนที่ต้องอยู่เฝ้าบ้านกลายเป็นคุณพี่อย่างไม่มีข้อสงสัย

ตั๋วเครื่องบินหายากมากเต็มทุกเที่ยวบิน กว่าจะไปถึงโน่นกลีบซากุระ 2010 คงโรยรา สำหรับคนที่ฉันจะพาไป การได้พบญี่ปุ่นครั้งแรกแม้จะไม่ทันซากุระ ก็รับรองว่าคงทำให้จินตนาการบรรเจิดได้อยู่ดี ส่วนฉันนั้นแอบนึกดีใจ เพราะเคยได้ชมซากุระอย่างเต็มตาเมื่อคราวก่อน จึงอยากไปเห็นญี่ปุ่นในวันธรรมดา

ซากุระแรกนั้นยังงดงามไม่คลาย
นึกถึงญี่ปุ่นคราใด
ก็คล้ายมีหญิงสาวอ่อนหวานใส่กิโมโนมานั่งใกล้ๆ

นานวันผ่านไป ได้รู้จัก ได้ศึกษา ได้พินิจพิจารณา
ความแข็งแกร่งของเธอก็ยิ่งเร้าความสนใจ
ชวนให้อยากชิดใกล้

คราวนี้จะได้เห็นเธอถอดกิโมโนก็ดีใจ
อยากสัมผัสเธอในวันธรรมดา
วันที่ไม่แต่งหน้า วันที่เธอผ่อนคลาย

ฉันกำลังรีบจัดการงานที่ค้างคาให้เรียบร้อย ในขณะที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และภาวนาอยู่ในใจข้อเดียว คือ ขอให้สนามบินสุวรรณภูมิใช้การได้

0
comments

Mar 23

ทริปอัมพวา วันที่2

หลังจากใส่บาตรหลวงพี่กับน้องเณรที่พายเรือผ่านโฮมเสตย์จนอิ่มใจ ก็รับประทานอาหารเช้าที่ NR เตรียมไว้ให้ ข้าวต้มหมูสับ กาแฟร้อน ขนมปังปิ้ง ปาท่องโก๋ เลือกกันได้ตามอัธยาศัย อิ่มแล้วก็ช่วยพี่เหมยล้างจานของใครของมัน เพื่อลดภาระเจ้าของบ้าน

อิ่มหนำสำราญแล้วเริ่มเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าออกจาก NR ไปเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำเก่าแก่ที่รู้จักกันมานาน แต่ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศเป็นการค้าเกินไป แม่ค้าก็ไม่ค่อยยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนที่อัมพวา ออกแนวดุๆ เล็กน้อย

แม่ค้าเขียนป้ายไว้เป็นภาษาไทย “ไม่ซื้อห้ามหยิบ” ลูกค้าเป็นต่างชาติจะอ่านออกได้ยังไง พอลูกค้าหยิบดูแม่ค้าก็พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ “ไม่ซื้ออย่ามาหยิบนะ” ลูกค้าทำหน้างง แล้ววางเทียนหอมกลับลงไปที่เดิม ไม่ต้องเข้าใจภาษา แค่ดูหน้าตาภาษากาย ก็พอเข้าใจว่าแม่ค้าไม่เป็นมิตร

นอกจากแม่ค้าที่มีมารยาทไม่ประทับใจ ข้าวของที่ขายก็ค่อนข้างแพง คงจะมีเป้าหมายที่ลูกค้าต่างชาติมากกว่าคนไทย สรุปแล้วฉันไม่ค่อยประทับใจตลาดน้ำดำเนินสะดวก

amphawa3

ออกจากตลาดน้ำดำเนินสะดวกมา ก็มุ่งหน้าสู่วัดจุฬามณี ซึ่งงามติดใจมาจากเมื่อคืนนี้ ตอนที่เรือชมหิ่งห้อยแล่นผ่าน ฉันมองเห็นอุโบสถของวัดจุฬามณี โดดเด่น งามสง่า ประดับประดาไฟสวยงามในยามค่ำ จึงตั้งใจว่าก่อนกลับจะต้องแวะมา

อุโบสถของวัดจุฬามณีเป็นอุโบสถไม้สัก ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียว บานหน้าต่างลงรักฝังมุกงดงามมาก พอเดินเข้าไปด้านในก็จะรู้สึกได้ถึงความร่มเย็น ฝาผนังโดยรอบมีภาพจิตรกรรมพุทธประวัติและชาดก ใครผ่านมาตลาดน้ำอัมพวาไม่ควรพลาดวัดจุฬามณี

ภาพถ่ายทั้งทริปอัพโหลดไว้ที่ Picasa Web Album นะคะ

0
comments

Mar 23

ทริปอัมพวา วันที่1

ออกเดินทางจากบ้านเก้าโมงกว่าๆ ไปถึงอัมพวาสิบโมงครึ่ง แต่อัมพวาเป็นตลาดยามเย็น จึงชวนกันไปชมความร่มรื่นชื่นใจของต้นไม้ที่ อุทยาน ร.2 และเดินชมบ้านทรงไทย ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 5 บาท รับรองเลยว่างามคุ้มเกินราคา ถ้าไม่รีบร้อนก็สามารถเดินไปเรื่อยๆ จนถึงริมแม่น้ำ รับลมเย็น นั่งเล่นสบายๆ

เลยจาก อุทยาน ร.2 มาเล็กน้อย ประมาณ 200 เมตร จะมีร้านอาหารซีฟู้ด ชื่อร้าน น้องอุ้ม อร่อยและราคาไม่แพง แต่แนะนำว่าควรจะชวนกันไปหลายๆ คน เพราะว่ากับข้าวเสริฟจานค่อนข้างใหญ่ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เพราะหิวจนตาลาย

เราไปกัน 4 คน สั่ง ข้าวผัดปูจานกลาง กุ้งหลน ทอดมัน ยำทะเล และปลาเก๋าราดพริก แค่นี้เองนะไม่ได้สั่งข้าวสวย ยังต้องช่วยกันรุมกินโต๊ะจนอิ่มถึงเย็น ในราคารวม 720 บาท

amphawa1

อิ่มแล้วก็ขับรถต่อไปอีกไม่ไกล ข้ามฝั่งแม่น้ำไปเที่ยว โบสถ์ปรกโพธิ์ และ ค่ายบางกุ้ง ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน โบสถ์แห่งนี้มีต้นโพธิ์ขึ้นคลุมอยู่ สวดมนต์ไหว้พระเขย่าเซียมซี อธิษฐานกับหลวงพ่อนิลมณี แล้วเดินเลยไปอีกนิดเพื่อชมศิลปะมวยไทยท่าต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่มากมาย

ฉันจองที่พักทางโทรศัพท์กับ พี่เหมย แห่งโฮมสเตย์ NR ราคา 300 บาท/คน/คืน (รวมอาหารเช้าด้วย) ที่พักอยู่ไม่ไกลจากตลาดน้ำ มีที่จอดรถสะดวกสบาย ใครสนใจก็สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 086-3014107

เอาของเข้าที่พักเรียบร้อย ก็นั่งเรือแจวของคุณลุงจาก NR ไปเที่ยว ตลาดน้ำอัมพวา ราคา 30 บาท/คน เดินชมสวนมะพร้าว เดินเล่นตลาดน้ำ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อยืดที่ระลึก ของกระจุกกระจิกน่ารักๆ และของกินทุกชนิดที่เรานึกออกมาได้ ที่นี่มีขายทั้งนั้น

amphawa2

แม้ว่าผู้ใหญ่จะยอมแพ้กับการกินไปแล้ว แต่หมึกยังคงอร่อยได้ทุกรายการ นี่หละมั๊งเขาถึงเรียกว่าวัยกำลังกิน ย่ำค่ำมาเยือนประมาณหกโมงครึ่ง ซื้อตั๋วเรือชมหิ่งห้อยจาก ท่าเรือคุณย่า ซึ่งจะพาเรา ล่องเรือชมหิ่งห้อย ราคา 60 บาท/คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ซึ่งเป็นรายการสุดประทับใจ ของเด็กที่บ้านและคนญี่ปุ่นที่ฉันพามา

ชมหิ่งห้อยเรียบร้อยก็กลับมาอาบน้ำประแป้ง นอนดูทีวีในห้องพักจนหนังตาหนักก็เข้านอน เพื่อที่จะรีบตื่นมารอน้องเณรกับหลวงพี่ ที่พายเรือกันมาจากวัด ใส่บาตรกันแล้วสมาชิกโฮมสเตย์ก็พนมมือกันสลอน ในขณะที่หลวงให้พรดังทั่วคุ้งน้ำยามเช้า

0
comments

Oct 03

ชาร์จพลังจากผืนป่า

คุณตา คุณยาย หมึก และฉัน ชวนกันไปชาร์จพลังจากผืนป่า ขับรถไปทางนครนายกมุ่งหน้าสู่ น้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกนางรอง และน้ำตกสาลิกา 3 เป้าหมายในหนึ่งวัน

เป็นวันเสาร์ที่ผู้คนบางตากว่าที่คาดหมาย ต่างจากหลายปีก่อนที่เคยมา ช่วงนี้น้ำเยอะและไหลเชี่ยว คงเพราะอยู่ในช่วงหน้าฝน แค่แหย่เท้าลงไปก็รู้สึกได้ถึงความเย็นจัด แต่หมึกก็ยังยืนยันความตั้งใจ “จะเล่นน้ำที่วังตะไคร้”

บรรยากาศ ภาพถ่าย และคำบรรยายทริปนี้
อัพโหลดไว้ที่ใน Picasa Web Album เรียบร้อยแล้ว

waterfall

สรุปข้อมูลเปรียบเทียบ

  • วัยรุ่นเยอะที่สุด >> วังตะไคร้
  • ครึกครื้นโครมครามที่สุด >> วังตะไคร้
  • เหมาะแก่การล่องแก่งห่วงยาง >> วังตะไคร้
  • ค่าเข้าห้องน้ำแพงที่สุด (3 บาท) >> วังตะไคร้
  • เข้าห้องน้ำได้ฟรี >> น้ำตกนางรอง
  • เงียบที่สุด (ซบเซาที่สุด) >> น้ำตกนางรอง
  • ห้องน้ำสะอาดที่สุด >> น้ำตกนางรอง
  • ไอติมกะทิอร่อยที่สุด >> ทางเข้าน้ำตกนางรอง
  • เดินไกลที่สุด (ประมาณ 1 กม.) >> น้ำตกสาลิกา
  • ต้นไม้ร่มรื่นครึ้มที่สุด >> น้ำตกสาลิกา
  • เหมาะแก่การเล่นน้ำที่สุด >> น้ำตกสาลิกา
  • บรรยากาศดีที่สุด >> น้ำตกสาลิกา
  • ค่าผ่านประตูแพงที่สุด >> วังตะไคร้ (ของเอกชน)
  • ค่าผ่านประตูถูกที่สุด >> น้ำตกสาลิกา (ของอุทยานแห่งชาติ)

รวมระยะทางเดินขึ้นเขาลงเขาในวันนี้ ค่อนข้างไกลพอได้เหงื่อซึมแผ่นหลัง ใช้แรงแบบนี้นอกจากจะได้ออกกำลังกาย ก็ยังช่วยให้ ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง อร่อยมากกว่าปกติได้

เบื่อศูนย์การค้า เบื่อรถราติดขัด
สนใจผืนป่าบำบัดบ้างไหม?

ออกมาสูดอากาศสดชื่นเต็มปอดบ้าง ก็ทำให้สมองปลอดโปร่งดี น้ำตกทั้งสามแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในบริเวณใกล้เคียงกัน ใช้เวลาขับรถเพียงแค่ 2 – 3 ชั่วโมง เท่านั้น สามารถ ไป-กลับ ภายในหนึ่งวันได้สบายๆ

2
comments

Aug 12

จุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ

วันแม่ปีนี้ฉันนัดกับคุณแม่ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ หาข้อมูลและวางแผนมาอย่างดี

ฉันไปรับคุณพ่อกับคุณแม่ที่บ้านตอนสิบโมงเช้า ขับรถผ่านเซ็นทรัลพระราม 2 แล้วชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถนนบางขุนเทียนชายทะเล ขับไปสุดถนนจนตรงไปไม่ได้อีกแล้ว จะมีสามแยกขวางหน้าให้เลี้ยวขวา เลี้ยวปุ๊บก็จะพบป้าย “จุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ”

ตรงนั้นจะมีลานจอดรถกว้างขวาง และมีท่าเรือหางยาว ค่าเรือเหมาไปกลับ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท เรือจะพาเราแล่นผ่านป่าชายเลน ที่มีต้นโกงกาง ผ่านบ้านเรือนของชาวบ้าน มุ่งหน้าออกสู่ทะเลกรุงเทพฯ (ที่ไม่ใช่สวนสยาม)

bangkok-sea-view-boat

เพียงแค่ 25 นาที จากท่าเรือ เราก็มาถึง หลักเขตที่ 28 ของกรุงเทพฯ ซึ่งปักอยู่กลางทะเล ทำหน้าที่แบ่งระหว่าง จ.กรุงเทพฯ กับ จ.สมุทรปราการ ตั้งเด่นตระหง่าน ความจริงแล้วหลักเขตกลางทะเลของกรุงเทพฯ มีอยู่สองหลัก อีกหลักหนึ่งจะทำหน้าที่แบ่งระหว่าง จ.กรุงเทพฯ กับ จ.สมุทรสาคร

หลังจากชื่นชมหลักเขตแล้ว เรือก็จะพามาจอดที่ท่าของ “ร้านอาหารจุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ”

ร้านนี้เขาสร้างที่นั่งยื่นออกยาวออกไปในทะเล นั่งรับประทานอาหารทะเลกันบนโต๊ะเตี้ยๆ คล้ายโต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ลมเย็นสบายได้บรรยากาศ สำหรับคนที่ไม่ถนัดนั่งพับเพียบหรือขัดสมาธิ เขาก็มีโต๊ะเก้าอี้แบบปกติไว้บริการเช่นกัน

bangkok-sea-view-scenery

อาหารที่เราได้ชิมกันวันนี้ … ปูผัดผงกระหรี่แบบโบราณ (ไม่ใส่ไข่) ทอดมันกุ้ง ปลาหมึกย่าง ต้มส้มปลากระบอก ข้าวผัดปู และปลากระพงสามรส หน้าตาดีและอร่อยมากๆ ทุกอย่าง ไม่ได้ทานอาหารไทยรสชาดขึ้นหิ้งอย่างนี้มานานมากแล้วนะ ฉันรู้สึกเลยว่า “อาหารไทยมันต้องแบบนี้สิ”

อาหารทะเลทุกชนิดคุณภาพดีและสดมาก ในเมนูแจ้งราคาชัดเจน คิดราคาในใบเสร็จตามน้ำหนักจริงไม่มีมั่ว เรียกว่าทำการค้าแบบโปร่งใส และบริการของเด็กเสริฟก็สุดแสนจะเอาใจใส่

bangkok-sea-view-food

(ราคาอาหารทั้งหมดนี้ + ข้าวสวย 1 โถ + เครื่องดื่ม + น้ำแข็ง) = 1,430 บาท
รับประทานกัน 5 คน เฉลี่ยออกมาแล้ว เพียงแค่ 286 บาท/คน
286 บาท/คน + ค่าเรือ 50 บาท/คน = 336 บาท/คน
เทียบแล้วดีกว่าบุฟเฟต์ราคา 400 – 500 บาท แถวทองหล่อ

ถ้าเพื่อนๆ สนใจจะไปรับประทานอาหารที่นี่ ฉันแนะนำให้พิมพ์ คูปองลด 10% จากเว็บไซต์ของทางร้าน (คลิกที่นี่) ติดมือไปด้วย เพราะฉันทดลองมาแล้ว เขาลดให้จริงๆ

ร้านอาหารจุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.00 – 21.00 น. และ ปิดวันจันทร์ นะคะ

1
comments

Aug 08

Emporium Blossom Siam Tulip 2009

ใครที่มีเวลาว่างระหว่างวันที่ 6-16 สิงหาคม 2552 อยากชวนไปชมดอกไม้สวยๆ ในงานฉลอง 12 ปี เอ็มโพเรียม

Emporium Blossom Siam Tulip 2009

tulip-ay03

ฉันไปชมมาแล้วตื่นตาตื่นใจไปกับทุ่งดอกทิวลิปสยาม (Siam Tulip) ซึ่งมีความสวยงามต่างจากดอกทิวลิปนำเข้า เอ็มโพเรียมเขาอุตส่าห์ตั้งใจทุ่มทุนยกทุ่งดอกไม้มาไว้ใกล้เราขนาดนี้ ถ้าไม่ไปชมก็น่าเสียดาย

tulip10 tulip08

ในงานนี้นอกจากดอกทิวลิปที่งามอย่างไทยแล้ว ก็ยังมีประติมากรรมงามๆ การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น “อิเคบานะ” และภาพเขียนสีน้ำ ภาพเขียนสีน้ำมัน จากศิลปินหลากหลายท่านในงาน “สายศิลป์รักษ์จิตรกร”

tulip18 tulip-art-05

ทุกองค์ประกอบในงานนี้สอดคล้องอย่างกลมกลืน
และจัดแสดงได้อย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา สมเป็นมืออาชีพ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่ามาแล้วจะคุ้มค่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าขี้เกียจเดินทางมา ก่อนได้ชมภาพที่ฉันเก็บมาฝาก

อัลบัม Emporium Blossom Siam Tulip 2009 (คลิกที่นี่)

ทุกภาพนั้นฉันถ่ายมาด้วยกล้องดิจิตอลรุ่นอนุบาลหมีน้อย แต่ภาพงามสุดๆ เพราะดอกไม้เขาสีแจ่มและงามจริงๆ

tulip14

0
comments

Aug 05

โลกทั้งใบในห้องนั่งเล่น

เมื่อตอนบ่ายเอากีตาร์คลาสสิคไปขึ้นสาย ระหว่างรอก็ไปเดินเล่นในร้านหนังสือ ได้หนังสือเกี่ยวกับการออกกำลังกาย 1 เล่ม หนังสือเที่ยวกรุงเทพฯ 1 เล่ม (กำลังคิดว่าวันแม่จะพาคุณแม่ไปเที่ยวไหนดี) และหนังสือนิยายของสำนักพิมพ์ freeform อีก 2 เล่ม

  • Sainte Rita ผู้หญิงสีฟ้าครึ้มฝน
  • Suicide Shop ร้านชำสำหรับคนอยากตาย

เล่มแรกอ่านปกหลังแล้วรู้สึกว่าต้องซื้อมา ส่วนเล่มหลังคุณจ๋าแนะนำไว้ในคอมเมนท์เมื่อวันก่อน เลยได้ติดมือกลับมาด้วย ^_^

นอกจากหนังสือก็ยังได้แผนที่ทางหลวงของประเทศไทย แผนที่เส้นทางล่าสุดของกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ที่เขาตีพิมพ์อัพเดทล่าสุด เพื่อจะได้วางแผนหลบหลีกออกจากเมืองได้ง่ายๆ ตามประสาแม่ลูกอารมณ์อาร์ต

สุดท้ายที่หยิบติดมือมา คือ แผนที่โลกขนาดใหญ่สุดๆ เอากลับมาติดในห้องนั่งเล่น ตรงผนังหน้าทีวีใต้กรอบรูปจิ๊กซอว์ พอติดเรียบร้อยสองแม่ลูกก็ชี้ชวนกันดูประเทศโน้นประเทศนี้ แล้วเอาปากกาไฮไลท์สีเหลือง ป้ายสีประเทศที่ไปมาแล้ว

เราคุยกันถึงทริปแบกเป้ปีหน้า
ฉันก็ตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ … ว่ายังไม่รู้เหมือนกัน

งบประมาณยังไม่มี แผนยังไม่มา
ไม่ชอบสัญญา เพราะกลัวรักษาไม่ได้

ในชีวิตนี้เราคงเที่ยวไม่ทั่วโลกหรอก
แต่การมีแรงบันดาลใจติดอยู่ที่ฝาผนังมันก็ชวนให้ฮึกเหิมดี

อย่างน้อยตอนนี้ … เราก็มีโลกทั้งใบในห้องนั่งเล่น

worldmap

ฉันเคยออกเดินทางเพื่อหนีบางเรื่องราวที่ไม่อยากเผชิญหน้า
แล้วก็พบว่า … ไกลสุดฟ้า … ปัญหาไม่เคยคลี่คลาย

ฉันพกพา (ตัวเอง = ตัวปัญหา) ไปด้วยตลอดเวลา

สิ่งที่ต้องเผชิญหน้าจึงไม่ใช่โลกกว้าง
กลับกลายเป็นโลกแคบๆ ข้างใน

… ณ อีกซีกโลกนั้น ฉันได้เรียนรู้ว่า …

อย่าเพิ่งบอกว่าอยากเข้าใจใคร ถ้ายังไม่เข้าใจตัวเอง

2
comments

Aug 04

บ้านใหม่ของ G.M. ครับผม

บ้านใหม่ตอนที่ 1

บ้านใหม่ ตอนที่ 2

gm-sleep-05

อาม่าครับ … ได้เวลาอาหารของผมแล้วครับ

gm-sleep-06

ตอนฉันจะกลับกรุงเทพ G.M. มายืนทำท่าจะเข้ากระเป๋า
ไม่ได้พากลับมา แต่เดือนตุลาฯ สัญญาว่าจะไปเยี่ยมนะ

4
comments

Aug 04

บันทึกการเดินทางกลับบ้าน

kids02

เช้าวันจันทร์ที่ฝางช่างสดใส ฉันตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวไปส่งหลานๆ ที่โรงเรียน น้องพีช (ซ้าย) กับ น้องพันช์ (ขวา) ในชุดพละโรงเรียนฉือจี้ โรงเรียนนานาชาติของไต้หวัน ที่ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาที่สอง ดังนั้นอย่าแปลกใจที่น้องพันช์ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาจีนกลางได้คล่องแคล่ว

kids04

พี่แพน กับ น้องพูห์ ในชุดนักเรียนโรงเรียนรังษีฯ
หลานคนสุดท้องของตระกุลนี้ ขาวจั๊วน่าเจี๊ยะ และพูดเก่งจริงๆ

หลังจากส่งหลานๆ ที่โรงเรียนเรียบร้อย ก็ไปแวะซื้อของที่ตลาด ซื้ออาหารเตรียมไว้ให้ G.M. ซื้อข้าวซอยกับข้าวหมกไก่เจ้าอร่อยที่ตลาดแม่ข่า กลับมารับประทานเป็นมื้อเที่ยง

ทานข้าวเที่ยงเสร็จก็ไม่นึกอยากออกไปไหน เลยนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเล่นกับหมาจนหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็เดินไปเก็บลำใยกินใต้ต้น ไม่ได้เก็บกลับมาเพราะแบกไม่ไหว เลยกินไปเยอะมากจนน่ากลัวว่าจะร้อนใน

16.00 น. อาบน้ำอาบท่า จัดกระเป๋า แพ็คของ ร่ำลา G.M. และทุกๆ คน

17.30 น. ขึ้นรถทัวร์นิววิริยะ vip 32 ที่นั่ง หน้าบ้านกำนัน

หลับๆ ตื่นๆ มาตลอดทาง เมารถนิดหน่อย เขาจอดให้กินอาหารประมาณห้าทุ่มที่สถานีเถิน รถทัวร์สมัยนี้เขาไม่ได้มีแต่ข้าวต้มนะ เราสามารถเลือกได้ว่าต้องการอะไร ข้าวต้มเครื่อง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ฯลฯ ที่ราคาไม่เกิน 30 บาท ฉันเลือกก๋วยจั๊บ … อร่อยดี

ผลจากการกินลำใยเหมือนชูชกเมื่อตอนบ่าย ทำให้ใต้ลิ้นมีแผลร้อนใน ^^”

05.30 น. เช้าวันอังคาร ถึงหมอชิต2 โดยสวัสดิภาพ นั่งแท็กซี่กลับบ้าน

06.20 น. ได้กอดหมึกก่อนไปโรงเรียนพอดี เช้านี้ให้ปาป๊าไปส่ง

1
comments