Sep
07
เนื่องจากเวลาทำครัวน้อยแต่ไม่อยากตัดใจ เมื่อตอนเย็นเลยทำซุป 1 หม้อ ทานคู่กับ ข้าวอบสัปปะรด (สูตรมั่ว) เพราะยุ่งจนไม่มีเวลาเปิดสูตร วุ่นจนไม่มีเวลาไปตลาด ทุกอย่างที่เอามาผสมกันล้วนอยู่ในครัวที่บ้าน
- ข้าวกล้อง … ของคู่บ้าน
- หมูแบะแซที่ถลกหนังออก แล่เนื้อบางๆ แช่ฟรีซไว้ … ตั้งแต่สาร์ทจีน
- สัปปะรดโคตรเปรี้ยวที่ตั้งอยู่ในครัว … มาจากงานเดียวกับหมูแบะแซ
- ผงข้าวหมกไก่ 1 ซองเล็ก … ใช้ทำข้าวอบสัปปะรดได้
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ … สำหรับเคี้ยวเล่นในวันเหงาปาก
- หมูหยองกรอบ … ทำไมยี่ห้อนี้มันไม่ค่อยกรอบก็ไม่อาจจะรู้ได้
ตวงข้าวกล้อง 2 กระป๋อง ใส่น้ำตามปกติ ก่อนใ่ส่เนื้อหมูที่แล่บางๆ ไว้กับผงข้าวหมกไก่ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนใส่สัปปะรดหั่นชิ้นพอดีคำ แวบนึงยังแอบคิดอยู่ว่า สัปปะรดเปรี้ยวโคตรขนาดนี้ ถ้าเอาไปแกงคงอร่อยดี
หุงข้าวจนสุกตามปกติ ปล่อยทิ้งให้ระอุสักครู่ จะได้ข้าวอบที่มีสัปปะรดลอยเด่น ใช้ทัพพีซุยให้ทั่ว แล้วปรุงรส น้ำตาล ซีอิ๊ว อยากใส่อะไรก็ใส่ลงไปแล้วชิมตามใจชอบ คลุกในหม้อข้าวเลยไม่ต้องเอาไปผัดในกระทะ (ขี้เกียจล้างกระทะไม่มีแม่บ้าน)
ได้รสที่โปรดแล้วก็ใส่มะม่วงหิมพานต์ลงไป (ยี่ห้อไหนก็ได้) ถ้าไฮโซก็ใส่มาก แต่ถ้าใส่เป็นธรรมเนียมก็นิดเดียวพอ (มะม่วงหิมพานต์มันแพงนะยะ) ถ้ามีแตงกวาสดก็หั่นเคียงไปด้วย (แต่ฉันไม่มี) แล้วโรยหมูหยองกรอบเพิ่มรสหวานเค็มนิดๆ เข้ากันดี
ความเปรี้ยวของสัปปะรด ความเค็มนิดๆ ของผงข้าวหมก ความหวานของหมูหยอง และความมันกรุบของมะม่วงหิมพานต์ เข้ากันสุดๆ กลายเป็นเมนูมั่วๆ ที่อร่อยง่ายๆ … ไปลองดูนะ
Posted in ห้องครัว
Sep
07
ฉันยังแอบคิดอยู่เมื่อตอนปลายอาทิตย์ ว่าปัญหาต่างๆ ที่ออฟฟิศเริ่มจะเบาบาง โดยเฉพาะเรื่องบุคลากรรักษาความปลอดภัยและแม่บ้าน เพราะได้คนดีที่รับผิดชอบงาน และพอจะวางใจได้บ้าง ทำให้ฉันมีเวลาไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างอื่น
ยังไม่ทันไร รปภ. กลางวัน หายหน้าไปสองวัน ก่อนจะโผล่มาขอโทษและเก็บข้าวของตอนเช้าวันนี้ เนื่องจากได้งานใหม่ที่เหมาะกับความรู้ ปวส. ฉันเลยพูดไม่ออก ได้แต่อวยพรให้โชคดี
แค่ไม่เข้าใจว่าทำไม?
… คนดีๆ มักมีอายุงานสั้น จนน่าใจหาย …
แล้วเมื่อวันเสาร์ แม่บ้านขอลางาน 3 วัน เพื่อกลับไปเลือกตั้ง อบต. ฉันก็อนุญาตให้ลาได้ เมื่อสักครู่ทางบ้านเธอโทรมาแจ้งว่า เธอขี่รถมอเตอร์ไซค์คว่ำ กลิ้งหลายตลบและสลบไป ฟันหัก บาดแผลเต็มตัว ไม่ได้ขี่ชนกับใคร แต่ถนนลื่นจนทรงตัวไม่ได้ จึงขอลางานไม่มีกำหนด
อยากให้เธอปลอดภัย อยากให้เธอหายไว ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน ไม่ต้องห่วงอะไร รักษาตัวเองให้ดีไว้สำคัญที่สุด
อุบัติเหตุเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย
เป็นเรื่องที่ไม่มีใครวางแผนไว้ และมักคิดเข้าข้างตัวเองว่า
… คงไม่โชคร้าย คงไม่เป็นไร …
ทั้งที่ความจริงก็รู้
บนโลกนี้ไม่มีอะไรน่าวางใจ
ดังนั้นสัปดาห์นี้ฉันถอยหลังกลับเข้าสู่ความวุ่นวาย ที่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง และไม่มีผู้่ช่วยที่ไว้ใจได้ (เฮ้อ)
เรื่องที่ต้องบริหารจัดการ … ดูแลลูกค้า อพาร์ทเมนท์ บ้านเช่า ร้านซักรีด ตู้น้ำหยอดเหรียญ ระบบอินเทอร์เน็ต งานบัญชี งานเว็บ งานให้คำปรึกษา ตลอดทั้งอาหารการกินและความเป็นอยู่ของ “ลูกคน ลูกหมา และสามี” (เวลาคนถามว่าทำงานอะไร ฉันถึงตอบไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะเลือกงานไหน)
ทั้งหมดนี้ยังไม่รวม การรับสายขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ในปัญหาที่ทุกคนบอกว่าสำคัญจะเป็นจะตาย (สำคัญกว่าปัญหาของฉันทุกราย)
บางครั้งที่ฉันมีปัญหากลุ้มใจ
และอยากคุยกับใครสักคนเพื่อผ่อนคลาย
ก็ได้แต่หยิบโทรศัพท์ … พลิกมา พลิกไป
โดยไม่รู้จะโทรออกหาใคร
Posted in ห้องทำงาน
Sep
07
ตัณหา แปลว่า ความโลภ ความอยาก
อยากได้ อยากมี อยากเป็น
ฉันพบว่าความอยากนี้เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะได้รับการตอบสนองหรือไม่
ตัณหาที่กำลังเฝ้ามองในปัจจุบัน
1. เครื่องนับก้าวเดิน Omron HJ113
2. GPRS ติดรถยนต์
3. Garmin Oregon 550t
4. Garmin Oregon Scientific UV Monitor
5. กล้อง Lomo ที่เคยแอนตี้ ตอนนี้เห็นว่างามแปลกดี
… ครั้น พอ คิด ได้ ว่า …
ฉันกำลังอยู่ในช่วงล้างพิษทางการเงิน
(Finance Detox)
เพื่อไปสู่สภาวะปลอดหนี้
ตัณหาก็มีไว้เพื่อพิจารณา
โดยไม่ต้องตอบสนองด้วยการซื้อหา
ความอยากใหม่ๆ เกิดขึ้นเมื่อเจอของถูกใจ
ถ้าวิ่งตามมันก็ไม่รู้จะไปสิ้นสุดที่ไหน
… จึง หยุด ที่ ใจ …
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
“แม้ว่าเราจะประสบกับวิกฤตทางการเงินของครอบครัวอยู่บ้าง และเริ่มต้นผิดไปบ้าง ทว่าลูกๆ ที่อยู่ในวัยเรียนมหาวิทยาลัยของเรา ก็จะไม่เขียนเช็คเกินบัญชี และพวกเขาก็ไม่มีหนี้บัตรเครดิต นั่นคือนิยามที่ดีพอแล้ว สำหรับการเป็นเด็กที่มีความฉลาดทางการเงิน”
[จากหนังสือ Raising Money Smart Kids โดย Janet Bodnar]
นั่นเป็นเป้าหมายที่ไม่สามารถสร้างได้ในช่วงเวลาสั้นๆ การปลูกฝังความฉลาดทางการเงินให้เจ้าหมึก ต้องจัดไว้เป็นแผนงานระยะยาว แต่ก่อนที่จะสอนลูกได้อย่างมั่นใจ ฉันก็ต้องยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง และจัดการมันให้ได้
Posted in ห้องทำงาน