Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

ay’s memo: 28/01/53

หนังสือชุด เคหาสน์รัตติกาล (House Night) ที่เขียนโดย PC Cast and Kristin Cast เป็นนวนิยายเรื่องยาวแนว Romantic Paranormal ของสำนักพิมพ์เครืออมรินทร์ ที่อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ ขอบคุณที่ให้ยืมนะปิ๊ก

เกมส์ Harvest Moon เวอร์ชันที่เล่นกับเครื่อง Wii เป็นเกมส์แนวทำสวนทำไร่ เลี้ยงสัตว์ ทำกับข้าว ขุดแร่ จีบสาว สร้างบ้าน แต่งงาน มีลูก หน้าปกเขียนว่าสำหรับเด็กอายุ 3+ แต่เด็กอายุ 33+ อย่างฉัน เล่นแล้วก็ติดหนึบเหมือนกัน ฉันกับหมึกเล่นเวอร์ชัน english อ่านเนื้อเรื่องไปก็ได้ฝึกภาษาด้วย

ตั้งแต่ขาเจ็บก็ไม่ได้ออกกำลังกาย ทำได้แค่ออกกำลังกิน แก้มเลยยุ้ยขึ้นมาแบบไม่แปลกใจ ตอนนี้ขาหายดี (เตะคนได้) เริ่มออกกำลังกายได้อีกครั้ง กำลังหัดเต้น Samba กับเครื่อง Wii ส่ายสะโพกสุดฤทธิ์สุดเดช

ทบทวนภาษาญี่ปุ่นให้ตัวเองด้วยวิธีใหม่ โดยรับอาสาไป สอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่น สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง วิธีนี้สนุกกว่าไปนั่งเรียนภาษาญี่ปุ่นเยอะเลย

กระดานหุ้นสัปดาห์นี้ หล่นฮวบฮาบจนไม่อยากจะมอง โดยเฉพาะ DTAC ต้องเรียกว่า “เหว” แต่ก็ยังใจแข็งไม่ยอมขาย เพราะเวลาน่าจะช่วยได้ (ความจริงแล้วเจ๊ก็ไม่ค่อยมั่นใจ)

งานที่ออฟฟิศ วุ่นวายเป็นปกติ เงินฝืดนิดหน่อยหมุนไม่ค่อยทัน (ปกติอีกเช่นกัน)

เพื่อนฝูง แทบจะไม่ได้โทรหาใครเลย

น้องหมึก ตัวติดกันเป็นตังเม รักกันเหลือเกินแล้ว

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On January 28, 2010
At 8:14 am
Comments : 0
 
 

คุณป้า หรือ คุณลุง?

หลังเลิกเรียนฉันมักจะนั่งรอหมึกอยู่ใต้อาคาร เพื่อนๆ ของหมึกที่ไม่ได้เรียนพิเศษ และรอผู้ปกครองมารับ (แต่ผู้ปกครองยังมาไม่ถึง) ก็จะแวะมาทักทายฉันอย่างสม่ำเสมอ บางคนก็มานั่งทำการบ้าน บางคนก็มาชวนคุย บางคนก็มาขอให้เล่านิทาน พบบ่อยๆ ก็คุ้นเคยกัน

เมื่อตอนเย็นน้องเจไดเพื่อนห้องเดียวกับหมึก เอาการบ้านวิชาวาดรูปมานั่งทำข้างๆ แล้วขอให้ฉันช่วยระบายสี พร้อมทั้งสั่งว่า …

คุณป้าอย่าระบายสวยนะครับ เดี๋ยวคุณครูรู้ว่ามีคนช่วย
(วะเฮ้ย สนิทกันแค่ไหน มาเรียกว่าป้านี่มันเกินไป)

เจไดครับ คนที่อายุน้อยกว่าคุณแม่ เจไดเรียกว่าอะไร
(น้า ไง น้า ตอบว่า “น้า” ฉันลุ้นอยู่ในใจ)

รู้แล้วครับว่าเรียกอะไร แต่ถ้าไม่รู้ว่าอายุมากหรือน้อยกว่าคุณแม่ เจไดก็จะเรียกว่า “คุณป้า” หรือ “คุณลุง” เท่านั้น
(ที่บ้านสอนมาดีจริงๆ)

โอเค งั้นเรียกป้าน่ะดีแล้ว ไม่อยากเป็นลุง

คุณป้าครับ อย่าระบายสีสวยเกินไป
(เจไดยังห่วงการบ้าน)

เรียกแบบนี้ เดี๋ยวป้าช่วยระบายให้ออกนอกเส้นให้หมดเลย
(จัดปายยยยยยยยย)

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 26, 2010
At 7:10 pm
Comments :1
 
 

เชิดหน้าไว้อย่าให้น้ำตาร่วง

พี่สาวที่อยู่ห่างไปทางใต้หลายร้อยกิโลเมตร โทรมาเล่าเรื่องผู้ชายที่คบหากันมาได้สามปี คนที่เพิ่งเลิกกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ คนที่เธอเคยคิดว่าเป็นผู้ใหญ่และน่าจะไปกันดี เป็นเวลาสี่สิบนาทีที่ฉันได้ยินเสียงร้องไห้แจ่มชัดกว่าเรื่องราว ที่พอสรุปประเด็นความเสียใจได้ดังนี้ …

พี่รู้อยู่แก่ใจว่าผู้ชายคนนี้เอาเปรียบพี่
มันถึงเวลาที่ควรหยุดซะที

พี่อยากมีครอบครัว พี่อยากแต่งงาน
อารมณ์อยากแต่งงานกับใครสักคน กับความรู้สึกว่าต้องเป็นผู้ชายคนนี้ ไม่เหมือนกันนะคะพี่ ลองคิดดูดีๆ

พี่เสียดายเวลาสามปี
กลับตัวเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี พี่ควรดีใจนะคะที่มันไม่นานไปกว่านี้

พี่คิดว่าถ้าแต่งงานกันแล้วปรับตัวทุกอย่างก็คงจะดี
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้หลังแต่งงานหรอกค่ะพี่

พี่เหงา พี่เคยชินกับการมีเขา
ถ้าเขารู้ว่าพี่พูดอย่างนี้ ก็แพ้ตั้งแต่หน้าประตูแล้วพี่ เข้มแข็งนะคะ สักวันพี่จะอยู่ได้อย่างภูมิใจ โดยไม่ต้องมีใครเอาเปรียบพี่

ทำงานที่เดียวกันแบบนี้ พี่ไม่รู้ว่าจะมองหน้าเขายังไง
ถ้าต้องพบ อย่าหลบหน้า เพราะว่าพี่ไม่ได้ทำผิดอะไรในเรื่องงาน ทำตัวเป็นมืออาชีพ แล้วแยกแยะมันออกจากกัน เชิดหน้าไว้อย่าให้น้ำตาร่วงนะพี่

พี่ไม่ดีตรงไหน ทำไมกลายเป็นแบบนี้
คุณค่าของเราไม่ได้อยู่ที่เขามาเห็น เรามีคุณค่าในตัวเรา ไม่ว่าเขาจะเห็นหรือไม่ คนที่ไม่เห็นคุณค่าเราก็ต้องปล่อยไป อย่าโทษตัวเองนักเลย ก็แค่คนที่เข้ากันไม่ได้ บนโลกนี้มีเรื่องตั้งมากมายที่เหตุผลงี่เง่าจะตาย จะเสียเวลาหาทำไม มองไปข้างหน้าดีกว่าไหม

ตลอดเวลาที่คุยกัน ไม่ได้ยินพี่พูดถึง “รัก” สักคำ คล้ายๆ กับว่าอาลัยในเยื่อใย และครุ่นคิดถึงความคุ้นที่เคยมี ปิดท้ายด้วยความน้อยใจ ลองถามตัวเองดีๆ “พี่ยังรักผู้ชายแบบนี้?” ใช้อารมณ์น้อยๆ ใช้เหตุผลเยอะๆ คนที่อยู่ไกลๆ เอาใจช่วยนะพี่

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On January 25, 2010
At 7:49 am
Comments : 0
 
 

อยากมีความสุขต้องทำยังไง?

นาฬิกาปลุกเราสองคนตรงเวลาทุกวัน … ตีห้าครึ่ง

ขั้นตอนก็เหมือนเดิมทุกวัน คือ ฉันลุกขึ้นไปกดนาฬิกาให้เงียบเสียง แล้วพาตัวเองไปหลับต่ออีกงีบเล็กๆ ที่เตียงของหมึก ล้มทับลงไปทำให้เตียงคับแคบ หอมแก้มและโอบกอดแน่นเกินจำเป็น จนเด็กผู้ชายรำคาญและพยายามผลักดันฉันออกไป เพื่อที่จะลุกจากเตียงไปแปรงฟันให้ได้

เหตุการณ์เช้าวันนี้ …

หมึกครับ Good Morning ตื่นได้แล้ว

Good Morning ครับคุณแม่

เช้านี้แม่มีคำถามหละ

ถามอะไรครับ

ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาหมึกมีความสุขไหม?

มีครับ

บอกแม่หน่อยสิว่า อยากมีความสุขต้องทำยังไง?

ไม่ต้องทำอะไรก็มีความสุขอยู่แล้วนี่ มันมีเอง

เหรอ งั้นหมึกไปแปรงฟันเถอะ ขอบคุณครับ

ในชีวิตประจำวันที่แสนสงบและสันติ การที่เรารู้สึกไม่ค่อยแน่ใจว่าตัวเองมีความสุขหรือไม่ อาจจะเป็นเพราะเราพยายามมากเกินไปที่จะทำอะไรสักอย่าง ให้ชีวิตมันหักเหจากความจำเจที่คาดเดาได้ ทั้งที่ความจริงแล้วเราก็มีความสุขดี แต่กลับพยายามสร้างปัญหา เพื่อที่จะได้มีอะไรแก้ไข มีอะไรที่ต่างไปให้ทำ

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 20, 2010
At 7:46 am
Comments :1
 
 

วันที่สมบูรณ์แบบ

ฉันยังคงมีภาระประจำวันเหมือนเคย แต่ก็วุ่นวายในรูปแบบที่ “ไม่มีอะไรเดาไม่ได้” ทุกเรื่องจึงดูเหมือนง่ายและเป็นอัตโนมัติ

ฉันเลือกทำสิ่งที่สำคัญ และพยายามกีดกันคลื่นแทรก เพื่อรับฟังสัญญาณความต้องการของตัวเองให้ชัดขึ้น แต่ก็ยังไม่พบอะไรที่สำคัญ พอที่จะยึดถือมันเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตในช่วงนี้ได้

แต่ละวันจึงผ่านไปอย่างสมบูรณ์แบบ
แทบไม่มีอะไรต่างไป

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

คุณโชคดีนะที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เพราะฉันยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะทำอะไร

มีกี่คนที่คุณรู้จักที่เอาแต่พูดว่า ”ฉันยังไม่ได้ทำสิ่งที่อยากจะทำเลย แต่ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละ” ถ้าพวกเขาพูดว่ายังไม่ได้ทำสิ่งที่อยากจะทำ ก็แสดงว่าพวกเขารู้สิว่าตัวเองต้องการอะไร

[จากหนังสือ O Zahir]

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ฉันมีความสุขไหม - มี
ฉันรู้ไหมว่าตัวเอง “ควร” ทำอะไร - รู้
ฉันรู้ไหมว่าตัวเอง “อยาก” ทำอะไร - รู้

แล้วทำไมไม่ทำสิ่งที่อยากทำเสียเลย - ไม่รู้

แต่ละวันจึงผ่านไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยการทำสิ่งที่ควรทำ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On January 19, 2010
At 8:58 pm
Comments : 0
 
 

ทะเล ลูกสาว ลูกชาย และหนังสือที่หยิบมาได้ไง

สุดสัปดาห์นี้คุณตาคุณยายเสนอห้องพักฟรีที่พัทยาให้ ฉันเลยหอบหิ้วลูกสาวกับลูกชายไปทะเล (เจ้าหมึก บริทเจท และ บีอาร์)

วันเสาร์ออกจากบ้านเจ็ดโมงเช้า แค่เก้าโมงก็ไปถึงพัทยา ในรถเนี่ยถ้าไม่จับแยกคนนึงมานั่งข้างหน้า ปล่อยให้อยู่สามคนข้างหลัง ก็ส่งเสียงดังตลอดเวลา เล่นสนุกกันเหมือนจะไม่มีวันแบตหมด

เดี๋ยวนี้ถนนหนทางสะดวก เพียง 2 ชั่วโมง ก็สามารถหลบหลีกความวุ่นวาย ไปอยู่ริมทะเลในวันที่แดดจ้าฟ้าใส หย่อนกายลงในเตียงผ้าใบ อ่านหนังสือเคล้าคลอลมทะเลเย็นสบาย ปล่อยใจไปกับความสุขที่ธรรมชาติมอบให้

pattaya-jan2010

เด็กๆ เล่นน้ำกันวันละสองรอบทั้งเช้าทั้งบ่าย ไม่ยอมขึ้นจากน้ำกันง่ายๆ

สุดสัปดาห์ที่หมดไปกับการนอนอ่านหนังสือริมทะเล และมองเด็กๆ เล่นกันอย่างสนุกสนาน สุดสัปดาห์ที่สุมงานไว้บ้าน และไม่คิดทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กลายเป็นสุดสัปดาห์ที่ฉัน … สุดแสนผ่อนคลาย

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

บางสิ่งบางอย่างหรือบางคน
ที่เมื่อเราติดต่อสัมพันธ์ด้วยแล้วจะค่อยๆ เข้ามาอยู่ในใจเรา
จนเราไม่เป็นอันทำอะไร

การณ์เช่นนี้อาจเป็นได้ทั้ง
สภาพของความศักดิ์สิทธิ์ และ สภาพของความบ้าคลั่ง

[โฟบูร์ก แซงต์แปส์]

ปล. ฉันหยิบหนังสือแบบนี้ไปทะเล … ได้ไงวะ?

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 17, 2010
At 11:20 pm
Comments : 0
 
 

มานี กับ ชูใจ

มานี ช่วยเหลือ ชูใจ
มานี เป็นห่วง ชูใจ
มานี ซื้อของ มาให้

ชูใจ ไม่ปฏิเสธ มานี
แต่ก็ไม่ได้แสดงออกว่าชื่นชมยินดี
ในทุกสิ่งที่ … มานี ทำให้ ชูใจ

มานี ผิดหวัง หรือไม่?

นั่นก็ขึ้นกับว่า

มานี คาดหวัง อะไร?

เพราะทุกอย่างที่มานีทำไป ก็มาจากความเต็มใจ
ชูใจไม่เคยเอื้อนเอ่ยออกไป

การที่ ชูใจ ไม่ปฏิเสธ มานี

แค่นี้ … มานี สุขพอไหม?

อยากบอก มานี ให้เข้าใจ

ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ชื่นชมยินดีในสิ่งที่เราทำให้
ก็โปรดจำไว้ … เขามิได้ร้องขอให้เราทำสิ่งใด

สิทธิ์ที่จะโกรธหรือน้อยใจจึงไม่อาจจะเป็นของเราได้

สุข ที่ ได้ ทำ ก็ อยู่
ทุกข์ เมื่อ ต้อง ทำ ก็ ไป

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On January 15, 2010
At 12:20 pm
Comments : 0
 
 

ขนมปริศนา

ชั้นเรียนปกติของหมึกเลิกเวลาบ่ายสี่โมง หมึกจะมีเวลาพักประมาณ 10 นาที ก่อนที่ชั้นเรียนติวของเด็กโครงการพิเศษจะเริ่ม แล้วคุณครูจะปล่อยกลับบ้านตอนห้าโมงเย็น ซึ่งฉันก็ไปรับเองทุกวัน

ถ้าจะไปรับหมึกตอนห้าโมง ออกจากบ้าน 16.15 น. ก็ได้ แต่หมึกชอบให้ฉันเอาขนมและของว่างไปส่งให้ตอนบ่ายสี่โมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รถเข้าโรงเรียนติดสุดๆ นั่นแปลว่า ถ้าจะไปส่งขนมให้หมึกได้ทานก่อนเรียนติว ต้องออกจากบ้าน 15.00 น. แล้วไปจอดเข้าแถวรอหน้าโรงเรียน

พอโรงเรียนเปิดประตูให้รถเข้าตอน 15.45 น. ก็จะได้เอารถเข้าไปจอด แล้วเดินเอาขนมไปให้หมึกที่ห้องเรียนติวชั้น 4 จากนั้นก็นั่งรอไปจนถึงห้าโมงเย็น กว่าจะกลับถึงบ้านก็ห้าโมงครึ่ง

ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกนะที่เป็นแบบนี้ ที่โรงเรียนของหมึกน่ะ หันซ้ายหันขวาก็จะเห็นผู้ปกครองเต็มไปหมด นั่งอ่านนิตยสาร นั่งเล่นอินเทอร์เน็ต เผาเวลากันอย่างหน้าชื่นตาบาน ซื้อข้าวของซื้อขนมมารอรับลูกกลับบ้าน

วันนี้มีขนมอะไรน๊า?

ไม่บอกหรอกให้รอลุ้นตอนบ่าย

กระตุ้นจินตนาการทั้งคนตอบและคนถาม เพราะฉันเองต้องคิดว่าซื้ออะไรให้ถูกใจ หมึกเองก็ต้องลุ้นว่าจะได้ขนมอะไร

15.00 -17.30 น. เท่ากับเวลาสองชั่วโมงครึ่งต่อวัน ที่ฉันใช้ไปในการส่งส่วยและรับลูกกลับบ้าน แต่นั่นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขจริงๆ แม้ว่าจะต้องนั่งเหงื่อตก ดับเครื่อง ตากแดด ร้อนอยู่ในรถ ก็ยังรู้สึกดี ใบหน้ากับรอยยิ้มของหมึก เวลาที่เห็นฉันหิ้วถุงขนมไปถึงหน้าห้องติว เป็นภาพที่ทำให้ชื่นใจทุกครั้ง

บางวันที่ฉันติดธุระ หรือวันที่รถติดมากๆ จนไปส่งขนมไม่ทัน ฉันจะรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างมาก เพราะรู้ว่าหมึกจะมายืนชะเง้อคอ รออยู่ใต้อาคาร เพื่อที่จะพบกับความผิดหวัง

เคยคิดจะซื้อขนมให้เอาใส่กระเป๋าไปตั้งแต่เช้าอยู่เป็นครั้งคราว แต่ขนมที่หิ้วไปเองจากบ้านตอนเช้า เทียบกับขนมปริศนารอบบ่ายซึ่งคาดเดาไม่ได้ คงให้อารมณ์ที่ต่างกันมากมาย

ถ้าคุณแม่ไม่ค่อยว่างจะมาตอนห้าโมงเลยก็ได้นะครับ
(คนพูดดีทำหน้าละห้อย)

ไม่เป็นไรครับ ถ้าวันไหนติดธุระจริงๆ คุณแม่จะบอกล่วงหน้า

หลายเรื่องราวของคนมีลูก คงทำให้คนอื่นมองอย่างไม่เข้าใจ ว่าจะโอบอุ้ม โอ๋ โอ๋ กันไปถึงไหน และจะลำบากไปทำไม ทั้งที่ความจริงที่เป็นอย่างนี้ เพราะในส่วนลึกรู้สึกหวั่นไหว และรู้สึกกลัวอยู่ข้างใน เราจะมีเวลายิ้มให้กันไปอีกนานแค่ไหน

“ขอบคุณที่ยอมให้เอาขนมมาส่งนะ”
“ขอบคุณที่ทำหน้าตาดีใจ”
… ฉันจะบอกหมึกอย่างนั้นได้ยังไง …

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 13, 2010
At 2:16 pm
Comments :1
 
 

ตั๋วเครื่องบินหล่นทับ

มีวี่แววว่าจะได้ไปญี่ปุ่นช่วงเดือนเมษายน 2553
แบบกึ่งเที่ยวกึ่งทำงาน
เพราะตั๋วเครื่องบินบังเอิญหล่นทับนิ้วเท้าเมื่อเช้านี้
(นิ้วเท้าที่กำลังจะหายดี)

โอ๊ะ โอ … ได้ ตั๋ว ฟรี

จากสภาพการณ์แล้วคุณพ่อน้องหมึกคงต้องเฝ้าบ้าน
ส่วนคนตัวเล็กเหลี่ยมจัดที่อยู่ในช่วงปิดเทอมนั้น
ถ้าลากเป้ไหวก็เป้ใครเป้มัน

หมึก กับ ฉัน … จะไปญี่ปุ่นด้วยกัน

ข่าวสั้น 11/1/53

สุขภาพ: นิ้วเท้าที่ป่วยอาการดีขึ้นมาก
(ข้อดีเวลาพันนิ้วเท้าไว้ … ใครๆ ก็โอ๋เอาใจ)

การงาน: มีร้อยแปดอย่างที่แน่ใจว่าจัดการได้
(ก็แค่เรื่องภาษีของบริษัทที่ยังไม่รู้จะออกทางไหน)

การเงิน: มีใช้ แต่ไม่ค่อยมีเก็บ อยู่ในหุ้นหมดแล้ว
(กำลังแปลกใจ เขายายเที่ยงปราศรัย ทำไมหุ้นขึ้น)

ความรัก: น้ำในบึงใสแจ๋ว ปลาตาแป๋วว่ายไปว่ายมา
(เขียนไปเขียนมาเหมือนคอลัมน์ดวงวันนี้เลยวุ้ย)

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On January 11, 2010
At 1:26 pm
Comments : 0
 
 

ตามไม่ทันแผน

ช่วงนี้อ่านหนังสือเรียนไม่ทัน
ขอชะแว๊บไปอ่านหนังสือให้ทันแผนที่วางไว้สักพัก

ตอน นี้ “ตาม” แผน อยู่ จริงๆ
แปลว่า แผนที่วางไว้นำหน้าปฏิบัติการไปไกลแล้ว

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On January 10, 2010
At 10:59 am
Comments : 0
 
 

เราทุกคนล้วนเป็นคนดี

ก่อนที่จะขับรถออกจากโรงเรียนในตอนเช้า ฉันคุยกับหมึกเรื่องโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ทุกอย่างมีราคาที่เราต้องจ่าย และอธิบายว่าทำไมต้องให้หมึกจ่ายค่ากล่องดินสออันใหม่เอง เย็นวันนี้หมึกกลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับกล่องดินสออันเก่า ที่ไปติดตามเอากลับมาจนได้ เพื่อยืนยันว่ามีความใส่ใจในข้าวของ

หมึกไม่ได้อยากโกหกคุณแม่นะครับ

แล้วทำไมเมื่อเช้านี้หมึกบอกแม่ว่ามันยังอยู่

หลังเลิกเรียนจะมีเด็กห้องอื่นมาเรียนพิเศษที่ห้องของหมึกทุกวัน ส่วนหมึกก็ย้ายไปเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนที่อีกห้องนึง หมึกเอาทุกอย่างใส่ไว้ใต้โต๊ะ เค้าจะมานั่งเรียนที่โต๊ะของหมึก แล้วเค้าคงเป็นคนหยิบไป แต่หมึกไม่ได้ไปตามหา เพราะหมึกไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร ไม่รู้ว่าเค้าอยู่ห้องไหน แล้วที่บอกคุณแม่ว่ากล่องดินสอมันอยู่ใต้โต๊ะแน่ๆ เพราะหมึกเชื่ออย่างนั้น หมึกเชื่อว่าเค้าต้องเอามาคืนสักวัน

แม่ดีใจที่หมึกอธิบายนะ

หมึกเชื่อว่าคนที่หยิบไป เค้าคงไม่ได้ตั้งใจ พอนึกได้คงเอามาคืน และมันคงกลับมาอยู่ใต้โต๊ะ

หมึกกำลังบอกแม่ว่า หมึกเชื่อว่าคนที่หยิบของหมึกไปเป็นคนดีเหรอ

ครับ หมึกเชื่ออย่างนั้น

หมึกอธิบายให้ฉันฟังช้าๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำ ฉันนิ่งฟังข้อความยืดยาวนั้นอย่างมึนงง ได้ฟังเหตุผลอย่างนี้ก็อึ้งกิมกี่รอบสอง บางครั้งเหตุผลของเด็ก ก็เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงจริงๆ หมึกทำให้ฉันได้บทเรียนที่สำคัญ และเกิดคำถามขึ้นในใจ

เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่
เรากล้าเชื่อมั่นในคนอื่นบ้างไหม?

เราทุกคนล้วนเป็นคนดี และคนที่ทำผิดก็คงไม่ได้ตั้งใจ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ข้อความที่ฉันเขียนยังคงติดอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ
หมึกเห็นแล้วก็ทำตาโตยิ้มหวานอ่านด้วยเสียงดังฟังชัด

study-table

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 6, 2010
At 8:30 pm
Comments : 2
 
 

ความจริงคงอยู่เสมอไป

หมึกไม่ได้เอากล่องดินสอบกลับบ้านหลายอาทิตย์แล้ว ฉันถามทีไรก็บอกว่าเก็บไว้ที่โรงเรียน ก่อนปีใหม่ฉันสั่งให้เอากลับมาบ้าน เพื่อที่จะได้เหลาดินสอให้พร้อมใช้งาน แต่หมึกก็บอกว่าลืมไว้ที่โรงเรียนเสมอ

เมื่อเช้าเห็นหมึกหยิบดินสอกับยางลบที่บ้าน จะเอาใส่กระเป๋าไปโรงเรียน เลยคาดคั้นสอบถามว่าที่โรงเรียนไม่มีใช้เหรอ? กล่องดินสอยังอยู่ไหม? เจ้าตัวยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่ายังอยู่ครบในลิ้นชักโต๊ะเรียน ฉันนึกเฉลียวใจว่ากล่องดินสอคงไม่อยู่แน่แล้ว จึงให้โอกาสอีกครั้ง

หมึกครับบอกแม่ตามตรงนะ กล่องดินสอที่แม่ซื้อให้ กับดินสอ 5 แท่ง ยางลบ 1 ก้อน และไม้บรรทัด ยังอยู่ครบถ้วนดีในลิ้นชักโต๊ะเรียนใช่ไหม หรือมีอะไรที่ขาดหายไป ให้บอกแม่ตอนนี้

ยังอยู่ครบดีครับ

งั้นเราไปดูด้วยกันนะ

หมึกคงไม่คิดว่าฉันจะไต่ขึ้นไปจริงๆ แต่ฉันก็เดินกระเผลกขาเป๋ๆ จากลานจอดรถของโรงเรียน ไปที่ห้องเรียนของหมึกบนชั้น 4 จนได้ แม้ว่าเจ้าตัวจะมีท่าทีอิดออดไม่อยากให้ขึ้นไป

แล้วเราก็พบว่าในลิ้นชักโต๊ะเรียนมีเพียงดินสอหนึ่งแท่ง กับกบเหลาดินสอที่เพื่อนให้มา ไม่มีกล่องดินสอ ไม่มีดินสอ ไม่มียางลบ อย่างที่หมึกพูดไว้เลย ตอนที่ฉันถามว่า “หมึกเรียนได้ยังไง เอาดินสอที่ไหนเขียน” เพื่อนของหมึกรีบชิงตอบแทนว่า “ยืมดินสอของผมทุกวันเลย”

ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธมากเท่ากับที่รู้สึกเศร้า อุปกรณ์การเรียนหายไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการไม่พูดความจริง น้ำตาของฉันเอ่อขึ้นมาคล้ายกับว่าจะไหล ทุกสิ่งทุกอย่างที่สอนไป กลายเป็นผลลัพธ์อย่างนี้ก็เสียใจ

เมื่อความจริงปรากฏ หมึกยืนก้มหน้าไม่พูดอะไรสักคำ แม้แต่คำว่า “ขอโทษ” ก็ไม่มีหลุดออกมา นิสัยของหมึกเป็นอย่างนี้ คือ พูดได้ทุกเรื่องตลอดเวลา แต่เวลาผิดจะเงียบสนิท ไม่แก้ตัว ไม่ให้เหตุผล ไม่ขอโทษ ความเงียบแบบไม่มีปฏิกิริยานี่มันทำให้ฉันอึดอัดเสียจริง

ฉันพาหมึกลงมาที่ห้องสหกรณ์ของโรงเรียน ซื้อกล่องดินสอและอุปกรณ์เครื่องเขียนใหม่ทั้งชุด พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าตัวทราบว่าราคารวม 55 บาทนี้ จะถูกตัดจากค่าขนมรายเดือน เพราะเป็นความผิดที่ไม่รักษาอุปกรณ์เครื่องเขียนให้ดี และไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉันที่จะซื้อให้ใหม่ทุกครั้งที่ทำหาย ฉันจะซื้อให้ในกรณีที่เปิดเทอมใหม่ หรืออุปกรณ์เก่าไม่สามารถใช้งานได้เท่านั้น

ฉันอบรมเรื่องความรับผิดชอบในการดูแลทรัพย์สิน พร้อมทั้งกำชับว่าคนเราต้องยืนอยู่บนขาของตัวเอง และจะยืมจมูกเพื่อนหายใจไม่ได้ การหยิบยืมของคนอื่นใช้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอเป็นนิสัยที่ไม่น่านิยม และไม่เป็นที่ต้องการของสังคม 

ส่วนเรื่องที่หมึกไม่พูดความจริงกับฉันนั้น ฉันบอกลูกว่าฉันรู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ยังไม่ได้คาดโทษ และไม่ได้พูดอะไรยาว เพราะอึ้งจนพูดไม่ออกจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมึกโกหกหน้าตายอย่างแนบเนียน หลายครั้งหลายเรื่องแล้วที่เป็นแบบนี้ คงถึงเวลาที่ฉันต้องนั่งคิดอย่างจริงจัง ว่าเหตุผลของพฤติกรรมนี้มันอยู่ตรงไหน

เย็นนี้ต้องนั่งคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ตั้งใจว่าจะไม่ดุ ไม่บ่น ไม่พูดซ้ำซากยาวๆ จะพูดสั้นๆ แบบตรงประเด็น และคราวนี้จะไม่ทำโทษ แต่จะให้โอกาสปรับตัว และใช้มาตรการปลูกจิตสำนึก ฉันเขียนข้อความต่อไปนี้ด้วยตัวอักษร 2 นิ้ว ติดไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือของหมึก และจะให้อ่านด้วยเสียงดังฟังชัดทุกคืนก่อนเข้านอน

เรื่องที่คุณแม่ขอร้องให้ทำนะครับ

พูดความจริงเสมอ
ความจริงคงอยู่เสมอไป รอวันเพียงคนค้นพบ

ลูกผู้ชาย คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ รับผิดชอบ
กล้าทำกล้ารับเสมอ

ฉันคิดอยู่เสมอว่าจะเลี้ยงลูกให้ได้เติบโตแตกกิ่งใบไปตามใจของเขา ตราบใดที่กิ่งใบนั้นไม่ระรานสังคม ปัญหาของเด็กบางคนพูดว่าเป็นไปตามวัย อย่าไปคิดว่ามันใหญ่โต แต่การประเมินว่าบางปัญหาเล็กเกินไป ก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียหายตามมาได้มากมาย

ส่วนมากคนที่ได้รู้จักหมึกโดยทั่วไป ก็จะบอกว่าเป็นเด็กร่าเริง ขี้เล่น น่ารัก มีน้ำใจ และไม่ดื้อ แต่ในอีกมุมที่ไม่ค่อยมีใครได้สัมผัส ก็ค่อนข้างส่วนตัว เงียบงัน ไม่มีเหตุผลให้เราได้เข้าใจ และมีประตูบานเล็กที่ไม่ยอมให้เราเข้าไป ในนั้นมีปัญหาที่หมึกไม่ยอมเอ่ยออกมา

เด็กมีปัญหา ผู้ใหญ่ก็มีปัญหา
เราต่างเติบโตขึ้นมา เก็บกดปัญหาแตกต่างกันไป

แค่หวังว่า … ความรักจะเป็นกุญแจ

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On
At 1:47 pm
Comments : 5