Category: ใส่รองเท้าท่องโลก

May 08

เวทีละครพื้นบ้าน คลองสระบัว

หากขับรถมาเที่ยววัดม่วง (ที่แนะนำไปในตอนที่แล้ว) ก็อยากให้ขับเลยมาเที่ยวตลาดคลองสระบัว แวะรับประทานอาหารเที่ยง และชมละครพื้นบ้านซึ่งเล่นกันบนเวทีกลางน้ำ เปิดบริการ เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 17.30 น. ค่าบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็กโต 25 บาท เด็กเล็กฟรี ราคานี้บริการน้ำเปล่า และPepsi ฟรีไม่อั้น

srabua01

โปรแกรมการแสดงมีหลายเรื่อง สลับสับเปลี่ยนกันตลอดทั้งวัน รอบหนึ่งใช้เวลาประมาณ 50 นาที ไปถึงทันดูเรื่องไหนก็ดูเรื่องนั้น วันนี้ฉันไปถึงตอนเที่ยงได้ดูเรื่อง “ไกรทอง” การแสดงของเขางดงามอ่อนช้อยและไม่น่าเบื่อ เพราะเนื้อเรื่องถูกดัดแปลงให้สนุกสนาน สอดแทรกความขบขันที่เด็กๆ ก็ดูเข้าใจ 

srabua02

เพลงประกอบเนื้อเรื่องละครพื้นบ้าน
ขับร้องสดโดยอาจารย์ชั้นครู และวงดนตรีไทยฝีมือดี

เวทีกลางน้ำถูกล้อมรอบด้วยแพไม้ไผ่ เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารไทย และขนมต่างๆ เมื่อแลกคูปองที่ทางเข้าและซื้ออาหารที่ถูกใจได้แล้ว ก็มานั่งรับประทานพร้อมกับชมการแสดง ในบรรยากาศที่ลมพัดเย็นสบาย ถ้าซื้อคูปองมาไม่พอใช้ก็ซื้อเพิ่มได้จาก “คุณน้องคูปองเคลื่อนที่” ชิมดูแล้วอาหารและขนมที่นี่อร่อยดี 

srabua03

สาวสวยที่เห็นในภาพนี้ คือ นางกินรี มายืนซื้อกาแฟเย็น
พวกเธอกำลังรอเล่นละครเรื่องถัดไป

ใครที่มีแผนจะนัดเดทกับแฟน แต่ไม่อยากไปห้างสรรพสินค้า อยากแนะนำเลยว่าคลองสระบัวเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ราคาไม่แพง และบรรยากาศดี รอบๆ ส่วนที่กั้นเป็นเวที มีเด็กๆ มาเล่นน้ำกันด้วย บรรยากาศโดยทั่วไปเป็นทุ่งนา โล่ง โปร่งตา ในน้ำมีปลาสวายตัวใหญ่ ซื้ออาหารเลี้ยงปลากันได้ หรือถ้าอยากเลี้ยงควายก็ซื้อหญ้า (เลี้ยงควายนะ ไม่ใช่คนที่มาด้วย)

0
comments

May 08

วัดม่วง … ไม่ธรรมดาและควรค่าแก่การเยี่ยมเยือน

คุณตา คุณยาย หมึก และฉัน ชวนกันไปเที่ยว วัดม่วง ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็จะมองเห็น พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ โดดเด่นแต่ไกล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พระพุทธรูปองค์นี้คุณแม่บอกว่าคุณตาของฉัน (ผศ.อนิก สมบูรณ์) เป็นผู้ออกแบบ ใช้เวลาก่อสร้าง 16 ปี แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2550

wat-muang-01

มองใกล้หรือไกลก็สง่างามติดตรึงใจ ใบหน้าของท่านแย้มยิ้มอยู่ตลอดเวลา พุทธศาสนิกชนที่ไปเยี่ยมเยือนสามารถขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล และเอื้อมมือไปแตะนิ้วมือข้างขวาของท่านที่ห้อยลงมาตรงหน้าตัก (ในรูปนั้นคุณแม่ของฉันเอง)

นอกจากพระองค์ใหญ่ ในวัดม่วงก็ยังมีสถาปัตยกรรมน่าสนใจหลายอย่าง เช่น โบสถ์ที่ล้อมรอบด้วยกลีบบัว วิหารแก้วรัตนพราหมณ์ สวนรูปปั้นที่บอกเล่าเรื่องราวทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณคดี นรก สวรรค์ เซียน และเทพเจ้า เพลินกับเรื่องราวได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

wat-muang-02

แถวบน คือ เจ้าแม่กวนอิม น้องหมึกกับเทวดาปีมะโรง และเทวดาปีวอก
แถวล่าง คือ พระนเรศวรชนช้าง คณะพระถังซัมจั๋ง และเทพเจ้าต่างๆ

wat-muang-ay

บรรยากาศภายในวัดม่วงสะอาดร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งเล่น
ฟังธรรมะที่เปิดผ่านเสียงตามสายได้ยินกันทั่วบริเวณ

1
comments

Apr 28

Album: Japan Trip 2010

อยากจัดอัลบัมที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นให้เรียบร้อย แต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากมีงานค้างจากช่วงที่ไปเที่ยว และหักโหมทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอและหัวไหล่จึงอักเสบ เวลาหันหน้าไปทางซ้ายและขวาจะมีเสียงดัง กิ๊ก กิ๊ก กิ๊ก ของเส้นเอ็นกระตุกดังอยู่ในหัว รู้สึกเหมือนเป็นหุ่นยนต์

ช่วงนี้จึงต้องถนอมต้นคอและร่างกาย พยายามรักษาอาการอักเสบของกล้ามเนื้อให้หาย เพื่อที่จะทำกายภาพบำบัดบริหารกล้ามเนื้อได้ในสัปดาห์หน้า อัลบัมภาพจากญี่ปุ่นก็คงค่อยๆ จัดไป พร้อมกับเขียนคำบรรยายใกล้ๆ ภาพที่เลือกไว้

ความสุขในการนั่งจัดรูปใส่อัลบัมออนไลน์
เป็นความสุขที่หาเสพง่าย

0
comments

Apr 26

ก็แค่นักท่องเที่ยว ไม่ใช่นักเดินทาง

แม้ว่าจะแบกเป้เที่ยวมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่รู้สึกหรอกว่าตัวเองเป็นนักเดินทาง เพราะในความรู้สึกของฉันนั้น นักท่องเที่ยวที่วางแผนชัดเจนว่าจะไปแวะที่ไหน และจะกลับเมื่อไหร่ ไม่มีทางที่จะกลายเป็นนักเดินทางไปได้

ฉันจึงเป็นแค่นักท่องเที่ยวที่ไม่ชอบไปกับคนกลุ่มใหญ่ ชอบแวะเที่ยว แวะมั่ว แวะทั่วๆ ตามใจตัวเอง และไม่เคยมีความตั้งใจที่จะเดินทางไปแสวงหาความหมายอะไรในชีวิต เพราะเชื่อว่าชีวิตมีความหมายในตัวมันเอง

ในการท่องเที่ยวด้วยกันเป็นกลุ่ม แต่ละคนก็มักจะมีความสนใจส่วนตัวที่แตกต่างกันไป กลุ่มที่แบกเป้ไปญี่ปุ่นด้วยกันคราวนี้ น่าจะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ คนชอบเที่ยว คนโปรดกิน และคนบ้าช็อป

คนชอบเที่ยว มักจะตื่นแต่เช้าออกไปเดินเล่น สูดกลิ่นดินฟ้าอากาศยามเช้าในดินแดนแปลกตา ไม่มีตื่นสายให้เสียเวลา แล้วแต่ละวันก็จะมีนิมิตหมายประเภทอยากจะไปโน่นไปนี่ เจอใบปลิวที่ไหนก็หยิบอ่าน หาข้อมูลตลอดเวลา

คนโปรดกิน ประเภทนี้อยู่ง่ายกินง่าย ของแปลกต่างถิ่นหน้าตาพิสดารยังไงก็ไม่ถอย เจออะไรก็อยากลองกิน ประเภทนั่นกินไม่ลงนี่กินไม่ได้ไม่ใช่คนพวกนี้ แล้วเวลาไปต่างถิ่นเธอจะมีลิสต์มาจากบ้านเลย ในเว็บบอกว่าร้านไหนอร่อยเธอมาร์คไว้ในแผนที่หมด

คนบ้าช็อป ประเภทนี้ตื่นสาย เพราะทุกคืนจะออกไปช็อปจนเพลียกาย ไม่ค่อยสนใจเรื่องเที่ยววัดวาอาราม ไม่ซาบซึ้งกับมรดกโลกหลายร้อยปีอะไรนัก เพราะความสนใจไปอยู่ที่ร้านแบรนด์เนมในห้างใหญ่ ร้านไหนลดราคา ร้านไหนถูกกว่าเมืองไทย เธอจำขึ้นใจ

ที่แน่นอนคือฉันไม่ใช่คนบ้าช็อป เวลาไปเที่ยวอย่าว่าแต่ซื้อของฝากใคร ตัวเองยังแทบจะไม่ได้ซื้ออะไร ไปคราวนี้ซื้อขนม Tokyo Banana มาฝากคุณพ่อกับคุณแม่เท่านั้น เพราะฉันมันพวกชอบเที่ยวและโปรดกิน ไปไหนก็มัวแต่ก้มๆ เงยๆ หามุมถ่ายรูป และมองหาร้านอาหารอร่อยๆ เท่านั้น

tokyobanana

Tokyo Banana คือ เค้กนุ่มๆ รูปทรงเหมือนกล้วยหอม เนื้อเค้กด้านนอกมีทั้งรสวานิลลาและช็อคโกแล็ต ภายในบรรจุไส้คัสตาร์ดกล้วยแสนอร่อย เป็นของฝากยอดนิยมที่หาซื้อได้ในสถานีรถไฟใหญ่ๆ หรือจะแวะซื้อที่สนามบินก่อนกลับบ้านก็ได้

ลองชิมดูแล้วเนื้อเค้กนุ่มมากๆ กัดเข้าไปพร้อมกับไส้ตรงกลาง หอม นุ่ม เข้ากัน ไม่หวานเกินไป

ราคาขายแยกชิ้น 126 JPY (ประมาณ 45 บาท) หากจะซื้อเป็นของฝากจะมีกล่องบรรจุ 8 ชิ้น ราคา 1,050 JPY (ประมาณ 380 บาท) ห่อด้วยกระดาษอีกที มอบให้ใครก็สวยหรูดูดี

0
comments

Apr 23

before and after … battery recharge

 เที่ยวกันสมบุกสมบันเกินกว่าที่ร่างกายจะทนไหว
พอขึ้นรถไฟจึงออกอาการแบตหมดจนมีคนแอบเก็บภาพได้

ayink-sleep

พอกลับโรงแรมมานอนพักผ่อน
รุ่งเช้าก็พบหมึกชะโงกหน้ามาปลุกให้ลุกจากที่นอน
จึงรีบคว้ากล้องมาเก็บภาพนี้ตอนที่หัวของฉันยังอยู่บนหมอน

ink-morning

มาปลุกแม่ตั้งแต่ขี้ฟันยังไม่ได้แปรง

0
comments

Apr 23

หมึกกับฉัน … เมษายน 2553

งานยังคงมากมายจนกระดิกตัวไปทำอย่างอื่นไม่ได้
แม้ว่าจะอยากเขียนบล็อคแทบขาดใจ
เลยคิดว่าจะหยิบภาพล่าสุดของหมึกกับฉันมาให้ชมกันเพลินๆ

… แล้วก็พบว่า …
มีรูปถ่ายคู่กันตลอดทริปแค่ 3 ใบ
เพราะไม่ชอบไหว้วานให้ใครถ่ายภาพคู่ให้
และเป็นคนที่ไม่ชอบถูกถ่ายรูปมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

ayink-japan2010

ayink-together

ayink-sakura

0
comments

Apr 23

สรุปค่าใช้จ่าย Japan Trip 2010

กลับจากทริปแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ สรุปค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การเริ่มจัดรูป เพราะบัญชีค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าทิ้งไว้เนิ่นนานก็อาจจะลืมได้ สรุปค่าใช้จ่ายทริปแบกเป้ไปญี่ปุ่น 13 – 21 เมษายน 2553

ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 100 JPY = 35.36 บาท

  • ตั๋วเครื่องบิน 20,810 บาท / ราคาเด็กเท่ากับผู้ใหญ่
  • ตั๋ว JR Pass 7 วัน 9,800 บาท / เด็ก 4,900 บาท
  • VISA 1,000 บาท / ราคาเด็กเท่ากับผู้ใหญ่
  • โรงแรม 7 คืน 7,720 บาท / ราคาเด็กเท่ากับผู้ใหญ่
  • ค่ารถ ค่าบัตรผ่านประตู และค่าอาหารในญี่ปุ่น 14,755 บาท / เด็ก 7,379 บาท
  • ซื้อของฝากเล็กน้อยกลับบ้าน 980 บาท / เด็กไม่ได้ซื้ออะไร

ผู้ใหญ่ = 55,065 บาท/คน
เด็กอายุ 9 ขวบ = 41,809 บาท/คน

0
comments

Apr 21

Nikko, Ameyoko, Asakusa

7th day in Japan, finally decided to spent time in Nikko because they said that ’Nikko is NIPPON’. Long walk up and down the hill over there was an impress memory.

… Nikko …
Famous World Heritage Site,
Fresh air, Big tree, Happy distance.

In the afternoon, we were shopping near JR Ueno Station, Ameyoko Street. Not expensive area to shop and bring something back home for family and friends.

8th day in Japan is today. We say goodbye to Japan in Asakusa area. At Sumida park we walked along Sumida River and take pictures of well-known Asahi building.

This afternoon we will go to Narita airport and heading home. This kind of feeling is difficult to explain. Both happy to be here and really want to go home.

After twice in Japan, I love this country and will absolutely come back again. But next time only with family of my own … no one else.

0
comments

Apr 19

ASIMO at Miraikan

6th day in Japan, good news is `no rain at all`. We went out from hotel early morning at 6 a.m. Heading to Tsukiju fish market. Having sushi set as our breakfast. Then, we were moving to Odaiba. Special target is Science Museum (Miraikan) to see ASIMO robot show.

At the museum, we had much fun with several hands on stations. They can make science easy to understand for kids and adult.

ASIMO show and Superconductor Show was fantastic. We also had a chance to control a robot too. And seeing how astrounuts can live their life in space is a good memory. Ink did visit in a submarine control room too.

After went out from this museum, I have no questions about how Japan can be the leader of world technology.

We had lunch at Venus Fort and Sightseeing that area. In the afternoon, we went to Tokyo Tower and famous bakery shop named `Occitanial`.

This is a slow and healthy trip. I don’t want to over load body by full tour plan. So, almost everyday we came back to hotel at 6 p.m. or not late than 8 p.m. Taking Shower, putting ourselves in hot water bath tub, playing internet, and watching T.V.

Last night I did’t went out but tonight I’m not sleepy at all. I may go out to see night life in Tokyo.

0
comments

Apr 18

Harajuku Area

5th day in Japan, we went out from Kyoto since 8 a.m. took shinkansen to Tokyo. We arrived Tokyo about noon. After checked in to Hotel Yanagibashi, we went out to JR Harajuku.

Walking along Omotesando Street, Shopping LEGO toys for Ink, Sightseeing Takeshita Dori Street, Eating famous crape, Taking pictures of confidence teenagers, and finally shopping shopping shopping until the end of the day.

I’m thinking about going out to Tokyo Tower after dinner to take pictures of Tokyo night shots. But still making decision because Ink may not allow me to go out alone. I don’t want to take him along because his leg should be rest. What should I do?

0
comments

Apr 17

Distance means Something

4th day was a slow tour in Kyoto. Only two famous temple was visited. We were appriciated with japanese garden, flowers, and kimono girls. Ink’s leg is getting a lot better. With ankle support, he can walk with his own feet without me to support side by side.

Far away from home
I missed many things especially
FAMILY

not just our long talk
not only your warm hug
but everything that we usually did daily

every single piece of memory

Distance means Something

0
comments

Apr 17

Wheelchair in Universal Studio Osaka

2nd day in Japan, we went to Kobe. That was fantastic. At the end of the day, Ink hurt his leg while get off the bus (Kor-Tow-Plang). So, the next day he can’t walk becuse it hurt so much.

3rd day in Japan, I plan to move to Kyoto but he want to go to Universal Studio in Osaka. We went to Universal Studio and rent a wheelchair for him. I drag him all day in wheelchair becaue he can’t walk. I’m so tired but happy for him.

It was heavy raining at Univeral Studio but we had fun. In his wheelchair, he can use handicap special pass that able to get to every machines quickly.

In the evening after finished with Universal Studio, we took shinkansen to Kyoto. Chita Guest Inn is a Japanese Home Style guest house. Very warm atmosphere as living at home.

Today we are going to smell Kyoto.

0
comments