Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

ยิ้มสักหน่อยไหมครับ

ไข่หงษ์ เป็นขนมไส้ถั่วห่อด้วยแป้ง นำไปทอดแล้วเคลือบน้ำตาล ข้างในเค็ม ข้างนอกหวาน เป็นขนมที่ฉันชอบรับประทาน

เมื่อตอนบ่ายแวะไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาลสุขุมวิท พอขับรถเลี้ยวเข้าไปก็จอดรับบัตรที่ป้อม ก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนขายขนมไข่หงษ์อยู่ใกล้ๆ ปกติแล้วมิตรแท้ไข่หงษ์อย่างฉันพลาดไม่ได้ แต่ช่วงนี้คุมน้ำหนัก เลยไม่ค่อยอยากสบตาคนขาย ส่วนเขาก็ยังทำหน้าที่เชิญชวนอย่างตั้งใจ

ขนมไหมครับ สิบบาท ซาวบาท ก่ได้ (อู้คำเมืองชัดแจ๋ว)

ฉันยังคงเพ่งความสนใจไปที่ รปภ. เพื่อรอรับบัตร แต่สุดท้ายก็ต้องหันไปมองเขา เมื่อได้ยินประโยคถัดมา

ยิ้มสักหน่อยไหมครับ หน้าตาเครียดจัง

เขาสาดยิ้มบ้านๆ แต่จริงใจ เข้ามาให้ถึงในรถ ฉันจึงยิ้มกว้างตอบไป พร้อมกับรับบัตรจาก รปภ. แล้วขับรถเคลื่อนเข้าไปจอดข้างใน

รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าเวลาที่เครียดเรื่องงาน หน้าตาจะบึ้งจนควรอยู่แต่บ้าน ไม่บ่อยนักหรอกที่จะมีหน่วยกล้าตาย ทักทายขึ้นมาอย่างนั้น อันเป็นสาเหตุให้คนป่วยอย่างฉันเดินโปรยยิ้มหวาน ตั้งแต่ลงจากรถเรื่อยไปถึงในโรงพยาบาล

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On March 15, 2010
At 5:34 pm
Comments : 0
 
 

ไดอารีใต้กองเอกสารเก่า

ข้อเสียของฉัน/ รับ-ส่ง ความรู้สึกไว / ชอบทำอะไรตามใจ / รู้สึกแล้วชอบเขียนไว้ / เขียนไดอารีละเอียดเกินไป / หยิบมาอ่านซ้ำก็ลืมไม่ได้ / ลบทิ้งยิ่งไม่กล้าใหญ่ / จึงทำได้เพียง อ่าน-รู้สึก-อ่าน-รู้สึก วนมาวนไป

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ไดอารีเล่มนั้น … เต็มไปด้วยเรื่องของเรา
ฉันอยากจะลบ ฉันอยากจะเผา
แต่ก็ยังเก็บมันไว้ใต้กองเอกสารเก่า

นานๆ ครั้ง จะหยิบขึ้นมา
พินิจพิจารณาในค่ำคืนที่คิดถึงเขา

ฉันเขียนไว้ด้วยลายมือ ฉันบันทึกมันในวันที่หม่นเศร้า
บางหน้าก็สวย บางหน้าก็เน่า
มีหยดน้ำตาประปราย
แถมด้วยรอยหมึกซึมที่แผ่กระจาย

ไดอารีเล่มนั้นเหมือนหลักฐานยืนยันว่า
ความรักทุกประเภทมีจุดหมาย ความรักทุกชนิดมีที่ไป
สวรรค์ - นรก มีเพียงเราเลือกได้

ทัน ที ที่ ตัด สิน ใจ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On March 14, 2010
At 7:55 pm
Comments : 0
 
 

อีเมล์จากบุคคลสูญหาย

หลังจากได้รับอีเมล์จากคนประเภทคบกับอยู่แล้วหายไป โผล่มาถามความเคลื่อนไหว เห็นแล้วก็อึ้งได้หลายนาที 

หลายปีที่ห่างหายเริ่มต้นได้ด้วยคำทักทายมาตรฐาน “สวัสดี” กับเนื้อความสั้นๆ “สบายดีมั๊ย” คล้ายกับว่าความสัมพันธ์ของเรา เป็นเพียงเพื่อนที่สูญหายในห้างสรรพสินค้า แล้วเดินมาพบกันในอีกหลายปีถัดมา จึงเริ่มคุยกันได้แบบโคตรสามัญ

ตั้งสติจนหายมึนงง แล้วก็ส่งอีเมล์ตอบไป ตอบมา ตอบไป ตอบมา ตอบไป สามฉบับเข้าให้ ไม่โทรมา ไม่โทรไป ทั้งที่การโทรศัพท์มันน่าจะง่าย ฉันกลับไม่นึกอยากทำ เพราะการโต้ตอบเร็วเกินไปมักทำให้เสียใจภายหลัง

การตอบอีเมล์ของเธอครั้งนี้ ทำให้ฉันได้ตรวจสอบความรู้สึกของตัวเองพร้อมกันไป ฉันพบว่าอารมณ์ข้างในพัฒนาไปอีกขั้น ฉันสามารถเล่าเรื่องสัพเพเหระเหล่านั้นได้อย่างธรรมดา ไม่มีความรู้สึกวูบไหว ไม่เศร้าอย่างที่เคยคิดไว้ จะว่าไปก็แทบไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าโอเค

ได้รับรู้ว่าเธอมีความสุขกับคนข้างกาย
เธอมีลูกชาย เธอมีลูกสาว และมีชีวิตที่ไม่ว่างเปล่า

ก็ รู้ สึก ยิน ดี … ขอบ คุณ ที่ ส่ง ข่าว

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 8:29 am
Comments : 0
 
 

สิทธิ์ในการเลือกเสื้อยืดหลากสีของฉัน

หลายวันมานี้ท้องถนนเงียบเชียบ บรรยากาศเย็นสบาย ลมพัดโชยชื่น ขัดแย้งกับบรรยากาศทางการเมืองก่อนนัดชุมนุมใหญ่ ของกลุ่มเสื้อแดงในสุดสัปดาห์นี้ (13-14 มี.ค. 53)

ข่าวมีมากมายหลายกระแส ทั้งการหลั่งไหลของเสื้อแดงต่างจังหวัดที่จะเข้ามากรุงเทพฯ การชุมนุมใกล้สถานที่ราชการ การวางระเบิด การปิดถนน การก่อจลาจล ต่างคนต่างพูดกันจนสับสน ยิ่งอ่านข่าวก็ยิ่งกังวล

คุณแม่โทรมาบอกให้เติมน้ำมันรถให้เต็ม และเตรียมอาหารแช่แข็งไว้ในตู้เย็นบ้าง เผื่อฉุกเฉินออกจากบ้านไม่ได้ จะได้ไม่อดตาย ฉันก็รับนโยบายและเตรียมการไว้ แม้ว่าจะแอบหวังอยู่ในใจว่าการเมืองไทย คงไม่ถอยกลับไปยังจุดที่เลวร้ายขนาดนั้น

น้องหมึกปิดเทอม คุณพี่อาจารย์ก็ปิดเทอม ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมส์ Wii อยู่ที่บ้าน ส่วนฉันก็ให้คนจากสำนักงาน เอางบบัญชีแยกประเภทปี 2552 ของบริษัทฯ มาทิ้งไว้ให้ที่บ้าน กว่าจะทยอยดูจนครบ เทียบกับใบสำคัญรับ-จ่าย และตรวจสอบงบทดลอง คงใช้เวลาทั้งสัปดาห์ จึงมีโนยบายปักหลักรากงอกอยู่ที่บ้านเช่นกัน

ตื่นเช้า แปรงฟัน อาบน้ำ สบายใจ
เปิดตู้เสื้อผ้าจะหยิบมาใส่
มองเห็นเสื้อยืดเรียงราย … สีอะไรที่ควรใส่?

ไม่แคร์ ได้ไหม? … ก็อาจจะได้ แต่คงไม่ดี
อย่างน้อยฉันก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้
เฮ้อ … จะใส่เสื้อยืดสีอะไรดี?

สิทธิ์ในการเลือกเสื้อยืดหลากสีของฉัน
เสมือนถูกริดรอนโดยพวกท่านๆ
(ฉันจะทำเป็นลืมก็แล้วกัน)

สุดท้ายก็ใส่สีดำ
ขอไว้อาลัยให้เรื่องราวที่อาจจะวุ่นวาย

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On March 12, 2010
At 12:13 pm
Comments : 0
 
 

Daybreakers - วันแวมไพร์ครองโลก

พาหมึกไปดูหนังเรื่อง Daybreakers เพราะเป็นเรื่องที่ Ethan Hawke พระเอกคนโปรดจากเรื่อง Before Sunrise แสดงเป็นคุณหมอแวมไพร์ ในยุคที่แวมไพร์ครองโลก และมีมนุษย์เหลืออยู่เพียง 5% อันเป็นสาเหตุให้แวมไพร์ใกล้ขาดอาหารตาย คุณหมอต้องสังเคราะห์เลือดมนุษย์ให้ได้

daybreakers_jan

ฉันชอบพล็อตเรื่องที่จินตนาการได้เก๋ไก๋ และจุดไคลแมกซ์ที่ถูกวางไว้ ใครชอบหนังสยองขวัญแนว Sci-Fi เดินเรื่องกระชับฉับไว ตื่นเต้น ชวนติดตาม มีเหตุมีผลรองรับ และมีประเด็นให้เอากลับมาคิดต่อที่บ้าน ก็นับว่าเป็นหนังที่น่าสนใจในระดับ 7/10

โดยส่วนตัวดูแล้วชอบมาก แต่ไม่แนะนำสำหรับคนขวัญอ่อน เพราะอาจจะมีภาพสยองขวัญเลือดสาดติดตา ให้กลับมาฝันร้ายได้ ประเภทเห็นแล้วแหวะขาดใจ (ถ้าไม่เชื่อถามหมึกได้)

ตอนที่จูงมือกันมาจากบ้านนั้นอยากดูเรื่อง Alice in Wonderland แต่หาที่นั่งไม่ได้ นอกจากว่าเราจะยอมแหงนคอตั้งดูกันอยู่ที่สองแถวหน้า โปรแกรมหนังของเราจึงกลายเป็น Daybreakers หนังดีๆ ที่ทำให้หมึกสยองจนฉันรู้สึกผิด

หนังฉายไปได้สักพัก ฉันก็หันมาเห็นหมึกงอเง่าขึ้นนั่งกอดไว้ด้วยความระทึก แล้วแขนก็ค่อยๆ หดเข้าไปในเสื้อยืด ก่อนที่จะถอดแว่นออกมาฝากฉัน แล้วผลุบหัวหายเข้าไปในเสื้อยืดด้วยความกลัว นั่งตัวกลมดิก แล้วแอบโผล่ตาออกมาที่ขอบคอเสื้อ เพราะอยากรู้เรื่องราวที่ดำเนินไปจนอดไม่ได้ เห็นแล้วอนาถนัก

ฉันดึงเด็กตัวกลมที่หดทุกอวัยวะเข้าไปในเสื้อยืดมากอดไว้ แล้วกระซิบกระซาบอธิบายว่ามันเป็นเพียงสเปเชียลเอฟเฟค หมึกก็ค่อยผ่อนคลาย แม้ว่าจะยังเอามือปิดตามองลอดรูระหว่างนิ้วออกมา ไม่กล้าดูตรงๆ

หนังจบลงด้วยความโล่งใจของฉัน และเสียงถอนหายใจดังของหมึก เราสองคนแม่ลูกรอดชีวิตจากแวมไพร์ซะที โคตรดีใจ หันไปเห็นเรทภาพยนตร์ที่เขาจัดไว้แทบลมใส่ น18+ โอ้แม่เจ้า นี่ฉันทำอะไรลงไป พาลูกเข้าไปดูได้ยังไง (วะ)

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On March 8, 2010
At 4:19 pm
Comments : 0
 
 

แพม กับ นนท์

คืนนี้ไหม

ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันเครียดกับงาน แล้วฉันก็อยากพัก

ถ้ามีอะไรที่ผมต้องรู้ คุณช่วยพูดออกมาได้ไหม

ฉันไม่อยากนอนกับคุณ

เราอยู่ด้วยกันมา 9 ปี มีลูก 3 คน แล้วตอนนี้คุณไม่อยากนอนกับผม เกิดอะไรขึ้นเหรอแพม

ฉันไม่มีอารมณ์ค่ะ ฉันเหนื่อย

งั้นคืนพรุ่งนี้ดีไหม

นนท์ มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมานัดล่วงหน้าได้นะคะ

ผมถามจริงๆ แล้วคุณก็บอกผมได้ตรงๆ คุณมีใครรึเปล่าแพม

คุณกำลังจะทำให้ฉันโกรธนะนนท์ อย่าเริ่มหาเหตุผลโดยการปัดความผิดมาให้ฉัน

แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันแค่ไม่อยากทำอย่างนั้น

เราแต่งงานกัน ผมมีคุณคนเดียว และคุณก็ไม่มีคนอื่น เรามีลูกที่น่ารัก ทุกอย่างปกติดี แต่ตอนนี้คุณไม่อยากทำอย่างนั้น ผมพลาดประเด็นสำคัญตรงไหนไปรึเปล่า

ฉันขอร้องนะ ฉันเหนื่อย คืนนี้คุณไปนอนห้องโน้นเถอะ

เขาเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับเสียงประตูที่กระแทกดังปัง ปล่อยให้ฉันนั่งอยู่ในอารมณ์ที่อธิบายได้ยาก ความจริงถ้าต้องทำให้มันจบๆ ไป เหมือนหลายปีที่ผ่านมาก็ทำได้ ฉันแค่ไม่อยากฝืนอีกต่อไป

เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้ง วนเวียนอยู่ในอ่างใบเดิม ฉันไม่อยากให้นนท์รู้สึกผิด หรือคิดว่ามันเป็นปัญหาเรื่องความแข็ง ความยาว ระยะเวลา หรือเทคนิคท่วงท่าบ้าบออะไร ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้ผิดปกติ นั่นเป็นเรื่องที่ฉันแน่ใจ

แอบคิดว่าตัวเองอาจจะมีความผิดปกติ ประเภทที่อยู่มาวันหนึ่งก็ตายด้านไป คิดแล้วก็ตกใจ เลยลองปลุกเร้าตัวเองสักนิดสักหน่อย เพื่อทดสอบทางกายภาพ ก็พบว่ายังรู้สึกวาบหวิวใจ ยังลื่นไหลไปด้วยตัวเองได้ แค่ไม่อยากทำมันกับเขาหรือกับใคร ในเมื่อระบบร่างกายสบายดี ปัญหาคงมีที่ใจ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร 

ฉันถามตัวเองว่ายังรักเขาไหม ก็ยังได้คำตอบเดิม “รัก” แต่ฉันกลับให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ การที่เรายังรักและห่วงใย แต่ไม่อยากนอนกับเขา มันเป็นเรื่องปกติรึเปล่า? ไม่รู้เหมือนกัน ฉันยังหาเหตุผลไม่ได้ … กลุ้มจะตาย

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

บล็อควันนี้ … แด่เธอที่อยู่แสนไกล

ขอบคุณที่เธอไว้ใจ โทรมาคุยกับฉันในเรื่องที่เธอบอกว่า “คุยกับใครไม่ได้” ฟังแล้วก็พอจะเห็นว่าปัญหาน่าอึดอัดขัดใจ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ต้องพยายามหาเหตุผลให้อีกคนฟังได้ คนนอกอย่างฉันขอส่งกำลังใจ ขอให้เรื่องที่เธอเผชิญอยู่คลี่คลาย

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 3:40 pm
Comments : 0
 
 

เธอชื่อ “โซอี้ เรดเบิร์ด”

ฉันอ่าน เคหาสน์รัตติกาล เล่มที่ 5 ตอนสงครามจันทรา จบเมื่อคืนวาน แต่เรื่องราวทั้งหมดยังไม่จบหรอก สิ่งที่ฉันต้องทำคืออดทนรออ่านเล่มต่อไป เพราะนี่เป็นนิยายเรื่องยาว ที่เกี่ยวข้องกับการต้านทานอำนาจมืดในโลกแวมไพร์ ไปพร้อมกับการต้านทานความสับสนทางใจของนางเอก ที่ทำให้ฉันลุ้นจนตัวเกร็ง

อ้อมกอดของ ฮีท แฟนหนุ่มมนุษย์ของโซอี้ ที่คบกันมาตั้งแต่เรียนเกรดสาม ทำให้โซอี้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน กลิ่นของเขาเหมือนความอบอุ่น กับช่วงเวลาวัยเด็กผสมกัน เลือดของเขากำลังเรียกร้องโซอี้ เธอกับฮีทฝังภวังค์มนตร์กัน

เอริก อดีตแฟนหนุ่มนักเรียนเตรียมแวมไพร์ ที่ผ่านวิวัฒน์เป็นแวมไพร์เต็มตัว โกรธจนสะบั้นความสัมพันธ์ หลังจากที่เห็นกับตาว่าเธอเสียความบริสุทธิ์ให้ ลอเรน เบลค กวีประจำราชสำนัก

หลังจากลอเรนถูกฆ่าตายโดยฝ่ายมืด และได้รู้ความจริงว่าโซอี้ถูกหลอกใช้ เอริกก็แน่ใจว่าเขายังรักเธอไม่เปลี่ยนไป โซอี้เองก็รู้อยู่แก่ใจว่าความรู้สึกต่อเอริกนั้น แตกต่างจากความอบอุ่นที่ฮีทมีให้อย่างไร

ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะพบ สตาร์ก คนที่เธอมีความรู้สึกเชื่อมโยงด้วยตั้งแต่แรกพบ ในรูปแบบที่เธอไม่เข้าใจ แต่ปัญหาใหญ่คือเขาเป็นแวมไพร์ที่ผ่านการวิวัฒน์แบบไม่ธรรมดา สตาร์กตกอยู่ใต้อำนาจของคาโลนา ผู้ใช้อำนาจฝ่ายมืดที่ยากจะต้านทาน เขาอยู่ในด้านตรงข้ามกับโซอี้อย่างสิ้นเชิง

“ฉันจะไม่อยู่กับเธอ ถ้าฉันต้องปิดบังใครว่าเราคบกัน” โซอี้บอกสตาร์กอย่างนั้น

“เพราะแฟนแวมพ์คนนั้นเหรอ” สตาร์กยังซักไซร้

“เพราะเธอต่างหาก เอริกก็มีส่วน ฉันแคร์เขา สิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากทำ คือ ทำร้ายเขา แต่ฉันคงโง่เง่าถ้าจะอยู่กับเขา โดยที่ในใจอยากอยู่กับเธอหรือใครคนอื่นก็ตาม รวมทั้งมนุษย์ที่ฉันฝังภวังค์มนตร์ด้วย เธอจึงต้องเข้าใจว่าเอริกห้ามฉันไม่ให้อยู่กับเธอไม่ได้”

“เธอรู้สึกพิเศษกับฉันจริงๆ ใช่ไหม”

“ใช่ แต่ฉันสัญญากับเธอได้เลยว่า ฉันจะไม่เป็นแฟนเธอ ถ้าฉันอายที่จะอยู่กับเธอต่อหน้าเพื่อนๆ เธอจะทำตัวแย่กับคนอื่นทุกคน แล้วมาทำตัวดีกับฉันไม่ได้ ตัวตนที่เธอเป็นจริงๆ คือ พฤติกรรมของเธอในเวลาส่วนใหญ่”

อ่านแล้วทำให้ได้คิด ทางเลือกในชีวิตมีให้เลือกเป็นเลือกไป และในวันที่เรื่องราวไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็อยู่ที่เราจะยอมอ่อนข้อให้ความต้องการของตัวเอง หรือยืนยันในความถูกต้องต่อไป หนทางแรกอาจจะง่าย แต่หนทางหลังย่อมทำให้ภาคภูมิใจ และเชิดหน้าได้อย่างไม่อายใคร

นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบรักสามเส้า เพราะโซอี้ไม่เคยปิดบังหรือหลอกลวงใคร ทุกคนรักเธอและดีกับเธอในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เธอปรารถนาดีกับทุกคนเช่นกัน แต่ไม่อาจจะตอบสนองความต้องการเหล่านั้น ในรูปแบบที่ทุกฝ่ายพอใจ ใครไม่เคยพบกับตัวเอง คงจินตนาการถึงความอบอุ่นที่แสนอึดอัดในรูปแบบนั้นไม่ได้

ฉันไม่อยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วโซอี้จะเลือกใคร ฉันแค่หวังว่าจะมีทางเลือกที่ทำให้หัวใจของทุกฝ่าย บอบช้ำน้อยที่สุดเท่าที่จะมีทางไป มันอาจจะไม่สำคัญเลยว่าความรักจากใครมากกว่ากัน สิ่งสำคัญ คือ บนเส้นทางยาวไกล เธอจะประคับประคองความรักกับใครได้นาน จนถึงวันที่ลมหายใจพรากจากกัน

ใครที่ฟังฉันเล่าแล้วอยากอ่านเรื่องราว อย่าเพิ่งเซ็งจิตคิดด่า เพราะที่ฉันมาเล่าให้ฟังตรงนี้ ยังไม่เท่าความเข้มข้นที่หนังสือมี รีบหามาอ่านพรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย เราจะได้ไปลุ้นเรื่องราว ตอนที่6 พร้อมๆ กันไง

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On March 3, 2010
At 11:14 pm
Comments : 2
 
 

มหัศจรรย์ไม้ไผ่ … ไปถึงเฉาก๊วยคุณย่า (ได้ไง)

ฉันมักพาตัวเองไปชมนิทรรศการทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ใช่ว่าเป็นปัญญาชนคนอาร์ตอะไร เพราะงานศิลปะบางอย่างดูแล้วก็ไม่เข้าใจ แต่ที่ชอบไปเพราะมีความเชื่อว่า งานศิลปะ (ที่ไม่ใช่แค่ภาพนู้ดเปิดบนปิดล่าง) สามารถขัดเกลาจิตใจให้มีความด้านหนาน้อยลงได้ (ไม่เกี่ยวกับหน้าตาแต่ประการใด)

ล่าสุดที่เพิ่งไปทัศนศึกษามาวันนี้ คือ “มหัศจรรย์ไม้ไผ่” ซึ่งจัดขึ้นที่ TCDC เอ็มโพเรียม โดยความร่วมมือระหว่างเมืองเบปปุ ศูนย์หัตถศิลป์ไม้ไผ่แบบดั้งเดิมเบปปุ และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบระดับโลกจากเมืองเบปปุ

ผลงานทั้งหมดเป็นผลงานจักสานจากไม้ไผ่ ของศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์ร่วมสมัย และเอื้อประโยชน์ใช้สอย จนเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก

จากไม้ไผ่ปล้องเขียวธรรมดา ผ่านเครื่องมือและกระบวนการจนได้เส้นตอกหลากสีหลายขนาด ผสานกับกลวิธีจักสาน กลายเป็นตะกร้าจัดดอกไม้ กล่องเก็บใบชา เรื่อยมาถึงตะกร้าใส่ถ่าน จากรูปทรงธรรมดากลายเป็นงานหัตถกรรมหรูหรา สวนกระแสเครื่องใช้พลาสติกที่แพร่หลายไม่แพ้กัน กลายเป็นสินค้าเงินล้าน

ความรู้ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างตั้งใจ แม่นยำ พิถีพิถันทุกขั้นตอน ในยุคที่ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อนเป็นเรื่องสำคัญ ไม้ไผ่กลายเป็นวัตถุดิบที่นักประดิษฐ์ทั่วโลกให้ความสนใจ กลายเป็นคีย์บอร์ดไม้ไผ่ เมาส์ไม้ไผ่ เป็นสินค้าที่ย่อยสลายง่าย และช่วยลดขยะพลาดสติกได้ น่าทึ่งเกินคาดหมาย

bamboo

งานจักสานทั้งหมดนั้น
มีรูปทรง ลวดลาย ละเอียด อ่อนช้อย น่าประทับใจกว่าที่คาดคิดไว้
อยากชวนให้ … ไปเห็นกับตา

ชมนิทรรศการแล้ว อย่าลืมทดลองสานที่รองแก้วไม้ไผ่ ซึ่งเขาจัดอุปกรณ์ พร้อมทั้งบอกวิธีการอย่างละเอียดไว้ ให้เราเรียนรู้ผ่านการทดลองปฏิบัติได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายประการใด

chao-guay

มาถึงเอ็มโพเรียมแล้ว ก่อนกลับบ้านควรแวะให้รางวัลตัวเองด้วย “เฉาก๊วยคุณย่า” บริเวณชั้น6 ชั้นเดียวกับศูนย์อาหาร เฉาก๊วยร้านนี้เหนียวหนึบหนุบหนับสูตรโบราณ ลอยหน้ามาบนกาแฟเย็น/ชาเย็น สไตล์ลูกทุ่งไทยบ้านๆ เข้มข้นหวานมัน แก้วละ 25 บาท เท่านั้น อย่าลืมไปชิมกัน

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 8:35 pm
Comments : 0
 
 

เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก (25-28/02/53)

เมื่อตอนเย็นแวะไปงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ เพื่อหาซื้อตั๋วรถไฟ Japan Rail Pass ราคาพิเศษ เลยได้สำรวจการจัดงานของเขาไปด้วย

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น JNTO ให้ข้อมูลได้ครบถ้วนละเอียดดีมาก มีข้อสงสัยถามอะไรไปตอบได้หมด แผ่นพับที่แจกมีทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เป็นบูทที่ประทับใจจริงๆ

ตั๋วรถไฟ Japan Rail Pass มีตัวแทนจำหน่ายอยู่หลายบริษัท สำหรับใครที่ได้ VISA เข้าประเทศญี่ปุ่นแล้ว สำเนาหน้า Passport กับ VISA ไปซื้อตั๋วราคาพิเศษได้ในงานเท่านั้น ราคาปกติ  10,471 บาท (28,300 JPY x 0.37) สามารถซื้อในงานได้ในราคา 9,800 - 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับเอเจนซีที่เราเลือกซื้อ

ในส่วนของการท่องเที่ยวไทย มีให้เลือกทั่วไทยอย่างที่เขาโปรยโฆษณาไว้ โรงแรมดีๆ มาลดราคาพิเศษให้เลือกกันมากมาย บางแห่งลดกว่า 50% ห้องพักอย่างดีที่ พัทยา เกาะช้าง กาญจนบุรี กระบี่ ตราด เชียงใหม่ ฯลฯ พร้อมอาหารเช้า ในราคาเพียง 500 บาท/คน/คืน จัดว่าคุ้มค่าเกินราคา

ทำงานมาทั้งปี ไม่เที่ยวตอนนี้จะเที่ยวตอนไหน ใครที่ยังไม่รู้จะไปไหน วันอาทิตย์ 28/02/53 ยังมีโอกาสไปเลือกสรรแพคเกจดีๆ ในงานวันสุดท้าย จะมัวอิดออดไปใย

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On February 27, 2010
At 9:54 pm
Comments : 0
 
 

ถังขยะสำหรับคู่รัก

ฉันพบถังขยะใบนี้ที่ตลาดน้ำ 4 ภาค (ที่พัทยา) ถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพิ่งจะมีเวลาเอาออกมาจากเครื่อง พอเห็นแล้วก็อดที่จะเอามาอวดไม่ได้ เพราะมันเข้ากับบรรยากาศในเดือนวาเลนไทน์

100116_115401

ฉันแนะนำให้คู่รักยืนห่างจากถังขยะสัก 2 เมตร
ถือกระป๋องเบียร์เปล่าคนละใบ แล้วตั้งใจโยนให้ลงถัง
ก่อนที่จะพบสัจธรรมลึกซึ้งกินใจ

“ความสมหวัง … ไม่ใช่เรื่องที่ถังจะช่วยได้”

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On February 26, 2010
At 10:39 pm
Comments : 0
 
 

คำพิพากษาคดี 76,000 ล้าน

ข่าวที่ใหญ่ที่สุดของวันนี้ คือ การพิพากษาคดี 76,000 ล้าน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีสองสมัย ที่คนไทยติดตามข่าวกันทั้งประเทศ ถ่ายทอดสดเกาะติดกันตั้งแต่ต้นจนจบ จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผลสรุปว่าท่านผู้นี้มีความผิดจริงหลายกรณี ซุกหุ้นชินคอร์ปให้คนที่เกี่ยวดองกัน เอื้อประโยชน์ชินคอร์ปโดยการออก พ.ร.ก. แปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นภาษีสรรพสามิต แก้ไขสัญญาส่วนแบ่งรายได้และการใช้เครือข่ายร่วม ทำให้รายจ่าย AIS ลดน้อยลงแต่มีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็ก

นอกจากนี้ยังลัดขั้นตอนอนุมัติเรื่องดาวเทียมไอพีสตาร์ แก้สัมปทานดาวเทียมไทคม และทำให้รัฐเสียประโยชน์โดยให้ EXIM Bank ปล่อยกู้พม่าดอกเบี้ยต่ำ ขยายระยะเวลาปลอดหนี้นาน โดยพม่าเอาเงินนั้นมาทำธุรกิจเกี่ยวกับมือถือและการสื่อสาร ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้ บ.ชินคอร์ป และบ.ไทคม

ศาลพิพากษายึดทรัพย์ 46,000 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย คงเหลือคืนให้ตระกูลชินวัตร 30,000 ล้าน นั่นเป็นจำนวนโดยประมาณที่นับได้ว่ามหาศาล ยิ่งสำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยมีเงินส่วนตัวในบัญชีเกินหนึ่งล้าน ระหว่างฟังคำพิพากษาของศาล อาจจะอาการงุนงงกับปริมาณเงินที่เขาชี้แจ้งกันอยู่บ้าง นั่นก็พันล้าน นี่ก็หมื่นล้าน อะไรมันจะเยอะขนาดนั้น

ผลการตัดสินไม่ได้ทำให้ฉันแปลกใจ
เพราะพฤติกรรมของคนไทยน่าสนใจมากกว่า

ก่อนวันพิพากษา
คนส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องนี้ และเดากันไป ต่างๆ นาๆ
แสดงความคิดเห็นแสดงความรู้สึกกันไป
ในเรื่องที่ตัวเองไม่มีข้อมูลเพียงพอจะให้ความเห็นได้

ครั้นพอถึงวันพิพากษา
วันที่ผู้รู้เขามานั่งแจกแจกแถลงที่มาที่ไปยาวหลายชั่วโมง
กลับไม่อดทนพอที่จะฟังให้เข้าใจ

“หน้าศาลฎีกา ไม่มี การอ่านคำพิพากษา
ผ่านเครื่องลำโพงขยายเสียงออกมาด้านนอก”

เรื่องที่ศาลพิพากษาวันนี้เกี่ยวกับความผิด ในการใช้อำนาจเพื่อทุจริตของอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดนั้นล้วนไม่เกี่ยวกับสีเสื้อของใคร ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จะรักจะชอบจะสนับสนุนใคร ย่อมเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่พึงเลือกได้

เมืองพุทธสอนให้เราใช้เหตุผลใช้ปัญญา
… อย่า งม งาย …

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 10:00 pm
Comments : 0
 
 

ตรุษจีน กับ วาเลนไทน์

อากงของฉันเป็นคนจีน ครอบครัวของคุณพ่อจึงเป็นครอบครัวจีน ที่บ้านของคุณพ่อจะตั้งโต๊ะไหว้เป็ดไก่ทุกเทศกาลสำคัญ ตามวันที่ระบุไว้ในปฏิทินจีน (ปฏิทินที่จนบัดนี้ฉันก็ยังดูไม่เข้าใจ) แต่เทศกาลไหนๆ ก็ไม่เร้าใจเท่า “ตรุษจีน” เพราะเป็นวันที่เด็กๆ จะได้ “อั่งเปา” ซองแดงๆ

แม้ว่าฉันจะเติบโตมากับกลิ่นอายแบบจีนในครอบครัวของคุณพ่อ แต่ก็ถูกเลี้ยงดูมาแบบไทยกึ่งสากล เพราะครอบครัวของคุณแม่เป็นครอบครัวไทยหัวสมัยใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการฟังเหตุผล และการยอมรับความคิดเห็นของคน โดยไม่กีดกันทางเพศหรือวัย ครอบครัวแบบจีนปนไทยจึงไม่ได้ทำให้ฉันพูดน้อยลงแต่ประการใด

ครั้นพอแต่งงานกับคุณพ่อของเจ้าหมึก ฉันกลับพบว่าตัวเองได้เข้าไปอยู่ในครอบครัวจีนแท้ๆ ที่บริหารทุกอย่างแบบกงสี มีลำดับขั้นตอน มีอาวุโสเคร่งครัด มีลูกชายกับลูกสะใภ้อย่างละสี่ แถมด้วยคุณพ่อและคุณแม่สามี กว่าจะรู้จังหวะที่ควรพูดในครอบครัวใหม่นี้ ฉันก็ใช้เวลาปรับตัวหลายปี

ทุกวันนี้ฉันเข้ากันได้กับคุณแม่สามี ฉันรักษาความสัมพันธ์กับน้องสะใภ้ พบกันบ่อย พึ่งกันได้ คุยกันดี แม้ว่าความสัมพันธ์กับพี่สะใภ้ อาจจะเรียกได้ว่ารักษาระยะห่างอย่างสันติวิธี และกับญาติๆ อีกประมาณ 30 ชีวิต ที่นัดรวมเหล่ากันบ่อยมาก ฉันก็รู้ว่าควรวางตัวเองไว้ตรงไหนในงานปาร์ตี้ โดยรวมจึงราบรื่นดี

ตรุษจีนกำลังจะมาถึงในอีกสองวันข้างหน้า คือ ตรุษจีนครั้งที่ 10 กับครอบครัวนี้ ครอบครัวที่ฉันแน่ใจว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป เพราะฉันได้เลื่อนขั้นจากคนรับอั่งเปามาเป็นคนแจกอั่งเปาให้กับหลานๆ ครอบครัวที่ทำให้ฉันรู้คุณค่าของการทำงาน

วันจ่าย วันรถติด วันวุ่นวาย เมื่อตอนกลางวันออกไปจ่ายตลาดเตรียมของไหว้ และส่งส้มส่งซาลาเปาไปบ้านโน้นบ้านนี้ แม้ว่าจะวุ่นๆ เหนื่อยๆ ในบรรยากาศตรุษจีนอย่างนี้ แต่บรรยากาศของครอบครัวก็เหมือนหินถ่วงใจให้หนักแน่นอุ่นสบาย จนผ่อนคลายเรื่องรถติดไปได้

ฉันรักครอบครัวใหม่ และยังมีใจให้ครอบครัวเดิม

ตรุษจีนเมืองไทย
ไม่ว่าเพื่อนฉันจะอยู่ที่เมืองไหน
ฉันก็ขอให้ “ซินเจียอยู่อี่ ซินนี้ฮวกใช้”

และเนื่องจากตรุษจีนปีนี้ตรงกับวาเลนไทน์
ฉันก็ขออวยพรแถมท้าย

“ขอให้เธอพบความรักดีมีคุณภาพตามความคาดหมาย
ขอให้ใครคนนั้น ดูแลเธอได้ เข้าใจเธอดี”

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On February 12, 2010
At 9:16 pm
Comments : 0