หมึกไม่ได้เอากล่องดินสอบกลับบ้านหลายอาทิตย์แล้ว ฉันถามทีไรก็บอกว่าเก็บไว้ที่โรงเรียน ก่อนปีใหม่ฉันสั่งให้เอากลับมาบ้าน เพื่อที่จะได้เหลาดินสอให้พร้อมใช้งาน แต่หมึกก็บอกว่าลืมไว้ที่โรงเรียนเสมอ
เมื่อเช้าเห็นหมึกหยิบดินสอกับยางลบที่บ้าน จะเอาใส่กระเป๋าไปโรงเรียน เลยคาดคั้นสอบถามว่าที่โรงเรียนไม่มีใช้เหรอ? กล่องดินสอยังอยู่ไหม? เจ้าตัวยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่ายังอยู่ครบในลิ้นชักโต๊ะเรียน ฉันนึกเฉลียวใจว่ากล่องดินสอคงไม่อยู่แน่แล้ว จึงให้โอกาสอีกครั้ง
หมึกครับบอกแม่ตามตรงนะ กล่องดินสอที่แม่ซื้อให้ กับดินสอ 5 แท่ง ยางลบ 1 ก้อน และไม้บรรทัด ยังอยู่ครบถ้วนดีในลิ้นชักโต๊ะเรียนใช่ไหม หรือมีอะไรที่ขาดหายไป ให้บอกแม่ตอนนี้
ยังอยู่ครบดีครับ
งั้นเราไปดูด้วยกันนะ
หมึกคงไม่คิดว่าฉันจะไต่ขึ้นไปจริงๆ แต่ฉันก็เดินกระเผลกขาเป๋ๆ จากลานจอดรถของโรงเรียน ไปที่ห้องเรียนของหมึกบนชั้น 4 จนได้ แม้ว่าเจ้าตัวจะมีท่าทีอิดออดไม่อยากให้ขึ้นไป
แล้วเราก็พบว่าในลิ้นชักโต๊ะเรียนมีเพียงดินสอหนึ่งแท่ง กับกบเหลาดินสอที่เพื่อนให้มา ไม่มีกล่องดินสอ ไม่มีดินสอ ไม่มียางลบ อย่างที่หมึกพูดไว้เลย ตอนที่ฉันถามว่า “หมึกเรียนได้ยังไง เอาดินสอที่ไหนเขียน” เพื่อนของหมึกรีบชิงตอบแทนว่า “ยืมดินสอของผมทุกวันเลย”
ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธมากเท่ากับที่รู้สึกเศร้า อุปกรณ์การเรียนหายไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการไม่พูดความจริง น้ำตาของฉันเอ่อขึ้นมาคล้ายกับว่าจะไหล ทุกสิ่งทุกอย่างที่สอนไป กลายเป็นผลลัพธ์อย่างนี้ก็เสียใจ
เมื่อความจริงปรากฏ หมึกยืนก้มหน้าไม่พูดอะไรสักคำ แม้แต่คำว่า “ขอโทษ” ก็ไม่มีหลุดออกมา นิสัยของหมึกเป็นอย่างนี้ คือ พูดได้ทุกเรื่องตลอดเวลา แต่เวลาผิดจะเงียบสนิท ไม่แก้ตัว ไม่ให้เหตุผล ไม่ขอโทษ ความเงียบแบบไม่มีปฏิกิริยานี่มันทำให้ฉันอึดอัดเสียจริง
ฉันพาหมึกลงมาที่ห้องสหกรณ์ของโรงเรียน ซื้อกล่องดินสอและอุปกรณ์เครื่องเขียนใหม่ทั้งชุด พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าตัวทราบว่าราคารวม 55 บาทนี้ จะถูกตัดจากค่าขนมรายเดือน เพราะเป็นความผิดที่ไม่รักษาอุปกรณ์เครื่องเขียนให้ดี และไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉันที่จะซื้อให้ใหม่ทุกครั้งที่ทำหาย ฉันจะซื้อให้ในกรณีที่เปิดเทอมใหม่ หรืออุปกรณ์เก่าไม่สามารถใช้งานได้เท่านั้น
ฉันอบรมเรื่องความรับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สิน พร้อมทั้งกำชับว่าคนเราต้องยืนอยู่บนขาของตัวเอง และจะยืมจมูกเพื่อนหายใจไม่ได้ การหยิบยืมของคนอื่นใช้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอเป็นนิสัยที่ไม่น่านิยม และไม่เป็นที่ต้องการของสังคม
ส่วนเรื่องที่หมึกไม่พูดความจริงกับฉันนั้น ฉันบอกลูกว่าฉันรู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ยังไม่ได้คาดโทษ และไม่ได้พูดอะไรยาว เพราะอึ้งจนพูดไม่ออกจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมึกโกหกหน้าตายอย่างแนบเนียน หลายครั้งหลายเรื่องแล้วที่เป็นแบบนี้ คงถึงเวลาที่ฉันต้องนั่งคิดอย่างจริงจัง ว่าเหตุผลของพฤติกรรมนี้มันอยู่ตรงไหน
เย็นนี้ต้องนั่งคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งใจว่าจะไม่ดุ ไม่บ่น ไม่พูดซ้ำซากยาวๆ จะพูดสั้นๆ แบบตรงประเด็น และคราวนี้จะไม่ทำโทษ แต่จะให้โอกาสปรับตัว และใช้มาตรการปลูกจิตสำนึก ฉันเขียนข้อความต่อไปนี้ด้วยตัวอักษร 2 นิ้ว ติดไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือของหมึก และจะให้อ่านด้วยเสียงดังฟังชัดทุกคืนก่อนเข้านอน
เรื่องที่คุณแม่ขอร้องให้ทำนะครับ
พูดความจริงเสมอ
ความจริงคงอยู่เสมอไป รอวันเพียงคนค้นพบ
ลูกผู้ชาย คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ รับผิดชอบ
กล้าทำกล้ารับเสมอ
ฉันคิดอยู่เสมอว่าจะเลี้ยงลูกให้ได้เติบโตแตกกิ่งใบไปตามใจของเขา ตราบใดที่กิ่งใบนั้นไม่ระรานสังคม ปัญหาของเด็กบางคนพูดว่าเป็นไปตามวัย อย่าไปคิดว่ามันใหญ่โต แต่การประเมินว่าบางปัญหาเล็กเกินไป ก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียหายตามมาได้มากมาย
ส่วนมากคนที่ได้รู้จักหมึกโดยทั่วไป ก็จะบอกว่าเป็นเด็กร่าเริง ขี้เล่น น่ารัก มีน้ำใจ และไม่ดื้อ แต่ในอีกมุมที่ไม่ค่อยมีใครได้สัมผัส ก็ค่อนข้างส่วนตัว เงียบงัน ไม่มีเหตุผลให้เราได้เข้าใจ และมีประตูบานเล็กที่ไม่ยอมให้เราเข้าไป ในนั้นมีปัญหาที่หมึกไม่ยอมเอ่ยออกมา
เด็กมีปัญหา ผู้ใหญ่ก็มีปัญหา
เราต่างเติบโตขึ้นมา เก็บกดปัญหาแตกต่างกันไป
แค่หวังว่า … ความรักจะเป็นกุญแจ