Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

ชาร์จพลังจากผืนป่า

คุณตา คุณยาย หมึก และฉัน ชวนกันไปชาร์จพลังจากผืนป่า ขับรถไปทางนครนายกมุ่งหน้าสู่ น้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกนางรอง และน้ำตกสาลิกา 3 เป้าหมายในหนึ่งวัน

เป็นวันเสาร์ที่ผู้คนบางตากว่าที่คาดหมาย ต่างจากหลายปีก่อนที่เคยมา ช่วงนี้น้ำเยอะและไหลเชี่ยว คงเพราะอยู่ในช่วงหน้าฝน แค่แหย่เท้าลงไปก็รู้สึกได้ถึงความเย็นจัด แต่หมึกก็ยังยืนยันความตั้งใจ “จะเล่นน้ำที่วังตะไคร้”

บรรยากาศ ภาพถ่าย และคำบรรยายทริปนี้
อัพโหลดไว้ที่ใน Picasa Web Album เรียบร้อยแล้ว

waterfall

สรุปข้อมูลเปรียบเทียบ

  • วัยรุ่นเยอะที่สุด >> วังตะไคร้
  • ครึกครื้นโครมครามที่สุด >> วังตะไคร้
  • เหมาะแก่การล่องแก่งห่วงยาง >> วังตะไคร้
  • ค่าเข้าห้องน้ำแพงที่สุด (3 บาท) >> วังตะไคร้
  • เข้าห้องน้ำได้ฟรี >> น้ำตกนางรอง
  • เงียบที่สุด (ซบเซาที่สุด) >> น้ำตกนางรอง
  • ห้องน้ำสะอาดที่สุด >> น้ำตกนางรอง
  • ไอติมกะทิอร่อยที่สุด >> ทางเข้าน้ำตกนางรอง
  • เดินไกลที่สุด (ประมาณ 1 กม.) >> น้ำตกสาลิกา
  • ต้นไม้ร่มรื่นครึ้มที่สุด >> น้ำตกสาลิกา
  • เหมาะแก่การเล่นน้ำที่สุด >> น้ำตกสาลิกา
  • บรรยากาศดีที่สุด >> น้ำตกสาลิกา
  • ค่าผ่านประตูแพงที่สุด >> วังตะไคร้ (ของเอกชน)
  • ค่าผ่านประตูถูกที่สุด >> น้ำตกสาลิกา (ของอุทยานแห่งชาติ)

รวมระยะทางเดินขึ้นเขาลงเขาในวันนี้ ค่อนข้างไกลพอได้เหงื่อซึมแผ่นหลัง ใช้แรงแบบนี้นอกจากจะได้ออกกำลังกาย ก็ยังช่วยให้ ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง อร่อยมากกว่าปกติได้

เบื่อศูนย์การค้า เบื่อรถราติดขัด
สนใจผืนป่าบำบัดบ้างไหม?

ออกมาสูดอากาศสดชื่นเต็มปอดบ้าง ก็ทำให้สมองปลอดโปร่งดี น้ำตกทั้งสามแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ในบริเวณใกล้เคียงกัน ใช้เวลาขับรถเพียงแค่ 2 - 3 ชั่วโมง เท่านั้น สามารถ ไป-กลับ ภายในหนึ่งวันได้สบายๆ

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On October 3, 2009
At 10:16 pm
Comments : 2
 
 

จุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ

วันแม่ปีนี้ฉันนัดกับคุณแม่ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ หาข้อมูลและวางแผนมาอย่างดี

ฉันไปรับคุณพ่อกับคุณแม่ที่บ้านตอนสิบโมงเช้า ขับรถผ่านเซ็นทรัลพระราม 2 แล้วชิดซ้ายเลี้ยวเข้าถนนบางขุนเทียนชายทะเล ขับไปสุดถนนจนตรงไปไม่ได้อีกแล้ว จะมีสามแยกขวางหน้าให้เลี้ยวขวา เลี้ยวปุ๊บก็จะพบป้าย “จุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ”

ตรงนั้นจะมีลานจอดรถกว้างขวาง และมีท่าเรือหางยาว ค่าเรือเหมาไปกลับ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท เรือจะพาเราแล่นผ่านป่าชายเลน ที่มีต้นโกงกาง ผ่านบ้านเรือนของชาวบ้าน มุ่งหน้าออกสู่ทะเลกรุงเทพฯ (ที่ไม่ใช่สวนสยาม)

bangkok-sea-view-boat

เพียงแค่ 25 นาที จากท่าเรือ เราก็มาถึง หลักเขตที่ 28 ของกรุงเทพฯ ซึ่งปักอยู่กลางทะเล ทำหน้าที่แบ่งระหว่าง จ.กรุงเทพฯ กับ จ.สมุทรปราการ ตั้งเด่นตระหง่าน ความจริงแล้วหลักเขตกลางทะเลของกรุงเทพฯ มีอยู่สองหลัก อีกหลักหนึ่งจะทำหน้าที่แบ่งระหว่าง จ.กรุงเทพฯ กับ จ.สมุทรสาคร

หลังจากชื่นชมหลักเขตแล้ว เรือก็จะพามาจอดที่ท่าของ “ร้านอาหารจุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ”

ร้านนี้เขาสร้างที่นั่งยื่นออกยาวออกไปในทะเล นั่งรับประทานอาหารทะเลกันบนโต๊ะเตี้ยๆ คล้ายโต๊ะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ลมเย็นสบายได้บรรยากาศ สำหรับคนที่ไม่ถนัดนั่งพับเพียบหรือขัดสมาธิ เขาก็มีโต๊ะเก้าอี้แบบปกติไว้บริการเช่นกัน

bangkok-sea-view-scenery

อาหารที่เราได้ชิมกันวันนี้ … ปูผัดผงกระหรี่แบบโบราณ (ไม่ใส่ไข่) ทอดมันกุ้ง ปลาหมึกย่าง ต้มส้มปลากระบอก ข้าวผัดปู และปลากระพงสามรส หน้าตาดีและอร่อยมากๆ ทุกอย่าง ไม่ได้ทานอาหารไทยรสชาดขึ้นหิ้งอย่างนี้มานานมากแล้วนะ ฉันรู้สึกเลยว่า “อาหารไทยมันต้องแบบนี้สิ”

อาหารทะเลทุกชนิดคุณภาพดีและสดมาก ในเมนูแจ้งราคาชัดเจน คิดราคาในใบเสร็จตามน้ำหนักจริงไม่มีมั่ว เรียกว่าทำการค้าแบบโปร่งใส และบริการของเด็กเสริฟก็สุดแสนจะเอาใจใส่

bangkok-sea-view-food

(ราคาอาหารทั้งหมดนี้ + ข้าวสวย 1 โถ + เครื่องดื่ม + น้ำแข็ง) = 1,430 บาท
รับประทานกัน 5 คน เฉลี่ยออกมาแล้ว เพียงแค่ 286 บาท/คน
286 บาท/คน + ค่าเรือ 50 บาท/คน = 336 บาท/คน
เทียบแล้วดีกว่าบุฟเฟต์ราคา 400 - 500 บาท แถวทองหล่อ

ถ้าเพื่อนๆ สนใจจะไปรับประทานอาหารที่นี่ ฉันแนะนำให้พิมพ์ คูปองลด 10% จากเว็บไซต์ของทางร้าน (คลิกที่นี่) ติดมือไปด้วย เพราะฉันทดลองมาแล้ว เขาลดให้จริงๆ

ร้านอาหารจุดชมวิวทะเลกรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.00 - 21.00 น. และ ปิดวันจันทร์ นะคะ

Filed under : ห้องครัว, ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On August 12, 2009
At 10:30 pm
Comments :1
 
 

Emporium Blossom Siam Tulip 2009

ใครที่มีเวลาว่างระหว่างวันที่ 6-16 สิงหาคม 2552 อยากชวนไปชมดอกไม้สวยๆ ในงานฉลอง 12 ปี เอ็มโพเรียม

Emporium Blossom Siam Tulip 2009

tulip-ay03

ฉันไปชมมาแล้วตื่นตาตื่นใจไปกับทุ่งดอกทิวลิปสยาม (Siam Tulip) ซึ่งมีความสวยงามต่างจากดอกทิวลิปนำเข้า เอ็มโพเรียมเขาอุตส่าห์ตั้งใจทุ่มทุนยกทุ่งดอกไม้มาไว้ใกล้เราขนาดนี้ ถ้าไม่ไปชมก็น่าเสียดาย

tulip10 tulip08

ในงานนี้นอกจากดอกทิวลิปที่งามอย่างไทยแล้ว ก็ยังมีประติมากรรมงามๆ การจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น “อิเคบานะ” และภาพเขียนสีน้ำ ภาพเขียนสีน้ำมัน จากศิลปินหลากหลายท่านในงาน “สายศิลป์รักษ์จิตรกร”

tulip18 tulip-art-05

ทุกองค์ประกอบในงานนี้สอดคล้องอย่างกลมกลืน
และจัดแสดงได้อย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา สมเป็นมืออาชีพ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่ามาแล้วจะคุ้มค่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าขี้เกียจเดินทางมา ก่อนได้ชมภาพที่ฉันเก็บมาฝาก

อัลบัม Emporium Blossom Siam Tulip 2009 (คลิกที่นี่)

ทุกภาพนั้นฉันถ่ายมาด้วยกล้องดิจิตอลรุ่นอนุบาลหมีน้อย แต่ภาพงามสุดๆ เพราะดอกไม้เขาสีแจ่มและงามจริงๆ

tulip14

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On August 8, 2009
At 9:36 pm
Comments : 0
 
 

โลกทั้งใบในห้องนั่งเล่น

เมื่อตอนบ่ายเอากีตาร์คลาสสิคไปขึ้นสาย ระหว่างรอก็ไปเดินเล่นในร้านหนังสือ ได้หนังสือเกี่ยวกับการออกกำลังกาย 1 เล่ม หนังสือเที่ยวกรุงเทพฯ 1 เล่ม (กำลังคิดว่าวันแม่จะพาคุณแม่ไปเที่ยวไหนดี) และหนังสือนิยายของสำนักพิมพ์ freeform อีก 2 เล่ม

  • Sainte Rita ผู้หญิงสีฟ้าครึ้มฝน
  • Suicide Shop ร้านชำสำหรับคนอยากตาย

เล่มแรกอ่านปกหลังแล้วรู้สึกว่าต้องซื้อมา ส่วนเล่มหลังคุณจ๋าแนะนำไว้ในคอมเมนท์เมื่อวันก่อน เลยได้ติดมือกลับมาด้วย ^_^

นอกจากหนังสือก็ยังได้แผนที่ทางหลวงของประเทศไทย แผนที่เส้นทางล่าสุดของกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ที่เขาตีพิมพ์อัพเดทล่าสุด เพื่อจะได้วางแผนหลบหลีกออกจากเมืองได้ง่ายๆ ตามประสาแม่ลูกอารมณ์อาร์ต

สุดท้ายที่หยิบติดมือมา คือ แผนที่โลกขนาดใหญ่สุดๆ เอากลับมาติดในห้องนั่งเล่น ตรงผนังหน้าทีวีใต้กรอบรูปจิ๊กซอว์ พอติดเรียบร้อยสองแม่ลูกก็ชี้ชวนกันดูประเทศโน้นประเทศนี้ แล้วเอาปากกาไฮไลท์สีเหลือง ป้ายสีประเทศที่ไปมาแล้ว

เราคุยกันถึงทริปแบกเป้ปีหน้า
ฉันก็ตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ … ว่ายังไม่รู้เหมือนกัน

งบประมาณยังไม่มี แผนยังไม่มา
ไม่ชอบสัญญา เพราะกลัวรักษาไม่ได้

ในชีวิตนี้เราคงเที่ยวไม่ทั่วโลกหรอก
แต่การมีแรงบันดาลใจติดอยู่ที่ฝาผนังมันก็ชวนให้ฮึกเหิมดี

อย่างน้อยตอนนี้ … เราก็มีโลกทั้งใบในห้องนั่งเล่น

worldmap

ฉันเคยออกเดินทางเพื่อหนีบางเรื่องราวที่ไม่อยากเผชิญหน้า
แล้วก็พบว่า … ไกลสุดฟ้า … ปัญหาไม่เคยคลี่คลาย

ฉันพกพา (ตัวเอง = ตัวปัญหา) ไปด้วยตลอดเวลา

สิ่งที่ต้องเผชิญหน้าจึงไม่ใช่โลกกว้าง
กลับกลายเป็นโลกแคบๆ ข้างใน

… ณ อีกซีกโลกนั้น ฉันได้เรียนรู้ว่า …

อย่าเพิ่งบอกว่าอยากเข้าใจใคร ถ้ายังไม่เข้าใจตัวเอง

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On August 5, 2009
At 7:57 pm
Comments : 2
 
 

บ้านใหม่ของ G.M. ครับผม

บ้านใหม่ตอนที่ 1

บ้านใหม่ ตอนที่ 2

gm-sleep-05

อาม่าครับ … ได้เวลาอาหารของผมแล้วครับ

gm-sleep-06

ตอนฉันจะกลับกรุงเทพ G.M. มายืนทำท่าจะเข้ากระเป๋า
ไม่ได้พากลับมา แต่เดือนตุลาฯ สัญญาว่าจะไปเยี่ยมนะ

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On August 4, 2009
At 9:06 am
Comments : 4
 
 

บันทึกการเดินทางกลับบ้าน

kids02

เช้าวันจันทร์ที่ฝางช่างสดใส ฉันตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวไปส่งหลานๆ ที่โรงเรียน น้องพีช (ซ้าย) กับ น้องพันช์ (ขวา) ในชุดพละโรงเรียนฉือจี้ โรงเรียนนานาชาติของไต้หวัน ที่ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาที่สอง ดังนั้นอย่าแปลกใจที่น้องพันช์ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาจีนกลางได้คล่องแคล่ว

kids04

พี่แพน กับ น้องพูห์ ในชุดนักเรียนโรงเรียนรังษีฯ
หลานคนสุดท้องของตระกุลนี้ ขาวจั๊วน่าเจี๊ยะ และพูดเก่งจริงๆ

หลังจากส่งหลานๆ ที่โรงเรียนเรียบร้อย ก็ไปแวะซื้อของที่ตลาด ซื้ออาหารเตรียมไว้ให้ G.M. ซื้อข้าวซอยกับข้าวหมกไก่เจ้าอร่อยที่ตลาดแม่ข่า กลับมารับประทานเป็นมื้อเที่ยง

ทานข้าวเที่ยงเสร็จก็ไม่นึกอยากออกไปไหน เลยนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเล่นกับหมาจนหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็เดินไปเก็บลำใยกินใต้ต้น ไม่ได้เก็บกลับมาเพราะแบกไม่ไหว เลยกินไปเยอะมากจนน่ากลัวว่าจะร้อนใน

16.00 น. อาบน้ำอาบท่า จัดกระเป๋า แพ็คของ ร่ำลา G.M. และทุกๆ คน

17.30 น. ขึ้นรถทัวร์นิววิริยะ vip 32 ที่นั่ง หน้าบ้านกำนัน

หลับๆ ตื่นๆ มาตลอดทาง เมารถนิดหน่อย เขาจอดให้กินอาหารประมาณห้าทุ่มที่สถานีเถิน รถทัวร์สมัยนี้เขาไม่ได้มีแต่ข้าวต้มนะ เราสามารถเลือกได้ว่าต้องการอะไร ข้าวต้มเครื่อง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ฯลฯ ที่ราคาไม่เกิน 30 บาท ฉันเลือกก๋วยจั๊บ … อร่อยดี

ผลจากการกินลำใยเหมือนชูชกเมื่อตอนบ่าย ทำให้ใต้ลิ้นมีแผลร้อนใน ^^”

05.30 น. เช้าวันอังคาร ถึงหมอชิต2 โดยสวัสดิภาพ นั่งแท็กซี่กลับบ้าน

06.20 น. ได้กอดหมึกก่อนไปโรงเรียนพอดี เช้านี้ให้ปาป๊าไปส่ง

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On
At 8:55 am
Comments :1
 
 

บ้านชัยมงคล ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

gm01

ชุดขึ้นเครื่องบินของ G.M. แบบเต็มยศครับผม
ประกอบด้วย ปลอกคอติดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของฉัน
สายจูงแบบรัดอก และ แพมเพิร์สสำหรับสุนัข (เอาหางโผล่ออกมาได้)

ฉัน กับ G.M. มาถึงบ้านชัยมงคลตอนสามทุ่มกว่าๆ เมื่อคืนนี้ ปลอยภัยดีทั้งแม่และเด็ก ฉันหลับสบายตลอดคืน พอตื่นเช้ามาก็รีบออกไปเก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมกัน เพื่อนๆ สามารถชมภาพและเรื่องราวการเดินทางได้ที่ ayishere picasa web album

cmkvillage03

อัลบัม Chaimongkol (คลิก คลิก จ้า)

บรรยากาศที่นี่ร่มรื่นเย็นสบาย ฝนตกพรำๆ ตลอด ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเที่ยงวันนี้ ฝนเพิ่งจะหยุดและเริ่มมีแดดฉาย

บ้านพี่แพนมีเด็กๆ 3 คน น้องพันช์ น้องพีช และน้องพูห์ ฉันอยู่กับเด็กๆ ในช่วงเช้า พอตกบ่ายก็ขับรถไปเยี่ยมพี่หนุ่มแถวโป่งน้ำพุร้อน แวะตลาดหนองยาวซื้อกับข้าวสด สี่โมงเย็นเล่นน้ำกับน้องพีช แล้วก็ช่วยมาม๊าทำกับข้าว

หนึ่งวันแสนธรรมดาผ่านไปอย่างว่องไว ต่างจังหวัดพอพระอาทิตย์ตกดินก็เงียบ แม้ว่าเสียงจั๊กจั่นจะร้องกันระงม พอคุ้นเคยแล้วก็รู้สึกเงียบจนได้ยินเสียงความคิดของตัวเองชัดแจ่ม คิดถึงคนที่บ้าน คิดถึงเจ้าหมึก แต่ก็ไม่ถึงกับเหงาหรือเศร้าจะเป็นจะตาย

เวลาที่หัวใจแข็งแรงดี
บรรยากาศภายนอกย่อมไม่อาจมีอิทธิพลเหนือจิตใจ

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On August 2, 2009
At 1:12 pm
Comments :1
 
 

พาน้องหมาขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่

G.M. เป็นหมาปั๊ก อายุ 1 ปี 5 เดือน ตัวสูง 1 ศอก แม้ว่าหน้าตาจะดูยับย่นเหมือนคนคิดมาก แต่ความจริงหมาปั๊กเป็นมิตรกับคนง่าย มีอุปนิสัย ร่าเริง ขี้เล่น กระตือรือร้น ซุกซน เหนื่อยง่าย และหายใจดัง

ปกติแล้วปั๊กไม่ใช่หมาปากเปราะประเภทที่จะเห่าทั้งวัน แต่สองสามเดือนมานี้ G.M. เริ่มโตเป็นหนุ่ม ถ้าผูกโซ่หรือขังไว้ปุ๊บ ก็จะเห่าเอาเป็นเอาตาย ไม่ยอมหยุดง่ายๆ จนกว่าจะหอบหมดแรง ฉันก็เลยต้องปล่อยมันให้มีอิสระได้ตามสบาย นั่นทำให้มันมีความสุขมากมาย

เมื่อฉันตัดสินใจรับผิดชอบชีวิตของ G.M. ฉันดูแลพาไปหาหมอฉีดวัคซีนตามระยะ ให้อาหารอย่างดี ให้ที่อยู่ปลอดภัย ให้ของเล่น ให้ความสุขใจ ฉันพยายามที่จะทำให้มันมีความสุข แบบที่หมาตัวหนึ่งควรจะได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาวะแวดล้อมเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

บางปัญหา ก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
… แต่ …
บางปัญหา ก็โผล่ขึ้นเมื่อถึงเวลา

ปัญหาก็มีอยู่หลายประการ …

  • มันชอบออกไปเที่ยวนอกเขต ข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือ และฉันก็ไม่สามารถปิดรั้วได้ เพราะลูกค้าเข้าออกทั้งวัน
  • การทำสัญลักษณ์บอกอาณาเขต โดยฉี่ไปทั่วบริเวณมุมเสาของร้านกาแฟ ที่เขามาเช่าจากฉัน ก็ทำให้เจ้าของร้านกาแฟหงุดหงิดไม่น้อย และทำให้เรามีปัญหากันบ่อยๆ
  • ลูกค้าสาวๆ ที่มาซักผ้า มากดน้ำจากตู้หยอดเหรียญ และลูกค้าที่พักในอาคาร บางคนที่มันชอบและถูกใจ ก็ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกันเวลาเจอหมาหื่น กระดื๊บ กระดื๊บ ที่น่องขาวๆ

ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆ แต่สำคัญ …

  • ปัญหาแรกนั้น เกี่ยวกับสวัสดิภาพของ G.M. โดยตรง
  • ปัญหาที่สอง เป็นปัญหาในการทำธุรกิจของเจ้าของร้านกาแฟ
  • ปัญหาที่สาม เป็นปัญหาของฉันที่ไม่สามารถดูแลกิริยามารยาทของ G.M. ให้สุภาพเรียบร้อยได้ และอาจจะส่งผลไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ฉันเป็นผู้ดูแล

เอ็มวิ่งไม่ดูรถแบบนี้ มาม๊ากลัวว่ามันจะถูกรถทับตายเข้าสักวัน ให้มันไปอยู่กับมาม๊าที่เชียงใหม่ดีไหม มาม๊าห่วงมัน ที่เชียงใหม่มาม๊าก็ไม่มีใคร ให้มันอยู่ในบ้านมาม๊าเลย ไปอยู่เป็นเพื่อนมาม๊าดีไหม

ขอคิดดูก่อนนะคะ

มีเรื่องราวมากมายในชีวิต
ที่เราไม่สามารถทำให้สมบูรณ์แบบได้อย่างใจ

เมื่อมีคนปรารถนาดีหยิบยื่นความช่วยเหลือให้
เราก็ไม่ควรอวดดื้อถือดีปฏิเสธอย่างฉับไว

ที่เชียงใหม่มันจะขึ้นไปอยู่กับมาม๊า ใกล้ๆ กับบ้านหลังเดิมของฉัน มีที่กว้างขวางให้วิ่งได้สบาย ไม่มีรั้ว และเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่ต้องกลัวรถจะทับตาย ฉันเองก็สามารถพาหมึกขึ้นเชียงใหม่ ไปเยี่ยมจีเอ็มเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างน้อยๆ เราอาจจะไปทุกปิดเทอมใหญ่ ปีละ 2 ครั้งได้สบายๆ … หมึกไปเยี่ยมอาม่า ฉันไปหา G.M.

ฉันเก็บมาคิดอยู่หลายวัน เมื่อมาม๊าถามซ้ำอีกตอนเช้าวันนี้ ฉันก็ตัดสินใจว่าจะพา G.M. ไปเชียงใหม่ แม้ว่าจะรู้สึกเศร้าใจ หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว ฉันควรคำนึงถึงความสุขของหมา มากกว่าความสุขของตัวเอง มันสมควรที่จะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่านี้

ถ้าลองดูแล้วไม่เวิร์คหรือมีปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา ปิดเทอมเดือนตุลาฯ ค่อยไปรับกลับกรุงเทพ ตอนนี้ก็คิดเสียว่าส่งลูกชายคนเล็กไปอยู่โรงเรียนประจำ เปลี่ยนบรรยากาศสัก 2 เดือน

พอตัดสินใจได้ ฉันก็จองตั๋วเครื่องบิน โอนเงิน และได้รับ e-ticket ทางอีเมล์ทันที การบินไทยไม่คิดค่าระวางสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวเล็กอย่างนี้ แต่เราต้องแจ้งล่วงหน้าว่าจะเอาหมาที่มีน้ำหนักเท่าไรไปด้วย และต้องแจ้งขนาดของกรงหรือกล่องที่จะบรรจุ

ฉันได้เที่ยวบิน TG114 วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 15.00 น. ในราคาสุทธิ 1,585 บาท สำหรับผู้ใหญ่หนึ่งคน (น้ำหนักมาตรฐาน) และหมาปั๊ก 1 ตัว ที่มีน้ำหนัก 9 kg. ในกล่องใส่หมาขนาด 17 นิ้ว x12 นิ้ว x12 นิ้ว

เมื่อก่อนฉันเคยอยู่ที่เชียงใหม่ ตั้งแต่ลงมานี่ก็ไม่ได้กลับขึ้นไป 5 ปีแล้วนะ คิดถึงบ้านหลังนั้น บ้านที่มีระเบียงเล็กๆ อยู่ด้านหน้า ถัดมาจากประตูบานเฟี้ยมพับได้ ป่านนี้จะเก่าโทรมไปสักแค่ไหน คุณป้าที่เคยเลี้ยงเจ้าหมึก คนงานหลายคนที่เคยรู้จักทั้งที่ห้องเย็นและในไร่ ป่านนี้ที่นั่นคงเปลี่ยนแปลงไปมากมาย

ตีตั๋วเครื่องบินเฉพาะขาไป ยังไม่ได้ตีตั๋วขากลับ คิดว่าคงอยู่สัก 2 - 3 คืน แล้วตีตั๋วกลับรถทัวร์คนเดียวง่ายๆ นอกจากไปส่งน้องหมา ถือโอกาสไปพักผ่อนหย่อนใจเสียในคราวเดียว แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ขอบคุณเมนท์ของ “คุณคนการบินไทย” นะคะ

พาน้องหมามาถึงเชียงใหม่เรียบร้อยแล้วค่ะ เจ้าหน้าที่ของการบินไทยคิดราคาที่นำน้องหมาขึ้นเครื่อง 390 บาท เพราะน้องหมาและกระเป๋าที่ใส่มีน้ำหนักรวมกัน 10 kg. (เขาคิดกิโลกรัมละ 39 บาท)

เจ้าหน้าที่กราวด์อธิบายว่าหมาเป็นสิ่งมีชีวิต หมาเหมือนเด็กทารกที่ไม่เสียค่าตั๋ว แต่ราคาที่จ่ายนี้เป็นค่าประกันค่ะ ถ้าน้องหมาเสียชีวิตเนื่องจากความกดอากาศบนเครื่อง ก็สามารถเคลมได้ แต่ขอให้มันรอดดีกว่านะคะ ^^”

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On July 31, 2009
At 12:34 pm
Comments : 5
 
 

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (1)

อาม่า (คุณย่าของหมึก) มาจากเชียงใหม่ มาค้างกับเรา 2 สัปดาห์ หมึกก็เลยชวนอาม่า คุณยาย คุณตา และฉัน ไปเที่ยวสุพรรณบุรีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณหลานตัวดีมีเป้าหมายที่ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” ที่เห็นในป้ายโฆษณาเมื่อวันก่อน

dragon01

ฉันไม่เคยรู้ว่ามีสถานที่แบบนี้อยู่ในเมืองไทยด้วย แต่ก็ไปไม่ยาก จากกรุงเทพฯ ขับเรื่อยไปทางสุพรรณบุรี ก่อนถึงพิพิธภัณฑ์จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ไม่นานนักเราก็มาอยู่หน้ามังกรตัวใหญ่ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับ “ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี” ซึ่งสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนกลมกลืนกัน

ควรมีเวลาอยู่ที่นั่นประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว เชิญเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในมังกรตัวใหญ่ ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 299 บาท เด็ก 149 บาท เปิดให้บริการวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 10.00 - 16.00 น. เบอร์โทรติดต่อ (035) 5262112

ฉันแนะนำว่าควรโทรจองล่วงหน้า เพราะการเข้าชมจะแบ่งเป็นรอบ รอบละ 25 คน ซึ่งจะมีผู้บรรยายพาชมและให้ความรู้ ถ้าไม่ได้จองล่วงหน้าก็อาจจะต้องรอนาน ภายในตัวมังกรแบ่งออกเป็นห้องย่อยๆ เดินชมไปทีละห้อง ก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของราชวงศ์และวัฒนธรรมจีนที่น่าสนใจต่างๆ

เราจะได้ทราบตำนานความเป็นมาของโลกและชนชาติจีน ที่มาของขนมไหว้พระจันทร์ ขนมบะจ่าง ปาท่องโก๋ ที่คนไทยรับประทานกันอยู่เสมอ ความเป็นมาของการแสดงงิ้ว เรื่องปรัมปราที่คนไทยรู้จักดีอย่างเปาปุ้นจิ้นและสามก๊ก เรื่อยมาจนถึงความเจริญถึงขีดสุดของราชวงศ์ และเหตุที่ทำให้ราชวงศ์โดนล้มล้างไป

dragon02

สามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ ควันพวยพุ่งอลังการ

การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นี้ให้ความรู้ในเชิงกว้าง ผ่านการนำเสนอที่น่าสนใจ ใช้สื่อมัลติมีเดียและสื่อผสมกระตุ้นการเรียนรู้ ใช้ตัวการ์ตูนมังกรสุดน่ารักเป็นสื่อ ในด้านเทคนิคแล้วฉันยกนิ้วให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในเมืองไทยที่ควรพาเด็กๆ ไปเยี่ยมชม ตอนที่ซื้อตั๋วยังแอบคิดว่าราคาแพง แต่พอเข้าไปชมแล้วคุ้มค่านะคะ

เขาทำให้เวลา 90 นาที ในพิพิธภัณฑ์ เป็นช่วงเวลาที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็ก และให้ความรู้ที่สั้นกระชับสำหรับผู้ใหญ่ จุดประกายความสนใจ สำหรับใครที่อยากทราบเรื่องใดเพิ่มเติม ก็สามารถไปค้นคว้าในเชิงลึกต่อได้ภายหลัง

dragon03 dragon04

คุณตากับคุณหมึกลูบหลังเต่ามังกร … ขอให้ร๊วย ขอให้รวย
คุณยายกับอาม่า สองคุณแม่รวมใจ ณ บันได้วนขึ้นเก๋งจีน

dragon

ที่ชั้นบนสุดของเก๋งจีนเราสามารถชมบรรยากาศโดยรอบจากมุมสูง
บนนั้นลมเย็นสบาย ร่มรื่นจนอยากปูเสื่อนอนแผ่

จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพมาก สามารถไปกลับได้ในวันเดียว เพื่อนๆ ที่ไม่ได้พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวไหนนานแล้ว ลองพาไปสุพรรณบุรี เที่ยวพิพิธภัณฑ์ ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ทานอาหารร้านแม่บ๊วย ซื้อสาลี่เอกชัย รับรองว่าทริปนี้อิ่มและอุ่นเกินห้ามใจ

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On July 27, 2009
At 1:10 pm
Comments : 0
 
 

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (2)

วันที่เราไปพิพิธภัณฑ์นั้น แสงดี สีแจ่ม
รูปที่ถ่ายกลางแจ้ง … สีจัดจ้านมาก

imgp3009

ประตูทางเข้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี

imgp3138

ทางเดินรอบตัวมังกรที่ฉันกับพ่อไปยืนทำเท่ห์

imgp3130

หมึกพยายามจะทำตัวกลมกลืนกับสิงโตในพิพิธภัณฑ์

imgp3167

ตู้ไปรษณีย์สวยงามเป็นเอกลักษณ์
แต่เจ้าหมึกเนี่ยเรียกมาถ่ายรูปยากมาก
แล้วดูมันทำหน้าเข้า (เฮ้อ)

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On
At 1:05 pm
Comments : 0
 
 

รัชดาไนท์

คืนวันเสาร์ เพื่อนสาวชวนไปช็อปปิ้ง ที่ตลาดนัดของเก่า “รัชดาไนท์” ตั้งอยู่ตรงสี่แยกที่ถนนรัชดาตัดกับถนนลาดพร้าว ฉันก็ได้โอกาสออกไปเปิดหูเปิดตา โดยขึ้น MRT ไปลงที่สถานีลาดพร้าว แล้วเดินมาอีกเล็กน้อย

ตลาดนี้เป็นตลาดนัดกลางคืน พ่อค้าแม่ขายจะมาตั้งร้านกันประมาณหนึ่งทุ่ม แล้วขายกันไปจนถึงเวลาผับปิด (โดยประมาณ) ของในตลาดนัดผสมผสานหลายๆ อย่าง ได้กลมกลืน ไม่เหมือนตลาดนัดอื่นๆ

สำหรับคนที่มองหาอะไหล่รถเก่า มอเตอร์ไซค์เวสป้าประกอบสวยๆ นาฬิกาเก่า ของเล่นโบราณ เฟอร์นิเจอร์รุ่นคลาสสิค และของเก่านานาชนิด ในราคาที่เป็นเจ้าของได้สบายๆ รับรองไม่ผิดหวัง

dsc05745  dsc05733

สาวๆ ที่โปรดปรานกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง สายเสื้อในเปลี่ยนได้เก๋ๆ เสื้อยืดสกรีนลาย รองเท้าสีจ๊าบจัดจ้าน และของกระจุกกระจิกเก๋ไก๋ ก็มีให้เลือกได้อย่างจุใจ

dsc05748  dsc05761

คนขายของที่นี่ ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าขาย เขาดูมีความสุขกับงานจริงๆ รถหลายคันที่ฉันเห็นมาเปิดท้ายนั้น ค่าตกแต่งรถให้เป็นร้าน ไม่น่าจะคุ้มกับของที่กำไรไม่กี่สตางค์ ถ้าไม่มีใจรัก รับรองทำไม่ได้

ทุกอย่างในตลาดนัดนี้มีดีไซน์ ลีลาการขายก็เป็นมิตรมากมาย เป็นมิตรขนาดที่เดินดูเดินถ่ายรูป โดยไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือมา เจ้าของร้านก็ยิ้มแย้มไม่ต่อว่า ฉันเหลือบไปเห็นพุดเดิ้ลสไตล์พังค์ ที่ตามหม่ามี๊ของมันมา ยังเตะตาฉันจนอดเก็บภาพไม่ได้

ขนมสารพัดมีให้เลือกตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด ไทย จีน ญี่ปุ่น ทุกเชื้อชาติ กุ๋ยฉ่ายทอด เกี๊ยวทอด ข้าวเหนียวหมูย่าง ซูชิ ฯลฯ รวมถึงร้านเหล้าโมโซบรรยากาศดี แต่ที่ติดใจฉันที่สุดคือกาแฟโบราณตรงปากทางเข้าตลาด

dsc05764  dsc05763

(ภาพซ้าย) อาเฮียที่ขายกาแฟได้ดึงดูดใจที่สุด เพราะลีลาของเฮียหยุดสายตาคน มุงกันจนเดินยาก แกจะตักน้ำร้อนด้วยกระบวยยาวๆ แล้วควงกระบวยน้ำร้อนเป็นควันฉุย โยนแก้วกาแฟลอยฟ้าขึ้นไปเท่าตึกสองชั้น เป็นการชงกาแฟที่ตื่นเต้นมาก หมึกยืนอ้าปากค้างไม่ยอมเดินต่อเลย

(ภาพขวา) มีรายการมาถ่ายทำลีลาของเฮีย สาวเสื้อสีส้มนั่นเป็นพิธีกรที่ฉันยังไม่รู้จักดี ยืนดูดกาแฟอยู่ข้างช่างกล้อง เพื่อนสาวที่ไปกับฉันยังโดนเฮียสะกด ควักเงินซื้อกาแฟจนได้ ชิมดูแล้วกาแฟรสเข้มข้นได้มาตรฐาน แต่ลีลาล้ำไปมาก

dsc05767

ตอนขากลับเดินอ้อมมาชมเบื้องหลังเฮีย
เจอรอยสัก “เอ้โกปี้ กาแฟโบราณ” … ขอคาระวะเฮียหนึ่งจอก

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On July 12, 2009
At 8:25 pm
Comments : 2
 
 

สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย

วันหยุดยาว เสาร์-อาทิตย์-จันทร์-อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา (5 วัน) ไม่มีโอกาสได้เดินทางไกล ก็ยังนึกสนุกพาลูกเที่ยวใกล้ๆ ฉันชวนหมึกไป “สวนงู” สถานเสาวภา สภากาชาดไทย อยู่ใกล้ๆ กับจามจุรีสแควร์ นั่งรถใต้ดิน MRT ไปลงที่สถานีสามย่าน แล้วเดินต่อไปนิดเดียว

ครั้งสุดท้ายก่อนหน้านี้ พ่อกับแม่เคยพาฉันไปตอนเด็กๆ นานจนจำไม่ได้แล้วว่าสวนงูเป็นอย่างไร แต่สวนงูในวันนี้ถูกปรับปรุงรูปโฉมให้ดูทันสมัย ผ่านการออกแบบอย่างดี และมีเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจ ทั้งในรูปแบบสวนร่มรื่น และห้องนิทรรศการปรับอากาศ

imag0439  imag0405

สวนด้านนอกเป็นทางเดินปรับระดับโล่งโปร่งตา จัดแสดงงูหลากชนิดในบ่องูที่มีสภาพใกล้เคียงธรรมชาติ หมึกสนุกมากกับการวิ่งไปวิ่งมา อ่านคำบรรยายที่บ่อต่างๆ และหาว่างูแอบอยู่ตรงไหน

imag0391  imag0401

เวลา 11.00 น. และ 14.30 น. บริเวณโดมด้านนอก มีโชว์และให้ความรู้เกี่ยวกับงู โดยบรรยายสด 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ฉันสังเกตดูผู้เข้าชมเป็นชาวต่างชาติ 80% คนไทย 20% พอโชว์จบก็สามารถถ่ายรูปกับงูได้อย่างใกล้ชิด ฉันดันหลังหมึกซะแทบแย่ กว่าจะยอมเข้าไปถ่ายรูปกับงูหลาม

สำหรับใครที่ต้องการชมไฮไลท์ การแสดงโชว์รีดพิษงูเพื่อนำไปทำเซรุ่มจะมีแค่ จันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00 น. วันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ฉันกับหมึกก็เลยพลาดรายการนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่วางแผนกันแล้วว่าจะมาใหม่อีกรอบตอนปิดเทอม

imag0409  imag0414

ภายในอาคาร ชั้น1 จัดแสดงงูพิษในตู้กระจกคุมอุณหภูมิและความชื้น
งูกะปะ (รูปขวามือ) ที่เห็นนี้ เพิ่งจะลอกคราบเสร็จ … สุดยอดมากๆ

imag0435  imag0426

ภายในอาคาร ชั้น2 จัดแสดงงูที่ดองไว้เพื่อการศึกษา โครงกระดูกของงู อวัยวะภายในของงู และอธิบายวัฏจักรของชีวิตของงูอย่างละเอียด ผ่านการนำเสนอที่ตื่นตาตื่นใจ

imag0432  imag0434

ตู้ฟักไข่งู และแผ่นป้ายคำถามที่ฝาผนังห้องจัดแสดง
พอตอบคำถามแล้วก็พลิกดูเฉลยด้านหลัง
ฉันกับหมึกแข่งกันตอบคำถามสุดฤทธิ์

สวนงู เปิดแสดงทุกวัน
จันทร์-ศุกร์ 9.30 - 15.30 น.
เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.30 - 13.00 น.

ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท
ถูกมากๆ เมื่อเทียบกับคุณภาพที่โชว์ชาวต่างชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

วันหยุดคราวหน้าถ้าไม่อยากเดินทางไกล อย่าลืม “สวนงู” นะคะ

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On July 8, 2009
At 7:58 pm
Comments : 0