หลังการตรวจร่างกายประจำปี พบว่าโรคภัยรุมเร้าเหลือเกิน จึงขยันหาความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ทั้งโปรแกรมอาหารและการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่ไม่ดีต่างๆ เพราะเชื่อว่า สุขภาพดีเริ่มจากชีวิตที่มีวินัย ถ้าเราไม่ใจแข็งกับตัวเอง ก็ไม่มีใครจะมาดูแลบังคับเราได้
“การรักษาสุขภาพอย่างมีวินัย
ต้องเริ่มใหม่กันตลอดชาติเลยไหม?”
นั่นเป็นคำถามที่ฉันถามตัวเองเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
และได้คำตอบว่า
“อยากมีครั้งสุดท้ายของการเริ่มใหม่อยู่เหมือนกัน”
ตั้งแต่วันนั้น (20/6/53) ฉันก็พยายามทำความเข้าใจตัวเอง ชั่งน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ไขมันตอนเช้า จดบันทึกการรับประทานอาหาร (Food Diary) และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อปรับวิถีการดำเนินชีวิต ให้สอดคล้องกับเส้นทางสายสุขภาพดี
ความตั้งใจง่ายๆ ในเบื้องต้น …
* ดื่มเฉพาะ “น้ำสะอาด” อย่างน้อย 3 ลิตร/วัน เพื่อทำความสะอาดระบบต่างๆ
* รับประทานอาหารอย่างมีสติ เลือกสิ่งที่ดีเข้าสู่ร่างกาย
สัปดาห์แรก สามารถเมินขนมหวานต่างๆ รวมทั้งไอศกรีม วันแรกๆ ก็อยากทานขนมนะ แต่พอหลายวันผ่านไป ความอยากก็หายไปเอง เหมือนกับวงจรของหวานถูกตัด ไม่กิน ก็ไม่อยาก แต่เผลอดื่มกาแฟร้อน 1 แก้ว และแอบดื่มเบอร์เบิ้น 1 ช็อต (เหล้าเบอร์เบิ้นนี่เป็นสุดยอดโปรดของฉันเลย)
สัปดาห์ที่สอง ควบคุมตัวเองได้ดี มีสติมากขึ้น
* ฉันสามารถงดดื่ม “กาแฟ” และ “แอลกอฮอล์” อย่างเด็ดขาด รวมทั้งเครื่องดื่มผสมน้ำตาลและน้ำตาลเทียมทุกประเภท
การรับประทานอาหารผสมน้ำตาลเทียม “แอสปาแตม” อาจจะทำให้รู้สึกไม่ขาดหวาน แต่มันไม่ต่างจากหลอกตัวเอง ความหวานลวงๆ ของ “แอสปาแตม” อาจจะทำให้พึงพอใจ แต่ก่อให้เกิดโรคภัยตามมา เช่น ปวดข้อ ปวดเมื่อยเรื้อรัง อัลไซเมอร์ เบาหวาน ฯลฯ นอกจากนี้ เมื่อแอสปาแตมรวมตัวกับคาร์โบไฮเดรต จะทำให้สมองผลิตเซโรโทนินได้ช้าลง ทำให้ร่างกายขาดสมดุลและไม่มีความสุข
จะเลิกเสพติด ต้องเลิกที่ใจ
จะเลิกน้ำตาล อย่าหวานลวงร่างกาย
กลับมาดูแลสุขภาพคราวนี้ ไม่หักโหมออกกำลังกาย แค่พยายามเดินมากขึ้น หรือเล่นเครื่องวิ่งวงรี 15 นาที/วัน เล่นบ้าง เว้นบ้าง ไม่ได้เล่นต่อเนื่องทุกวัน เพราะคิดว่าความสม่ำเสมอ น่าจะเป็นหัวใจของแผนระยะยาว ไม่ใช่การเล่นกีฬาหักโหมพร้อมกับคุมอาหาร จนร่างกายขาดแหล่งพลังงาน แบบนั้นทำได้ไม่นานก็ต้องเลิก ตามมาด้วยอาการ “โยโย่” ผอมๆ อ้วนๆ
ไม่มีแผนการดูแลสุขภาพครอบจักรวาล
ที่จะดีสำหรับทุกคนบนโลกใบนี้
เราจึงต้อง
ศึกษา เลือกสรร ผสมผสาน และปรับเปลี่ยน
เพื่อค้นหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นคง … บนเส้นทางสายสุขภาพดี
กราฟความก้าวหน้าของฉันในช่วง 2 สัปดาห์

กราฟสีเหลือง คือ น้ำหนักตัว กราฟสีเขียว คือ น้ำหนักไขมัน จะเห็นว่าแนวโน้มน้ำหนักตัวค่อยๆ ลดลง แต่ปริมาณไขมัน ขึ้นๆ ลงๆ จนสุดท้ายเท่าเดิม แสดงว่าน้ำหนักที่หายไป คือ น้ำหนักของกล้ามเนื้อ ถ้าเอาใจใส่บันทึกข้อมูลอย่างนี้ ก็จะทราบว่าจุดอ่อนของโปรแกรมอยู่ตรงไหน
- ลองสอบถามผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักกัน เธอให้ความเห็นว่า “รับประทานโปรตีนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ส่วนที่หายไปจึงเป็นกล้ามเนื้อ ควรรรับประทานโปรตีนมากขึ้น และแนะนำให้ ดื่มโปรตีนเชคกับน้ำเปล่า ทันทีที่ตื่นนอนเพื่อสตาร์ทเมตาบอลิซึมแต่เช้า และดื่มก่อนนอนเพื่อเสริมซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอช่วงที่นอนหลับ
- อีกประเด็นที่ฉันคิดเอง คือ “รับประทานคาร์โบไฮเดรทน้อยไป” เมื่อคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลัก ไม่เพียงพอ ร่างกายจึงดึงกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน น่าจะปรับโดย รับประทานคาร์โบไฮเดรทมื้อเที่ยงให้มากขึ้น
ฉันจะลองปฏิบัติตามโปรแกรมที่ปรับนี้ แล้วจะมารายงานว่าเป็นอย่างไรต่อไป อยากให้เธอเป็นกำลังใจให้ด้วย ใครอยากแชร์ความคิดเห็น มีคำแนะนำ หรืออยากคุยกัน ยินดีเสมอนะคะ ^_^