Archive for August, 2009

Aug 24

อดบ้างก็ดี

ศึกษาข้อดีและข้อเสีย เกี่ยวกับเรื่องการอดอาหารเพื่อล้างพิษมาพักใหญ่ หลายตำราก็คล้ายกัน …

“ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ถ้าเราไม่กินอะไรเข้าไปเลย น้ำย่อยจะไม่ถูกส่งไปที่กระเพาะอาหาร ระบบย่อยอาหารและอวัยวะต่างๆ จะได้พักผ่อนทำความสะอาดตัวเอง ร่างการจะมีปฏิกิริยาถอนพิษ ฟอกเลือดใหม่ได้ดี และสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น”

กระนั้นฉันก็ยังกล้าๆ กลัวๆ จนล่าสุดได้อ่านหนังสือของ คุณสิทรา พรรณสมบูรณ์ ที่เป็นนักปฏิบัติควบคู่กับการเป็นนักทฤษฎี ทำให้เกิดความมั่นใจ และอยากทดลองด้วยตัวเองสักที

การอดอาหารครั้งแรกของฉัน ตั้งโปรแกรมไว้ 36 ชั่วโมง

ตั้งแต่ 21.00 น. คืนวันเสาร์ (22/8/52)
ถึง 09.00 น. ของเช้าวันจันทร์นี้ (24/8/52)

ระหว่างอดอาหารในช่วงกลางวันของวันอาทิตย์ ฉันผสม Apple Cyder Vinegar 2 ชต. + น้ำผึ้ง 2 ชต. + น้ำเปล่า 1.5 ลิตร สำหรับจิบเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นก็ดื่มน้ำเปล่า

การอดเป็นวิธีรักษาตัวเองที่เก่าแก่โบราณ ประสบการณ์อดอาหารล้างพิษครั้งแรกของฉัน ไม่มีอาการหิวโหยอย่างที่คาดการณ์ ดำเนินกิจกรรมระหว่างวันได้ตามปกติ และมีอารมณ์สดชื่นแจ่มใส เช้าวันจันทร์ตื่นมาด้วยอาการตัวเบาสบาย เป็นความรู้สึกที่เยี่ยมไปเลย

2
comments

Aug 24

โยนซุปก้อนทิ้งไป แล้วมาทำซุปใสทานเอง

เมื่อก่อนเวลาจะทำแกงจืด อย่าแรกที่นึกถึงก็คือซุปก้อน เพราะรสชาดของแกงจืดจะได้มาตรฐาน แต่พอหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ผงชูรสที่เจือปนมากับซุปก้อน ก็ทำให้ต้องไขว่คว้าหาวิธีใหม่ในการทำให้แกงจืดรสชาดดี

แกงจืดแบบไทยทำจากน้ำต้มกระดูกหมู ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว น้ำปลา ฯลฯ แต่น้ำซุปใสสไตล์ญี่ปุ่นที่ชาวแม็คโครไบโอติกส์นิยมนั้น อร่อยและปราศจากสารปรุงแต่งที่เป็นอันตราย

ฉันลองทำแล้วง่ายมากๆ เรียงจากด้านซ้ายมือ คือ เต้าเจี้ยวมิโสะ สาหร่ายคอมบุ และปลาแห้งญี่ปุ่น ซึ่งหาซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ต

ตวงน้ำสะอาด 2 ลิตรใส่โถ แล้วเอาปลาแห้งญี่ปุ่นใส่ลงไป 1 ถ้วย สาหร่ายคอมบุ 1 แผ่นใหญ่ และเห็ดหอม 5 ดอก ปิดฝาให้สนิทแล้วแช่ไว้ในตู้เย็น 8 – 12 ชั่วโมง จาำนั้นนำมากรองเอากากออก ก็จะได้ น้ำสำหรับทำซุปใส ซึ่งเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2 – 3 วัน

กากปลาแห้งญี่ปุ่นที่กรองออกมานั้น ไม่มีรสชาดอะไรแล้วก็ทิ้งไป ส่วนเห็ดหอมและสาหร่ายคอมบุนั้น เอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ไว้ใส่ตอนต้มซุปได้

clear-soup

เวลาจะทำแกงจืดก็เอาน้ำสำหรับทำซุปใสที่เตรียมไว้มาต้ม แล้วใส่ผัก หมู ต้นหอม ผักชี หรือเครื่องทรงอื่นๆ ตามต้องการ โดยไม่ต้องใส่ซุปก้อนที่เจือผงชูรสอีกต่อไป หรือใครจะเอาน้ำซุปใสนี้ไปประยุกต์ ทำมาม่าหมูสับก็คงอร่อยดี

ถ้าต้องการทำมิโสะซุปอย่างที่ทานในร้านอาหารญี่ปุ่น ก็ซื้อเต้าหู้อ่อนแบบญี่ปุ่นที่ขายเป็นก้อนสี่เหลี่ยม เอามาหั่นเป็นลูกเต๋า ใส่ลงในน้ำซุปที่เตรียมไว้ แล้วใส่เต้าเจี้ยวมิโสะลงไป เต้าเจี้ยวนี้จะทำให้น้ำซุปใสกลายเป็นน้ำซุปขุ่นๆ รสเค็มเล็กน้อยกำลังดี

เพื่อมิให้เป็นการสูญเปล่า ก็ใส่เห็ดหอมที่หั่นไว้กับสาหร่ายคอมบุลงไปด้วย (แผ่นสี่เหลี่ยมสีดำๆ เล็กๆ ที่เห็นในรูป คือ สาหร่ายคอมบุที่หั่นแล้ว)

ถ้าอยากให้เหมือนที่ร้านอาหารต้นตำรับ ก็เปลี่ยนไปใช้สาหร่ายวาคาเมะ และใส่โคนต้นหอมซอยลงไปด้วย ก็เป็นอันเสร็จพิธี

miso-soup

ใครที่ยังไม่ชินกับอาหารรสธรรมชาติอย่างนี้ ก็อาจจะใส่เกลือป่นเล็กน้อย ใส่โชยุ หรือซีอิ๊วขาวแบบที่ไม่เจือผงชูรสด้วยก็ได้ อยากรณรงค์ให้เพื่อน “โยนซุปก้อนทิ้งไป แล้วมาทำซุปใสทานเอง” เพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ

1
comments

Aug 24

อยากเขย่าคอเสื้อคุณหมอ … ก็ทำไม่ได้

พาน้องหมา G.M. ไปโรงพยาบาลสัตว์ที่จุฬาฯ ตั้งแต่แปดโมงเช้า แล้วอยู่ที่นั่นจนถึงบ่ายสี่โมงเย็น รวม 8 ชั่วโมง ขั้นตอนเป็นดังนี้

08.00 น. ยื่นบัตรคนไข้สี่ขา
08.30 น. เอ็กซ์เรย์ครั้งที่ 1
09.00 น. กลืนแป้งเพื่อเอ็กซ์เรย์ดูระบบทางเดินอาหาร
09.40 น. เอ็กซ์เรย์ครั้งที่ 2
10.50 น. เอ็กซ์เรย์ครั้งที่ 3
13.20 น. เอ็กซ์เรย์ครั้งที่ 4
15.15 น. เอ็กซ์เรย์ครั้งที่ 5

ระหว่างรอก็ทำได้แค่นั่งเฉยๆ หรือเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องเอ็กซ์เรย์ การเอ็กซ์เรย์แต่ละครั้งก็จะเห็นแป้งที่กลืนเข้าไป เดินทางผ่านกระเพาะ ลำไส้เล็ก จนไปสิ้นสุดที่ลำไส้ใหญ่ เพื่อหาสาเหตุของการท้องเสียเรื้อรัง 3 สัปดาห์

ใจฉันนั้นภาวนาอยากให้เจออะไรผิดปกติสักอย่าง เพื่อที่จะได้เริ่มการรักษาอย่างถูกต้อง แทนการให้ยาแบบตาบอดคลำช้างเสียที แต่คุณหมอบอกว่าจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ทั้งหมด ระบบทางเดินอาหารตลอดทั้งสายดูปกติดี (แป่ว แหว่ว แหว่ว …)

คุณหมอให้ยามารับประทานที่บ้าน 14 วัน และให้รับประทานอาหารพิเศษสำหรับโรคลำไส้ ถ้ายังไม่หายให้พากลับไปโรงพยาบาล เพื่อทำการแสกนด้วยเครื่องมือพิเศษ ตรวจดูความหนาของผนังลำไส้ และตรวจละเอียดต่อไป

ค่าใช้จ่ายวันนี้ รวม 3,666 บาท

ค่าหมอ 40 บาท + ค่ายา 476 บาท + ค่าเอ็กซ์เรย์ 1,380 บาท + ค่าอาหารพิเศษ(7วัน) 1,610 บาท + ค่ารถ 160 บาท

คุณหมอให้ทานอาหารพิเศษไปจนกว่าจะหายดี หรือจนพบสาเหตุแน่ชัดของอาการท้องเสียเรื้อรัง ค่าอาหารพิเศษนี้วันละ 230 บาท ฉันซื้อมาแค่ 7 วัน เพราะเตรียมเงินไปไม่พอ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ผลลัพธ์ย่อมเกิดมาจากสาเหตุ
แก้ที่ต้นเหตุ จึง ระงับผล

.. แต่ ..

ในวันที่สาเหตุยังไม่กระจ่าง
ก็ทำได้เพียงประทังอาการไปพร้อมกับความกังวล

อยากมองโลกในแง่ดีว่าเป็นโอกาสฝึกความอดทน
ที่บางเรื่องในชีวิตก็บังคับไม่ได้อย่างใจตน
เช่น เรื่องหมาไม่สบายที่ยังไร้เหตุผล

อยากเขย่าคอเสื้อคุณหมอ
แล้วบังคับให้รักษาจนหายดีวันนี้ … ก็ทำไม่ได้

ฉันทำดีที่สุด หมาทำดีที่สุด หมอทำดีที่สุด
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
บางเรื่องราวที่ไม่เป็นอย่างใจ … ก็ไม่มีใครผิด

1
comments

Aug 23

ข้าวผัดปลาทูบล็อคโคลี่

ความสามารถในการบรรเจิดเมนูอาหารประหลาด แปรผกผันกับเวลาที่มีจริงๆ เพราะช่วงนี้เวลาน้อย แต่อยากทำโน่นทำนี่ให้หมึกทาน เข้าข่ายตะหลิวบำบัดรึเปล่าก็ไม่รู้

เปิดดูในตู้เย็นมีปลาทูสดอยู่ 3 ตัว เลยเอาไปนึ่งด้วยไมโครเวฟ 5 นาที แล้วแกะเอาเฉพาะเนื้อ มีไข่ไก่เกษตรที่ซื้อมาวันก่อน กับผักบล็อคโคลี่ 1 ถ้วยตวง เลยได้เมนูนี้ “ข้าวผัดปลาทูบล็อคโคลี่”

ใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย แล้วเอาเนื้อปลาทูนึ่งที่แกะไว้ลงไปผัดรวนสักครู่ เพื่อไม่ให้ข้าวผัดแฉะเกินไป จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป 2 ฟอง ตามด้วยข้าวกล้องสำหรับ 2 ที่ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำตาลเล็กน้อย หรี่ไฟอ่อนๆ ผัดไปเรื่อยๆ

บล็อคโคลี่ที่ใช้วันนี้ ฉันลวกให้สุกก่อน แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เด็กทานง่าย และเนื่องจากบล็อคโคลี่สุกแล้ว จึงใส่เป็นลำดับสุดท้าย

ปลาทูส่งกลิ่นหอมฉุยตอนที่ตักใส่จาน แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่าขาดอะไรโรยหน้า เลยหันไปคว้าหมูแผ่นในกล่องโรยลงไปเล็กน้อย ก็พร้อมเสริฟได้ทันที

temppicandfile3

หมึกให้ความเห็นว่าเมนูนี้แปลกแต่อร่อย บล็อคโคลี่ที่ลวกมาก่อนกรอบดี และหมูแผ่นก็ช่วยเพิ่มความสนุกในการเคี้ยว กรุบ กรุบ เค็มๆ เข้ากันได้ดีอย่างที่คิดไว้ เป็นเมนูอาหารง่ายๆ ที่ได้มาโดยบังเอิญ

0
comments

Aug 23

งานเสร็จรึยังครับ?

เวลานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ นอกจากหน้าตาของฉันจะเฉยเมยแล้ว คิ้วยังขมวดเข้าหากันเหมือนกระดาษที่โดนขยำ รู้ตัวนะไม่ใช่ไม่รู้ตัว แต่เวลางานยุ่งยิ้มไม่ออกจริงๆ

ค่ำวันอาทิตย์ขณะที่ฉันกำลังหน้ามุ่ยกับงาน หมึกค่อยๆ โผล่ขึ้นมาด้านหลังจอคอมพิวเตอร์ด้วยสภาพอย่างที่เห็น พร้อมกับคำถาม

คุณแม่ทำงานเสร็จรึยังครับ? ไปนอนกันไหม?

ink-hell

ปั๊ดโธ่ … เห็นไปนั่งรื้อลิ้นชักของเล่นเก่าๆ อยู่ตั้งนาน
ได้ที่คาดผมเดวิลใส่ถ่านไฟกระพริบนี่เอง

ฉันผละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปส่งหมึกเข้านอน งานยังไม่เรียบร้อย แต่ฉันก็ยิ้มได้ และผ่อนคลายขึ้น

0
comments

Aug 23

ปาก กับ ใจ … อยากให้ตรงกัน

ฉันชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา และชอบศึกษาพฤติกรรมของคน แต่หนังสือชุด “จีบไม่ติดให้มันรู้ไป” และหนังสือชุด “hi5″ ที่วางอยู่ตรงชั้นบนสุดของหมวดจิตวิทยาความสัมพันธ์ กลับทำให้ฉันอึ้งไป

temppicandfile2

แวบแรกที่เห็นเกี่ยวกับ hi5 นั้น นึกว่าเขาสอนวิธีใช้งานเว็บ แต่ความจริงไม่ใช่หรอก เนื้อหาข้างในเป็นการแนะนำข้อความสำหรับคอมเมนท์ hi5 ให้โดนใจ ส่วนอีกเล่มที่การันตีว่าจีบติดนั้น เป็นข้อความโดนๆ สำหรับส่ง sms หรือถ้ากล้าเอาไปพูดเท่ห์ๆ ก็เชิญตามสบาย

ฉันไม่ได้ต่อต้านหนังสือประเภทนี้ถ้าใครจะนำไปใช้ เพียงแค่รู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่ยืนนานระหว่างคนสองคน น่าจะอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ และการเป็นตัวของตัวเองได้เมื่อชิดใกล้

คนพูดน้อยก็อาจจะมียิ้มโดนใจ
คนไม่โรแมนติคก็อาจจะทำให้รู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้
คนที่รูปไม่หล่อคารมไม่ดีก็คงมีอย่างอื่นที่ชดเชยได้

ทุก คน มี เสน่ห์ ใน ตัว เอง ทั้ง นั้น

การพยายามสร้างความประทับใจจนผิดธรรมดา
และการใช้ภาษาที่ไม่เป็นธรรมชาติของตัวเอง
น่าตลก มากกว่า น่าประทับใจ

ทุกวันนี้ที่คนเราเข้าใจผิดกัน ก็มีสาเหตุมาจากการสื่อสาร
รู้สึกแค่ไหน ก็พูดแค่นั้น ไม่ต้องมากเกินไป
ปัญหาคงน้อยลงได้

จิตวิทยาความสัมพันธ์ ควรส่งเสริมให้คนเข้าใจกัน แทนการวางกับดักในความสัมพันธ์ ความรักดีๆ ไม่ได้หายากเกินไป คงไม่ต้องถึงกับวางกับดักทางวาจา ถึงขั้นที่ว่าจีบไม่ติดให้มันรู้ไป

ถ้าอยากจะเขียนคอมเมนท์ใน hi5 ก็ควรเขียนให้ตรงกับความรู้สึกภายใน และถ้าอยากส่ง sms ให้ใคร ก็ไม่มีความจำเป็นต้องหวานหยดหรือฮากระจาย แค่ส่งความห่วงใยมาอย่างคนธรรมดา ที่มีหัวใจดีๆ รับรองว่าผู้รับจะสัมผัสได้ โดยไม่ต้องไปลอกมาจากหนังสือเล่มใด

2
comments

Aug 23

เราต่างหากที่ช้า

การรักษาสุขภาพไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องเลิกรับประทานทุกอย่างที่เคยโปรดปราน แล้วหันไปหา “ถั่ว งา หญ้า ผัก” แต่น่าจะหมายถึง การเข้าใจว่าอาหารนั้นดีหรือไม่ดีต่อร่างกายอย่างไร รู้จักเลือกและหาสมดุลในการบริโภคให้ได้

ถ้ารับประทานเยอะ ก็ออกกำลังกายใช้พลังงานให้มาก

ฉันออกกำลังกายทุกวัน ฉันปรุงอาหารเพื่อสุขภาพรับประทานเอง แต่ในเย็นวันเสาร์อย่างนี้ ที่หมึกไปอยู่กับคุณยาย และฉันเองก็อยากผ่อนคลายจากเรื่องราวที่สุมหัว จึงปิดครัวแล้วออกไปหาอะไรทานนอกบ้าน

ฉันสั่งบะหมี่เส้นโซบะหน้าเต้าหู้ เพราะเส้นโซบะทำจากแป้งบั๊กวีท ซึ่งมีคุณค่าและวิตามิน ดีกว่าเส้นที่ทำจากแป้งสาลีอย่างเส้นอุด้ง และเต้าหู้ก็ให้โปรตีนสูง ใต้รูปบะหมี่ คือ ทาโกยากิเจ้าอร่อย Gindaco ที่ให้คุณค่าโคเลสเตอรอล 555+

หลังจากทานบะหมี่แล้ว ฉันก็ไปนั่งที่ร้าน Coffee World ที่อยู่ใน B2S สั่งวอฟเฟิลราดน้ำผึ้งของโปรด กับชาร้อนกลิ่นมินท์หนึ่งกา เห็นไหมว่า ในช่วงคุมน้ำหนักเราก็ยังทานวอฟเฟิลได้ แต่อิ่มตรงไหนก็หยุดตรงนั้น ฉันจึงรวบส้อมกับมีดเข้าด้วยกัน แม้จะรู้สึกเสียดาย

temppicandfile1

ทานวอฟเฟิล+จิบชา อ่านหนังสือเล่มโปรดอย่างสบายใจ
เคล้าคลอเสียงเพลงฟังสบายใน B2S

ได้ใช้เวลากับตัวเองคนเดียวแบบนี้ฉันมีความสุขมาก
ไม่ได้เหงาจนนึกอยากโทรไปไหน
และไม่ได้รอให้ใครโทรมาหา

การอยู่นิ่งๆ ด้วยความรู้สึกดีที่สมบูรณ์ในตัวเองอย่างนี้
… เกิดขึ้นไม่บ่อยเลย …

แม้ว่าเรื่องราวที่รุมล้อมจะวางลงไม่ได้ แต่คนที่เคยเป็นนักวิ่งระยะไกลจะรู้ว่า เราต้องรู้จักผ่อนน้ำหนักและออมกำลัง ถ้าอยากวิ่งได้จนครบระยะทาง โดยไม่ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไปดมแอมโมเนีย

สองทุ่มกว่า ในขณะที่กำลังอ่านหนังสือสบายใจ ชาถ้วยสุดท้ายกำลังจะหมดกา คุณแม่ก็โทรมาบอกว่า “น้าทิพย์เสียแล้วนะ” เป็นข่าวที่ทำให้ความรู้สึกคล้ายมีโพรงข้างใน

เมื่อสักครู่ยังรู้สึกสุข พอทราบข่าวก็กลายเป็นทุกข์

อนิจจัง
ความสุขก็อยู่ไม่นาน ความทุกข์ก็อยู่ไม่นาน
… มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ …

วางสายจากคุณแม่แล้วก็ตั้งสติอยู่สักครู่ ข้อความก็ดังขึ้นมาในหัว “เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา” ที่เราทุกคนต้องพบเจอมัน

จากตอนเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่นอกศาลาโดยไม่รู้ว่าใครตาย พอเริ่มรู้ประสาแม่ก็เรียกมานั่งพนมมือ ฟังไม่เข้าใจก็นั่งได้จนพระสวดจบ ครั้นโตเป็นผู้ใหญ่ ก็เริ่มมีคนรู้จักเสียชีวิตไป เริ่มจากคนไกลๆ แล้วก็เขยิบเข้ามาใกล้ถึงญาติผู้ใหญ่

ยิ่งเติบโตนานวัน ตำแหน่งที่นั่งของเราในงานศพ ก็ขยับจากนอกศาลา เข้าไปในศาลา และเข้าใกล้โลงศพมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเราก็ต้องลงไปนอนในนั้นเช่นกันทุกคน

เราต่างเดินไปสู่ความตาย
แต่บางครั้งคนที่เรารักก็ไปถึงก่อน

เขาไม่ได้ถึงจุดหมายเร็วไป … เราต่างหากที่ช้า

2
comments

Aug 22

ล่วงหน้า 1 สัปดาห์

ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายกับเรื่องราวอื่นๆ แทบไม่ได้คิดถึงเรื่องของตัวเองเลย จนกระทั่งเช้าวันนี้ตื่นมาเห็น sms กระพริบอยู่ที่โทรศัพท์ ข้อความอวยพรนั้นยาวหลายบรรทัด แล้วตบท้ายด้วย HAPPY BIRTHDAY ^ ^

รู้สึกดีใจแบบฮาๆ เพราะวันเกิดฉันน่ะมันเสาร์หน้า ไม่ใช่เสาร์นี้ แต่จะตรงวันหรือไม่ตรงวัน ก็ไม่สำคัญสักหน่อย ที่สำคัญ คือ เขานึกถึงฉัน และอวยพรมาเป็นคนแรกของปีนี้

ขอบคุณนะคะ
ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ … น่ารักดี

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ปล. 21 ชั่วโมงถัดมา เขาบอกว่า “ส่งผิดคน” 555+
(เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้)

0
comments

Aug 21

อยู่ดี กินดี … ละเลยไม่ได้

แม้ว่าสุขภาพดีจะไม่มีขาย แต่เราก็มีสิทธิ์หาซื้ออาหารคุณภาพดีมารับประทานได้ เพราะเรื่อง “อยู่ดี กินดี” เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ และต้องใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ

ช่วงนี้เหตุการณ์รอบตัวเป็นช่วงหัวหมุน ก็เลยต้องรีบทำทุกอย่างแบบหมุนหัว เพื่อที่จะแบ่งเวลามาดูแลเรื่องปากท้องของครอบครัว

เช้านี้ทำ แซนด์วิชทูน่า ใช้ขนมปัง whole-grain อย่างดี เป็นขนมปังธัญพืชสารพัดชนิด ทาหน้าไก่บางๆ เพียง 1 ช้อนโต๊ะ พอให้ได้รสชาด แล้วก็ใส่ทูน่ากับพืชผักเพียบ เช่น ผักกาดแก้ว หอมหัวใหญ่ พริกหวาน ข้าวโพด ลูกเดือย และบล็อคโคลี่

temppicandfile

ผักเยอะจนใส่ลงไปไม่หมดเลยต้องวางเคียงไว้ข้างจาน
เห็นหมึกกินแซนด์วิช … หงับ หงับ … ชื่นใจ

หลังจากพา G.M. กลับจากโรงพยาบาล มาถึงบ้านตอนสี่โมงกว่าๆ ก็รีบหุงข้าวกล้องแล้วทำกับข้าวทันที กับข้าววันนี้มีสามรายการ

  • ข้าวโพดอ่อน + แอสพารากัส + หมู –> ผัดพริกเผา
  • แกงจืดวุ้นเส้นหมูห่อสาหราย ใส่ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และเห็ดด้วย
  • ปลาสลิดทอด (ที่แม่ให้มาวันก่อนยังเหลือ 2 ตัว แค่เอามาทอด)

e0b8ade0b8b1e0b89be0b980e0b894e0b895e0b8a5e0b988e0b8b2e0b8aae0b8b8e0b894

ตอนมีครอบครัวใหม่ๆ ทำกับข้าวไม่เป็นเลย แล้วตอนนี้ก็ยังทำอาหารไม่เก่ง แค่รู้สึกว่าอยากทำก็ศึกษา เพื่อที่จะพบว่ายิ่งมั่วยิ่งสนุก

กับข้าวที่เราทำเอง แม้จะไม่อร่อยเหมือนร้านอาหาร เพราะเราไม่ได้ปรุงจัดจ้าน และปราศจากผงชูรส แต่ก็อร่อยถูกปากคนในครอบครัว นอกจากครบคุณค่า ก็ยังทำง่ายไม่เสียเวลา อย่างเช่นอาหารเย็นสามรายการนี้ ก็ใช้เวลาปรุงแค่ 15 นาที

นอกจากทำกับข้าวทานเอง ช่วงหลังๆ เวลาไปไหนถ้าไม่รีบร้อนนัก ฉันก็มักจะทำข้าวกล่องไปด้วย จะได้ทานข้าวกล้องสวยๆ เปี่ยมวิตามิน ฉันอธิบายเรื่องข้าวกล้องได้เป็นฉากๆ จนคนที่บ้านก็ห่อข้าวกล้องไปกินที่ทำงาน … เป็นกันหมด

4
comments

Aug 21

ความเห็นที่สอง … ยังไม่ต้องรีบเจ็บตัว

แม้ว่าคุณหมอจะนัดวันผ่าตัดให้ G.M. แล้ว แต่ฉันก็ยังคิดว่า น่าจะมีหนทางที่เจ็บตัวและบอบช้ำน้อยกว่า ก็เลยมองหา “second opinion” หรือ ความเห็นที่2 ประกอบการตัดสินใจ

พ่อกับแม่สอนว่า … คนเราอย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ
ฉันคิดว่าคงใช้ได้กับหมาเหมือนกัน

ฉันแวะไปที่โรงพยาบาลสัตว์เจริญสุขตั้งแต่สิบโมงเช้า เพื่อขอฟิล์มเอ็กซเรย์ รูปอัลตราซาวด์ ผลการตรวจเลือด และข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด โดยบอกคุณหมอตามตรงว่าขอนำข้อมูลไปที่ โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

เราสองคนแม่ลูกไปถึงจุฬาฯ ตอนใกล้เที่ยง ได้บัตรคิวที่ 72 (ตอนนั้นเขาเรียกถึงคิวที่ 50) ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งรอ ฉันเอาหนังสือไปอ่านพลางๆ ส่วน G.M. ก็ตื่นเต้นกลัวๆ กล้าๆ เมื่อเห็นหมาตัวอื่น เลยเห่าไม่หยุด เห่าจนเหนื่อย และเงียบไปเอง

ค่ารักษาที่ใครๆ ลงมติว่า “สมเหตุสมผลกว่า”
ไม่ใช่เหตุผลหลักที่เรามานั่งรอตรงนี้
แต่ที่เรามาเพราะใครๆ ก็รู้ว่า “คุณหมอที่จุฬาฯ เก่งที่สุด”

ถ้าคุณหมอดูข้อมูลทั้งหมดแล้ว ยืนยันให้ผ่าตัดตรวจชิ้นเนื้อโดยเร็ว ก็คงให้ผ่าที่โรงพยาบาลสัตว์เจริญสุขตามที่นัดไว้นั่นหละ

gm-21-08-2009

นั่งรอตั้งแต่ใกล้เที่ยงได้หาคุณหมอตอนบ่ายสองโมงครึ่ง
G.M. เอาคางพาดขาฉันนอนสบายเลย

หลังจากดูข้อมูลที่ฉันเตรียมมาอย่างครบถ้วน คุณหมอเปลี่ยนยาบางส่วนตามความเหมาะสม และแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมโดยการกลืนแป้ง แล้วเอ็กซ์เรย์หาความผิดปกติในวันจันทร์ สรุปว่ายังไม่ต้องรีบเจ็บตัว

พอกลับถึงบ้านฉันก็โทรไปยกเลิกนัดผ่าตัด แล้ววันจันทร์จะพาไปจุฬาฯ คราวนี้ต้องไปตั้งแต่แปดโมงเช้า การกลืนแป้งเอ็กซ์เรย์ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เพราะหลังกลืนแป้งแล้วต้องเอ็กซ์เรย์เป็นระยะ ดูการเคลื่อนไหวของระบบการย่อยอาหาร

ค่าใช้จ่ายวันนี้ 115 บาท
(ค่าหมอ 40 บาท + ค่ายา 65 บาท + ค่าทำบัตรหมา 10 บาท)

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยเข้าใจเวลาที่เห็นคนป่วยและญาติๆ วิ่งไปวิ่งมาตั้งหลายโรงพยาบาล ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อยล้า ทั้งเปลืองค่ารถ และเสียเวลา แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า ทำไมพวกเขาถึงทำเช่นนั้น พวกเขากำลังมองหา “ความเห็นที่สอง” เหมือนอย่างฉันในวันนี้

ตราบใดที่เรายังมีความหวัง
เราจะทนได้กับความร้อน มีแรงโดยไม่ล้า
ยอมเสียค่ารถ และยินดีที่จะทุ่มเทเวลา

ถ้าความเห็นที่สอง เปิดหนทางใหม่
… เราก็ไม่เสียเวลาเปล่า…

ถ้าความเห็นที่สอง ไม่ได้แตกต่างออกไป
อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจ
… เราก็ไม่เสียเวลาเปล่า …

ในความพยายาม และความตั้งใจที่ดี
ไม่เคยมีอะไรสูญเปล่าเลย

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ถึง แม่ไอ้เข้ม …

ฉันรู้ว่าชีวิตแกเองก็ยุ่งเหยิงมาก แต่พอแกอ่านบล็อคฉันแล้ว แกก็โทรมาหา แกรู้ไหมว่าฉันซึ้งจนอยากร้องไห้ แต่ฉันก็ทำเสียงระรื่นชื่นใจ เพราะถ้าร้องไห้ก็อายหมาที่โรงพยาบาล

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ ความห่วงใย และกำลังใจ ที่แกมีให้ฉันเสมอนะ

1
comments

Aug 20

เครียดเหรอ?

หลายเรื่องราวประเดประดังเข้ามา ทั้งเรื่องหมา เรื่องญาติ เรื่องงาน เรื่องเงิน และอีกหลายปัญหาที่จรมากระทบ ช่างเลือกเวลาได้พร้อมกันอย่างเหลือเชื่อ หลายคนที่เจอฉันช่วงนี้ก็ถามเป็นเสียงเดียวกัน

เครียดเหรอ?

ฉันคิดว่ามันไม่ใช่ความเครียดหรอก เพราะกลางคืนพอหัวถึงหมอนก็ยังหลับสบายดี แต่รู้สึกเหนื่อยและเศร้ากับเรื่องราวรอบตัว

แม้ว่าจะต้องเคลียร์งานที่กองสุม ดูแลหมาเป็นพิเศษกว่าธรรมดา ดูการบ้านจัดตารางสอนให้เจ้าหมึก หรือกลับจากโรงพยาบาลดึกสักแค่ไหน ฉันก็ยังไม่ลืมที่จะออกกำลังกาย เพราะมันช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

ความวุ่นวายในชีวิต ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ออกกำลังกาย

สัปดาห์นี้ตื่นตีสี่มาเล่นโยคะไม่ไหว เพราะร่างกายประท้วง แต่หลังจากส่งเจ้าหมึกแล้ว ฉันไปวิ่งที่สวนเบญจกิติทุกวัน อย่างน้อยก็วันละ 1 รอบใหญ่ แล้วก็เล่นโยคะริมน้ำอีกสักพัก พอเหงื่อแห้งก็กลับมาอาบน้ำ หาอะไรรองท้องแล้วเริ่มทำงาน

เรื่องที่คิดแล้วแก้ได้ ก็ลงมือทำไปแล้ว
เรื่องที่คิดแล้วแก้ไม่ได้ คิดไปก็เปล่าประโยชน์

0
comments

Aug 20

ความปรารถนาดี … ที่โกรธกันไม่ได้

ฉันไปรับ G.M. กลับมาพักที่บ้านแล้ว เพราะที่โรงพยาบาลคิดค่าใช้จ่ายแพงจนสู้ไม่ไหว ตอนนี้กักบริเวณไว้ในออฟฟิศ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเก็บสิ่งแปลกปลอมกิน และป้องกันไม่ให้ผู้หวังดีหยิบยื่นขนมให้

ในยามที่คนคิดแทนหมาว่า “กินแต่อาหารหมาน่าสงสาร”
กลายเป็นความปรารถนาดีที่หยิบยื่นมาในรูปแบบของขนมต่างๆ
ซึ่งทำร้ายหมาทางอ้อมจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ค่าใช้จ่ายตอนไปรับกลับบ้าน ประกอบด้วยค่าโรงพยาบาล 2 คืน ค่ายา ค่าอาหาร ค่าแพทย์ ค่าตรวจเลือด ค่าตรวจอัลตราซาวด์ ฯลฯ

รวม 3,550 บาท รูดการ์ดอีกตามเคย
หลังผ่าตัดวันอาทิตย์ก็คงจะเต็มวงเงินแล้วนะนี่

ระหว่างนี้ก็ต้องป้อนยาตามเวลา และป้อนอาหารกระป๋องชนิดพิเศษ สำหรับหมาที่เป็นโรคลำไส้ ขนาดเอามาอยู่ที่บ้าน เฉพาะค่าอาหารไม่รวมค่ายาก็วันละเกือบ 300 บาท พอคืนวันเสาร์ต้องงดอาหารและน้ำ เพื่อเข้าผ่าตัด Exploration & Biopsy ตอนบ่ายวันอาทิตย์

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

หากความเอื้อเฟื้อของใคร ทำร้ายเราโดยไม่ได้ตั้งใจ
อย่ามองเพียงผลลัพธ์โดยลืมสาเหตุ

เพราะเมื่อตระหนักว่า
ทุกอย่างล้วนมาจากความปรารถนาดีแล้ว
จะโกรธเขาลงคงไม่ได้

อย่าลืมว่าในวันที่เราไม่ได้ตั้งใจ
ความปรารถนาดีของเราก็อาจไปทำให้ใครเจ็บปวดได้เช่นกัน

1
comments