รูปแบบการทำธุรกิจที่สร้างความรำคาญ คือ พนักงานขายทางโทรศัพท์ ที่มักจะโทรมาเสนอขายสารพัดสินค้าและบริการ รุกล้ำสอบถามข้อมูลการดำเนินชีวิต เช่น เงินเดือน วงเงินเครดิต อายุ น้ำหนัก ฯลฯ
คุณพี่น้ำหนักเท่าไหร่
ฉันไม่จำเป็นต้องรายงานคุณ
คุณพี่มีส่วนเกินไหม
น้ำหนักเกิน ส่วนเกิน มีค่ะ แต่ฉันไม่เดือดร้อน
ไม่อยากผอมเหรอคะ
ชีวิตตอนนี้ น้ำหนักเท่านี้ ก็มีความสุขดีอยู่แล้วค่ะ
ทำไมไม่ออกกำลังกายบ้าง
แค่คุยกับคุณพร้อมกับหายใจก็เหนื่อยแล้วนะคะ
คุณพี่มีปัญหาอะไรถึงไม่อยากมาออกกำลังกายกับเรา
เรื่องออกกำลังกายฉันดูแลตัวเองได้ ถ้าฉันจะมีปัญหาคงอยู่ตรงที่ ฉันต่อต้านวิธีการทำธุรกิจของคุณ เพราะมันบุกรุกมือถือของฉันและเสียเวลาทำงาน
ถ้าคนที่สนทนาด้วยมีมารยาทในระดับเดียวกัน ฉันก็คงไม่ถึงกับพูดจาตรงอย่างหักหาญ แต่กับพนักงานขายทางโทรศัพท์บางคน ความสุภาพไม่ได้ช่วยให้คุยง่าย มีแต่จะยืดเยื้อเสียเวลา และสุดท้ายพอไม่ได้อย่างใจ ก็พูดจาประชดประชัน
คุณพี่ไม่ห่วงอนาคตลูกเลยเหรอคะ คุณพี่ต้องคิดบ้างนะคะ
อนาคตของลูกเป็นเรื่องที่ฉันคิดมากกว่าคุณแน่ๆ และฉันก็วางแผนได้ดีอยู่แล้ว ฉันซื้อประกันชีวิต แต่ไม่ซื้อกับคุณค่ะ
อีกประเภทหนึ่งคุยดี แต่ตื้อไม่เลิกรา โทรมาถามคำถามเดิมๆ อยู่ได้ทุกวัน ส่อให้เห็นถึงระบบฐานข้อมูลที่น่าระอาใจ ว่าที่เคยถามกันไปคราวที่แล้วนั้น ไม่เคยบันทึกข้อมูลไว้
คุณพี่ยังไม่ต้องใช้เงินตอนนี้ก็ได้ แค่เปิดวงเงินกู้ไว้ก่อน
ดิฉันไม่สนใจที่จะใช้บริการของคุณค่ะ กรุณาอย่าโทรมาอีก
วันรุ่งขึ้นก็ยังมีพนักงานขายอีกคน โทรมาจากบริษัทเดิม ขนาดฉันยังไม่ได้เป็นลูกหนี้คุณ ยังไม่ได้ขอสินเชื่อ คุณยังพูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่องขนาดนี้ ถ้าฉันเป็นลูกหนี้ก็คิดไม่ออกเลยว่าจะสื่อสารกับคุณด้วยวิธีไหน
ช่วงหลังๆ มานี้ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะหงุดหงิด ฉันก็พยายามจะคุยกับคนพวกนี้ให้สั้นที่สุด
สวัสดีครับคุณพี่ ผมโทรมาจาก บริษัท xxxxx
กรุณาบอกชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคุณด้วยค่ะ (ฉันจดชื่อบริษัท ชื่อพนักงาน และเบอร์ติดต่อกลับไว้)
ดิฉันจดข้อมูลของคุณไว้แล้ว ถ้าสนใจจะติดต่อกลับไปค่ะ (ฉันโยนเศษกระดาษนั่นทิ้งถังขยะ เพราะฉันไม่สนใจ)