หมึกเล่นเกมส์เยอะไหม?
ผู้ปกครองหลายท่านถามฉันอยู่บ่อยๆ เพราะในจินตนาการของพวกเขา เวลาเห็นรูปถ่ายของหมึกบนบอร์ดที่โรงเรียน ก็คิดไปว่าที่บ้านคงจะเข้มงวด ให้หมึกเรียนหนังสืออย่างหนัก และไม่ยอมให้เล่นให้พักอย่างเด็กทั่วไป
ทั้งที่ความจริงแล้วหมึกเป็นเด็กสนุกสนาน ค่อนข้างผ่อนคลาย และมีอารมณ์ขันใช้ได้ ไม่ใช่เด็กคร่ำเครียดอะไรเลย ฉันบอกหมึกอยู่เสมอว่าให้เลือกทำสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เรียนก็ให้เรียนอย่างมีความสุข ตั้งใจที่สุดแล้วก็ไม่ต้องกังวลถึงผลของมัน
ส่วนเรื่องเกมส์นั้นเรามีข้อตกลงกัน หมึกจะได้สิทธิ์เล่นเกมส์วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 20.00 - 21.00 น. เมื่อทำทุกอย่างต่อไปนี้เรียบร้อยก่อนสองทุ่ม
- ทำการบ้านทุกอย่างเรียบร้อย
- จัดตารางสอนเรียบร้อย
- ทำบัญชีรายวันและเบิกค่าขนมเรียบร้อย
- ซ้อมเปียโนเรียบร้อย
- อาบน้ำเรียบร้อย
ง่ายๆ แค่นี้ ก็เห็นได้ชัดใช่ไหมว่าหมึกได้เล่นเกมส์ทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ที่ต้องเข้าศูนย์คุมองเท่านั้น ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ก็แล้วแต่จะตกลงกัน ส่วนมากก็จะต่อรองให้ทำโจทย์พิเศษ 1 ชุด (20 ข้อ) แลกกับเกมส์ 1 ชั่วโมง
โดยเฉลี่ยฉันคิดว่าหมึกเล่นเกมส์ประมาณ 8 - 10 ชั่วโมง/สัปดาห์ ถามว่ามากไปไหม? ฉันคิดว่ามากไปนิดสำหรับเด็ก จะเรียกว่าติดเกมส์ก็ได้ แต่ฉันพิจารณาแล้วว่า สำหรับหมึกที่เรียนหนักและรับผิดชอบงานของตัวเองได้ดี การเล่นเกมส์ในระดับนี้ … รับได้
ผู้ปกครองมักสนใจจำนวนชั่วโมงในการเล่นเกมส์ของเด็กๆ ทั้งที่ความจริงแล้ว จำนวนชั่วโมงนั้นไม่สำคัญเท่าประเภทเกมส์ ที่เรายินยอมให้เด็กเล่น ฉันกับหมึกมักจะไปที่ร้านเกมส์ด้วยกัน เลือกเกมส์ด้วยกัน และเล่นด้วยกันเป็นประจำ (ไม่ต้องแปลกใจที่หมึกเล่นได้เก่งกว่าฉัน)
หมึกสามารถเลือกเล่นเกมส์ได้ทุกชนิดทุกประเภท ทั้งเกมส์คอมพิวเตอร์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์ PS2 เกมส์ Wii โดยมีเงื่อนไขเล็กน้อยว่าต้องไม่ใช่เกมส์ที่ต่อสู้เข่นฆ่ากันรุนแรง ชนิดเลือดสาดเต็มจอแบบนั้นฉันไม่อนุมัติให้เล่น
ฉันสังเกตดูพบว่า หมึกชอบเกมส์ประเภท Strategy Games วางแผนสร้างบ้านสร้างเมือง เกมส์ต่อสู้ เช่น ดราก้อนบอลล์ และ เกมส์เนื้อเรื่อง ประเภท ปลูกผัก ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ขุดแร่ เช่น Harvest Moon ซึ่งโดยหลักการแล้วก็เป็นเกมส์ที่ต้องใช้การวางแผนล่วงหน้า
ฉันสนับสนุนให้ลูกเล่นเกมส์ โดยคัดสรรเกมส์ที่จะเล่นกับลูกด้วย หลักเบื้องต้น คือ อ่านคำอธิบายและดูเรทติ้งที่ข้างกล่อง ซึ่งจะบอกอายุที่เหมาะสมไว้ 3+ / 7+ / 13+ / 18+ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ
ในส่วนของเกมส์ออนไลน์ ซึ่งเด็กสามารถเข้าไปเล่นและพูดคุยกับคนอื่นได้ เป็นเกมส์ที่ผู้ปกครองต้องระมัดระวังมากกว่าปกติหลายเท่า เพราะเกมส์ออนไลน์นั้นเด็กอาจจะถูกชักจูงไปได้ง่าย ดังนั้น เวลาที่หมึกเล่นเกมส์ออนไลน์ ฉันก็จะใช้คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง login เข้าไปปาร์ตี้ด้วย สองแม่ลูกเล่นกันคนละเครื่องคนละตัว เก็บเลเวลกันสะใจ
ถ้าเราไม่สามารถโน้มน้าวให้เด็กเลิกเล่นเกมส์ได้
เราก็ควรสอนให้เขาเล่นอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย