Archive for August, 2009

Aug 31

เหมือนกันข้างนอก ต่างกันข้างใน

ฉลองวันเกิดแบบไม่นับแคลอรีในช่วงสุดสัปดาห์ และไม่ได้ออกกำลังกาย 2 วัน น้ำหนักก็เลยขยับขึ้นมาแตะ 50.0 kg. ในเช้าวันนี้ ซึ่งก็มีที่มาที่ไปอันสมควรจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ และยังคงยิ้มได้ … สบายใจ

ตราบใดที่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรและเป้าหมายอยู่ที่ไหน
ก็สามารถควบคุมตัวเองให้กลับสู่เส้นทางหลักได้

เช้าเมื่อเช้าไปวิ่งที่สวนเบญจกิติ ระยะทาง 1 รอบ = 1.8 km. ฉันใช้เวลาวิ่งเหยาะๆ ตามปกติประมาณ 12 นาที/รอบ แต่วันนี้อากาศดีมาก ร่มรื่น ชื้นฝน และไม่มีแดด ฉันเลยวิ่งไปหนึ่งรอบกว่าๆ ให้ครบเวลา 15 นาที ได้ระยะทางประมาณ 2.25 km. แล้วเดินต่อจนครบ 3.6 km.

หลังออกกำลังกายพอได้เหงื่อซึมๆ ที่แผ่นหลัง ก็ไปนั่งเล่นริมน้ำ เสพอากาศสดชื่นให้เต็มปอดด้วยการให้ใจแบบโยคะ และนั่งสมาธิอีกสักครู่ ได้อยู่กับตัวเองแบบนี้ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายดี

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ฉันจอดรถไว้ที่ฟู้ดแลนด์ที่อยู่ตรงข้ามกับสวน จึงต้องกลับมาเอารถ เสียงเพลงชาติไทยดังขึ้นเวลา 8.00 น. ตอนที่ฉันข้ามถนนจากสวนมาอยู่ฝั่งฟู้ดแลนด์ ตรงนั้นเป็นตลาดเช้าเล็กๆ ที่มีอาหารให้เลือกอิ่มหลากหลาย พนักงานออฟฟิศจึงมารวมตัวกันอย่างพร้อมใจ

เสียงเพลงจากสวนทำให้บางคนหยุดยืนตรง บางคนก็ยังเดินต่อไปด้วยความรีบร้อน แต่บางคนเดินไปได้สักครึ่งเพลงก็เปลี่ยนใจมาหยุดยืนเหมือนคนอื่นได้ นั่นทำให้ฉันเริ่มมองเห็นความแตกต่างของคนในสังคมใหญ่

แม้ว่าเราจะปฏิบัติอย่างเดียวกัน
ก็ไม่ได้หมายความเราจะมีความคิดที่คล้าย

… เมื่อเพลงชาติดัง …

บ้างหยุดยืนด้วยความเคยชิน บ้างหยุดยืนด้วยความภูมิใจ
บ้างหยุดยืนเพราะไม่อยากแปลกแยกแตกต่างจากใคร
บ้างหยุดยืนเพราะไม่กล้าเดินต่อไป

… เหมือนกันข้างนอก ต่างกันข้างใน …

แม้กระทั่งคนที่รีบเดินในขณะที่เพลงชาติดัง
อาจจะกำลังประหยัดเวลา 1 นาที
ไว้สำหรับเรื่องสำคัญระดับชาติจึงไม่อาจชะลอฝีเท้าได้

ในสังคมประชาธิปไตย
เราล้วนมีสิทธิ์ คิด เลือก ทำ เชื่อ แตกต่างกันไป
อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใคร

1
comments

Aug 30

My Birthday and Bridjet’s Birthday Party

On the 28th August’s night, I was drink with the best brother in Camfrog until the 29th August morning (2.00 AM.) which is my birthday.

He is the one that I love to drink with but absolutely he is not just a drinking friend. Drinking with him is not only a classical way to get drunk happily but also a spiritual fullfill ceremony.

… glass to glass with no regret …

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

I woke up in the morning with no spceial plan for myself because I’m already 33 years old (fingers are not enough to count).

07.00 AM. I went to my aunt’s funeral. I met dad, mom, and everybody in the family at the temple. We spent time together untill lunch.

… warming and caring from home is valuable …

After lunch, I went back to the office. All documents on the table was cleared before I went out to my son’s school to pick him up. Then we (me&Ink) went to Bridjet’s Birthday Party at McDonald.

06.00 PM. We were at the party. All kids have fun with games, balloons, toys, etc. We sang a Happy Birthday Song together out loud. I took several pictures but I like this one most (shoot at the right time).

dsc06201

Happy Birthday Bridjet, you’re EIGHT years old !!!
All pics in Bridjet’s Birthday Album (click) can be view now.

Being in Bridjet’s Party mede me felt that I’m a lot younger than actual age.

09.00 PM. We went home. I took shower and wore pajamas.

11.00 PM. Bridjet’s dad (Mr.Menkoo) and Opal invited me to their room. I went to their room in pajamas.

They gave me a small birthday paty in their room. Red wine, white wine, grilled chicken, grilled lamb, fried potato, etc. You two are so sweet. What you did was unexpected but meaningful to me.

03.00 AM. I went back to bed.

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

Phone calls, SMSs, MSN messages, Facebook’s wall messages, and e-mails from friends & relatives keep coming until I was drown in a happy river.

You all made my birthday special.
Thank you for your thought & beautiful relationship.

dsc06234

2
comments

Aug 30

อร่อยง่ายได้คุณค่า

พอได้ยินใครพูดถึง “อาหารเพื่อสุขภาพ” คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึง ข้าวกล้อง ถั่ว งา หรือ อาหารหน้าตาประหลาด ที่มาพร้อมกับรสชาดกล้ำกลืนฝืนทน ทั้งที่ความจริงแล้วมีอาหารเพื่อสุขภาพหลายเมนูที่อร่อยง่ายได้คุณค่า

healthy-dinner

ซ้ายบนสุด คือ โจ๊กข้าวกล้อง ใส่มิโสะ เต้าหู้อ่อน และไข่ไก่ เริ่มจากเอาซุปมิโสะที่เหลือจากมื้อเย็น มาใส่หม้อตั้งไฟ แล้วใส่ข้าวกล้องสุกไวใน 5 นาที ตราลูกเต๋า แล้วต้มจนเดือดสักครู่ แล้วเติมไข่ไก่ กลายเป็นมื้ออร่อยแบบเอเชียฟิวชั่น

ขวาบนสุด คือ ข้าวกล้องสารพัดสี ที่เพิ่มคุณค่าโปรตีนและไฟเบอร์ โดยใส่ถั่วต่างๆ ลงไปหุงรวมกับข้าวกล้อง ประกอบด้วย ถั่วดำ ถั่วขาว ถั่วแดง ถั่วเขียว ลูกเดือย ฯลฯ โดยใช้อัตราส่วน ข้าวกล้อง 1 ส่วน : ถั่ว 1/4 ส่วน : น้ำ 2 ส่วน ก็จะได้ข้าวกล้องสารพัดสีที่นุ่มอร่อยกำลังดี

ในวันที่อยากรับประทาน ยำปลากระป๋อง อย่างอื่นคงแทนไม่ได้ เลยต้องซอยหอมแดง แล้วยำปลากระป๋องซะให้สมใจ แม้ว่าปลากระป๋องจะเป็นอาหารต้องห้ามตามหลักสุขภาพ เพราะผ่านกระบวนการปรุงแต่ง แต่หอมแดงก็ช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งสบาย

ถัดมา คือ สุกี้ทะเล ที่ทำง่ายไม่ต่างจากแกงจืดทั่วไป ไก่ กุ้ง ปลาหมึก ปูอัด ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ผักกาดขาว ผักบุ้ง วุ้นเส้น ไข่ไก่ มีอะไรก็หอบมาโยนลงไป แล้วตบท้ายด้วยน้ำจิ้มสุกี้ที่หาซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ต แล้วเชิญอร่อยกับสุกี้บ้านเฮา ที่ไม่ต่างจากสุกี้เหลา

แกงจืดดอกขจร เป็นเมนูผักที่เด็กๆ รับประทานได้ง่าย เพราะดอกขจรไม่ขมไม่ฉุน แกงจืดดอกขจรนี้อาจจะใส่ ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ไข่ หรือโปรตีนเกษตรด้วยก็ได้

ในวันที่ไม่อยากหุงข้าว ขี้เกียจล้างจานกองใหญ่ และอยากเปลี่ยนบรรยากาศเป็นแนวฮ่องกงไกลบ้าน ก็ซื้อบะหมี่หยกมาโยนใส่ กลายเป็น บะหมี่หยกดอกขจร อาหารชามเดียวที่เสริฟง่ายทันใจ

การทำอาหารทานเอง ช่วยบำบัดจิตใจให้ผ่อนคลาย และเปิดโอกาสให้ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทุกวัน ช่วงแรกเธออาจจะยังคิดไม่ออกว่าทำอะไรดี แต่อีกสักพักพอย่างเท้าเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต เมนูทั้งหลายก็จะเรียงรายขึ้นมาเอง … ไม่เชื่อก็ลองดู

0
comments

Aug 29

ความสุขตามสมควร

เวลาที่มีความสุข
สภาพทางกายจะเป็นไปโดยธรรมชาติ
หน้าจะพริ้ม ตาจะยิ้ม ปากจะแย้ม
ชนิดที่สังเกตเห็นโดยง่าย และกลบเกลื่อนไว้ไม่ได้

แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องยิ้มไม่ว่าจะเกิดอะไร
ความสุขก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องพยายาม
เพื่อไม่ให้คนรอบข้างเสียขวัญและกำลังใจ

ระหว่างการศึกสงครามแม่ทัพย่อมไม่อาจร้องไห้

… พึง สุข ตาม สม ควร ให้ เป็น นิ สัย …

สิ่งที่คิดบ่อยๆ จะกลายเป็นการกระทำ
สิ่งที่ทำบ่อยๆ จะกลายเป็นนิสัย กลายเป็นความเคยชิน
กลายเป็นบุคลิกที่กำหนดชะตากรรม

คิดสุขบ่อยๆ ก็จะยิ้มได้
ยิ้มบ่อยๆ ก็จะเป็นธรรมชาติ จะออกมาจากใจ
ยิ้มให้เป็นนิสัย ก็จะกลายเป็นความเคยชิน กลายเป็นคนสุขง่าย
ส่งผลสะท้อนกลับเข้าไปที่ความคิดและจิตใจ
กลายเป็นรอยยิ้มที่กำหนดชะตากรรมได้

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

33 ปีที่ชีวิตเดินทางมา ฉันถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า ตอนนี้มีความสุขไหม? เพื่อเช็คสภาพจิตใจ และปรับคุณภาพชีวิตให้สุขได้ทันท่วงที แม้ในยามที่จังหวะชีวิตไม่ปราณีจิตใจ อย่างน้อยก็ควรมีความสุขตามสมควรได้

ไม่มีใครบนโลกนี้ที่เกิดมาคู่ควรกับความทุกข์
เราล้วนเกิดมาเพื่อสุขตามสมควร

พี่ชายที่เคารพถามฉันในคืนที่กรึ่มใจ เกี่ยวกับนิยามของ “ความสุขตามสมควร” ว่าเป็นความสุขแบบไหน ฉันก็ตอบไปสั้นๆ ง่ายๆ

ความสุขตามสมควร
คือ
ความสุขที่คนอื่นมองชีวิตเราแล้วบอกว่า “น่าอิจฉาจังเลย”

ถ้าคนอื่นยังมองเห็นข้อดีของชีวิตเรา
แสดงว่ามันไม่ได้เศร้าอย่างที่คิดหรอกใช่ไหม?

ทุกวันนี้ที่เราทุกข์
ไม่ใช่เพราะชีวิตมันห่วยแตกจนไม่อาจเป็นสุข
เราเป็นทุกข์เพราะอยากสุขเกินสมควร

3
comments

Aug 28

พยายามมากไป

สัปดาห์นี้หัวหมุนเหมือนลูกข่าง …

  • หมาป่วย พาไปหาหมอ ป้อนอาหาร ป้อนยาเองทุกมื้อ อาการพอประทังยังไม่ดีขึ้น
  • รับส่งหมึกที่โรงเรียน เช้าและเย็น รวมทั้งรับส่งเรียนพิเศษด้วย
  • มื้อเย็นทำอาหารสุขภาพให้หมึกทุกวัน
  • ทำบัญชีแจ้งหนี้ลูกค้า ปิดบัญชีสิ้นเดือน เตรียมส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้สรรพากร เตรียมส่งประกันสังคม ฯลฯ
  • ลูกค้าใหม่ย้ายเข้า 2 ห้อง และลูกค้าเก่าย้ายออก 1 ห้อง
  • ปรับปรุงระบบเครือข่าย Wifi ภายในอาคาร ให้รองรับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
  • ติดต่อเขตคลองเตย ลูกค้าจะเอาลูกมาเข้าโรงเรียนในเขต ขอย้ายเข้าทะเบียนบ้าน เรื่องยังไม่เรียบร้อย เพราะฉันไม่ใช่เจ้าบ้าน ต้องพิมพ์หนังสือมอบอำนาจไปให้เจ้าบ้าน ฯลฯ
  • ห้องพักของลูกค้า ชั้น 4 และ ชั้น 5 ยังมีนกพิราบมาอาศัย ขี้เต็มระเบียง ต้องไปล้างไปขัด และหาทางป้องกันต่อไป เพราะวิธีเดิมที่ใช้อยู่นกมันรู้ทันแล้ว
  • ร้านซักรีดมั่วผ้าลูกค้า ผ้าหาย ฉันต้องลุยไปหาผ้าเองที่โรงงาน
  • แม่บ้านลางาน 1 วัน
  • รปภ. หยุดงานไม่บอก และหายไปเลย คนที่มาแทนชั่วคราวก็รับผิดชอบอะไรไม่ได้ เปลี่ยนไป 3 คน ยังไม่ได้เรื่อง
  • รปภ. คนแรก มีปัญหาชีวิตซังกะตายทั้งวัน แล้วก็บอกว่าโดนจี้ ทำค่าซักรีดหาย ฉันต้องจ่ายแทนไป
  • รปภ. คนที่สอง แอบกินของในตู้เย็น และยืมเงินแม่บ้านไม่ยอมคืน ทำงานแบบ 3 วันดี 4 วันไข้ มาๆ หายๆ
  • รปภ. คนที่สาม นั่งดูทีวีทั้งวัน แถมหลับยามตลอด และเอาเงินที่ร้านซักรีดไปใช้ หมุนเวียนส่วนตัวโดยไม่บอกกล่าว
  • ญาติเสียครบ 7 วัน จะทำบุญวันพรุ่งนี้ เดิมตั้งใจว่าจะทำอาหารไปให้ญาติๆ รับประทานกันด้วย แต่ผิดแผน ซื้อของสดมาครบหมดแล้วก็แช่ช่องฟรีซไว้ก่อน

รู้สึกว่าการพยายามทำหน้าที่ให้สมบูรณ์พร้อมในทุกบทบาท เพื่อให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องพอใจไม่ง่ายเลย แม้จะระวังมากสักแค่ไหน ในยามที่ทุกเรื่องเข้ามากระทบพร้อมกัน อารมณ์ระหว่างวันก็เป็นเรื่องที่กระเพื่อมได้ง่าย

น้ำเสียงที่ใช้ แค่ลงน้ำหนักมากไป ก็ผิดใจกัน

ประเมินสถานการณ์สัปดาห์นี้มีเพียงคำเดียวสั้นๆ
“เหนื่อย”

2
comments

Aug 28

www.myfitnespal.com

ทดลองใช้บริการเว็บสำหรับเก็บข้อมูล การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การลดน้ำหนัก จากผู้ให้บริการหลายราย นอกจาก www.caloriecount.about.com ที่เคยแนะนำไปแล้ว www.myfitnespal.com ก็น่าใช้ไม่แพ้กัน

ที่ใหม่นี้อัพเดทข้อมูลง่ายกว่า ความเร็วในการอัพเดทมากกว่า และมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่ให้รายละเอียดครบถ้วนกว่า (จากการทดลองฉันรู้สึกว่างั้นนะ)

ที่น่ารักก็คือเราสามารถสร้าง Tickers เก๋กู๊ด มาแปะในบล็อค เพื่ออวดความก้าวหน้าได้ด้วย

54.5 kg. คือ น้ำหนักเริ่มต้น เดือนมีนาคม 2552
49.5 kg. คือ น้ำหนักปัจจุบัน เดือนสิงหาคม 2552
47.5 kg. คือ น้ำหนักเป้าหมาย ก่อนวันปีใหม่ 1 ม.ค. 2553
45.0 kg. คือ น้ำหนักในอุดมคติเมื่อ 15 ปีก่อน (555+)

เพียงแค่กรอกข้อมูลน้ำหนักปัจจุบัน ลงในเว็บของเขาทุกเช้าวันใหม่ ข้อมูลใน Tickers ก็จะอัพเดทให้อัตโนมัติ

มองเห็น Tickers ทีไรกำลังใจมาเป็นกอง เพราะกว่าจะลดน้ำหนักได้ 5 kg. นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องการรู้จักเลือกบริโภคอาหาร แต่เป็นเรื่องของการออกกำลังกายอย่างมีวินัยด้วย

0
comments

Aug 27

คำทำนายไม่ใช่ประกาศิต

“โชคชะตา” อาจจะสร้าง “สภาพแวดล้อม” ให้ชีวิตพบเจอ

… แต่ …

เราก็มีโอกาสเลือก “ทำ” หรือ “ไม่ทำ” ได้เสมอ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

วันนี้อยากใส่ชุดสีอะไร
อยากรับประทานอาหารเที่ยงแบบไหน
อยากคบหรือไม่อยากคบใคร
อยากทำหรือไม่ทำก็ได้

เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ
ล้วนเป็นการสร้าง “สภาพแวดล้อม” ให้ตัวเอง

กลุ่มคนที่เราเลือกคบ คือ สภาพแวดล้อมที่เราเลือกแล้ว

อย่าบ่นว่าดวงไม่ดี อย่าโทษว่าโชคไม่มี

นักพยากรณ์อาจจะบอกได้ว่า
เรามีโอกาสพบเจอสภาพแวดล้อมแบบใด
แต่นั่นเป็นเพียงคำทำนาย ไม่ใช่ประกาศิต

ฟ้าเอื้ออำนวยเงื่อนไขในการดำเนินชีวิต
แต่อำนาจในการกำหนดชะตาอยู่ที่เราลิขิต
เราจึงมีโอกาสพลิกชีวิต … ทุก การ ตัด สิน ใจ

0
comments

Aug 27

ขับเคลื่อนล้อไหนก็ควรไปข้างหน้า

เราจะขับรถไปข้างหน้าให้ปลอดภัยได้อย่างไร
ถ้าใจยังห่วงแต่มองกระจกหลัง

การก่นด่ารถที่ปาดหน้ากันตรงสี่แยกที่แล้ว
จะมีประโยชน์อันใด

ไม่ว่ารถของเราจะขับเคลื่อนล้อไหน มันก็ควรวิ่งไปข้างหน้า

ทุกเรื่องมีเวลาที่เหมาะสมในการตัดสินใจ
ถ้าเวลานั้นผ่านแล้ว ก็ต้องยอมรับให้ได้ เพื่อเดินทางต่อไป

0
comments

Aug 27

สุดเขตแห่งความปรารถนาดี

ความคาดหวังเป็นแรงผลักดันที่ดีในการก้าวไป
แต่เราอย่าปล่อยให้ความคาดหวังมีน้ำหนักมากจนกดดันความคิด
เพราะเราเองยังคงมีสิทธิ์เลือกเดินชีวิตได้ตามใจ

ถ้าความคาดหวังจากใครบางคน เป็นเรื่องที่ไม่อาจจะตอบสนองได้
ถ้ามันไม่ใช่ ถ้าทำไม่ได้ สุดความสามารถ ก็ต้องปล่อยไป

ผิดหวังในตัวเราก็เป็นโอกาสให้เข้าได้รู้

สุดเขตแห่งความปรารถนาดี บางทีก็มีความผิดหวังรออยู่

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ถ้าเรารักใครสักคนอย่างจริงใจ
แล้วเขาตอบสนองความคาดหวังของเราไม่ได้
ก็ไม่ต้องเสียใจ

ในแต่ละวันเราอาจจะใช้เวลามากไป
ในการคาดหวังให้โลกเป็นแบบนั้นให้คนเป็นแบบนี้
โดยลืมคิดว่าตัวเราอยากเป็นแบบไหน

คาดหวังตัวเองยังไม่ได้ แล้วจะคาดหวังใคร

เรามีสิทธิ์เดินออกจากชีวิตคนที่ร้ายกับเราได้
แทนการเปลี่ยนเขาให้เป็นอย่างใจ

0
comments

Aug 26

หญ้าที่อื่นกับพื้นดินที่ยืน

ในวันวานที่ฉันวิ่งไล่ตามความฝัน จนเท้าลอยจากพื้น รุ่นพี่ที่เคยทำงานบริษัทเดียวกันเคยบอกว่า … 

“เวลาที่มองไปไกลๆ
หญ้าที่อื่นคล้ายจะเขียวกว่าตรงที่เรายืนเสมอ”

คงเพราะอย่างนั้น เราจึงไม่เคยพอใจ และมัวแต่คิดอยากไป เพื่อที่จะพบว่าพอเข้าไปพิจารณาใกล้ๆ ก็ไม่ได้เขียวกว่าสักเท่าใด

การเปรียบเทียบสิ่งที่เรามีกับสิ่งที่เรามองนั้นเป็นธรรมดา ดีกว่า เลวกว่า สบายกว่า แย่กว่า มากกว่า น้อยกว่า ฯลฯ จึงเกิดขึ้นตลอดเวลา สุดท้ายก็หนีไม่พ้น “เขียวกว่า” จึงอยากลองไปเล็มหญ้าที่โน่นดูสักหน

การเติมเต็มความต้องการอันไม่รู้สิ้นสุดของคน
เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น

… จน กว่า จะ รู้ จัก พอ …

ถ้ามัวแต่มองว่าหญ้าที่อื่นเขียวกว่า เราก็คงดั้นด้นหาทางไป
โดยลืมว่าพื้นดินที่ยืน ก็ไม่ต่างจากพื้นดินที่อื่น

ถ้าเอาใจใส่ปรับปรุงพัฒนา
อย่าว่าแต่ปลูกหญ้าให้เขียวกว่าทุ่งโน้นที่มองหา
จะปลูกไม้ยืนต้นให้โตกว่าก็ยังไหว

ที่เราดิ้นรนจนเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้
ไม่ใช่เพราะเราไม่มีหรือมีไม่พอ
แต่เป็นเพราะเราไม่เคยพอใจในสิ่งที่มีและไม่เคยรู้จักพอ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ช่วงนี้สเวนเซ่นส์ลดราคา everyday is sunday เพียง 49 บาท เมื่อตอนเย็นเลยเลิกนับแคลอรีชั่วคราว แล้วชวนผู้ชายที่เป็นมากกว่ามิตรสหายไปกินไอติม  ขากลับเดินจูงมือกัน พลันรู้สึกอบอุ่นจากข้างใน ไม่ใช่ความรู้สึกแบบวิบวับหวามไหว แต่เป็นความรู้สึกมั่นคงทางใจ

เขาไม่ใช่พวกนักธุรกิจแต่งตัวดี หรือประเภทที่มีเงินเหลือใช้ พูดไม่เก่ง วาดรูปไม่เป็น เล่นกีตาร์ไม่ได้ ใจอ่อน ยอมคน และไม่สนเรื่องสู้กับใคร ยิ้มยาก นิ่งเงียบ เก็บตัว ขาดจินตนาการ และชอบอยู่บ้านไม่ออกไปไหน … แต่เขามีข้อดีที่ฉันขอสงวนไว้

ถ้าจะแบ่งผู้ชายบนโลกนี้ออกเป็นสองประเภท

อย่าแบ่งออกเป็น
“ผู้ชายที่ดี” กับ “ผู้ชายที่ใช้ไม่ได้”
เพราะผู้ชายที่ดีย่อมมีส่วนที่ใช้ไม่ได้แถมมาให้ด้วย

ควรแบ่งออกเป็น
“ผู้ชายที่เธอรับได้” กับ “ผู้ชายที่เธอรับไม่ได้”
แล้วพยายามอยู่ห่างๆ ผู้ชายประเภทหลังไว้

ถ้าส่วนที่ใช้ไม่ได้ ของผู้ชายที่ดี เป็นส่วนที่เธอรับได้
ปัญหาทั้งหลายก็จะไม่มี

การเดินจับมือกับผู้ชายที่โก้หรูดูดี อาจจะทำให้รู้สึกหยิ่งผยองชั่วคราว นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความอุ่นใจเล็กๆ ในการเดินจับมือกับผู้ชายธรรมดา ที่แน่ใจว่าจะไม่มีใครโผล่มาทวงสิทธิ์ในตัวเขา

ทุกวันนี้ฉันเลิกเปรียบเทียบความเขียวของหญ้าที่อื่น
แล้วหันมาใส่ปุ๋ยตรงพื้นดินที่ยืน

1
comments

Aug 26

ในวันที่ความทรงจำฟื้นตื่น

อาทิตย์ที่แล้วไปบ้านแม่ พบว่าแม่กำลังรื้อของเก่าๆ ที่เก็บไว้ออกมาคัดที่ไม่ได้ใช้ทิ้งไปบ้าง เลยได้ห่อของที่ฉันเขียนฉลากไว้ว่า “เอกสารสำคัญ” ที่ฉันปล่อยไว้ในห้องเก็บของที่นั่นนานกว่า 10 ปี กลับมาเป็นที่ระลึกด้วย

พอเอากลับมาถึงบ้าน ด้วยความที่ชีวิตยุ่งเหยิงวุ่นวาย ฉันก็วางห่อของไว้อย่างนั้นหลายวัน จนกระทั่งเช้านี้จึงได้เอามาเปิดดู ข้าวของในนั้นล้วนปลุกความทรงจำให้ฟื้นตื่น บ้างทำให้ยิ้มได้ บ้างทำให้หม่นใจ

รูปที่ถ่ายกับเพื่อนๆ ตั้งแต่สมัย ม.4 จนถึง ป.โท ฉันใส่แว่นตาอันโตกับเสื้อยืดตัวโคร่ง และไว้ผมหยิกฟูไร้ทิศทาง เมื่อก่อนฉันเชยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย … ฉันเคยป้ามากๆ และอาจจะยังป้าอยู่อย่างไม่รู้ตัว

ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันนึกถึง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตกับเพื่อนๆ เต้ย แอน รุ้ง พี่กิ๊ก พี่ปอ Arun Petri … คิดถึงทุกคนเลยนะ

ระเบียบนักศึกษา ใบเสร็จค่าเล่าเรียนทุกเทอม แม้จะเก่าเหลืองซีดแต่ยังอยู่ครบถ้วน รวมทั้งบิลค่าหอ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ในช่วงที่เรียน ป.โท คงถึงเวลาทิ้งได้ซะที … นังละเอียด เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

ข้อความที่เคยแปะฝาผนัง ทั้งที่เตือนสติและให้กำลังใจตัวเอง … ถ้ามัวแต่รอจากใครๆ อาจไม่ทันการณ์

ตาราง ออกกำลังกาย ขั้นตอนการวอร์มอัพ และการทำกายบริหารด้วยตนเอง ที่เคยแปะไว้เต็มฝาผนังด้านหนึ่งที่หอ แล้วก็ลุกขึ้นมาออกกำลังกายได้ทุกวัน … ฉันเคยบ้าออกกำลังขนาดนั้น (ลืมไปแล้วนะเนี่ย)

จดหมายและการ์ดอวยพร ทุกใบ ทุกเทศกาล จากเพื่อนๆ และญาติๆ ปึกใหญ่ ที่เปิดอ่านแล้วก็ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม พร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นใจ … ขอบคุณแรงดึงดูดที่ทำให้เราได้พบกัน ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ฉัน

ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีใครเขียนการ์ดให้กันแล้ว ความระลึกถึงตามเทศกาล ถูกส่งแบบ “to all” ไปให้ทุกคนในลิสต์ ผ่านทาง e-cards ที่มีข้อความสละสลวย แต่ขาดชีวิตชีวา

ทุกครั้งที่ฉันได้รับการ์ดกระดาษแบบธรรมดา ซึ่งผู้ส่งเขียนข้อความจากใจด้วยลายมือ ไม่ใช่แค่เซ็นต์ชื่อลงท้ายข้อความที่การ์ดพิมพ์มาให้ ก็รู้สึกดีทุกครั้งไป

ใบเสร็จเก่าๆ ที่มีคำอวยพรตามเทศกาลต่างๆ คงมีผู้ชายคนเดียวในโลก ที่ซื้อของให้ผู้หญิง แล้วเขียนคำอวยพรลงในใบเสร็จรับเงิน … ฉันแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น

เขารักฉันนั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องสงสัย หลังจากแต่งงานกันได้หลายปี กลับกลายเป็นตัวฉันเองที่มีคำถามในใจ “ฉันรักเขาตั้งแต่เมื่อไหร่?” ภาพสุดท้ายที่หยิบขึ้นมาจากห่อของสำคัญ ช่วยตอบคำถามนั้นได้ดี

puiay

ริมน้ำยามบ่าย AIT พ.ศ. 2542

ถ้าความรักเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนชีวิต
ฉันก็เป็นคนหนึ่งซึ่งไม่เคยประสบภาวะขาดแคลนเลย

ขอบคุณเธอสำหรับเชื้อเพลิงคุณภาพดี
ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้สัมผัส “ความรัก” จากการกระทำ
ไม่ใช่เพียงคำที่พูดมา

3
comments

Aug 25

แยกแยะได้ … ก็ง่ายขึ้นมาก

คุณแม่โทรมาบอกว่าญาติๆ นัดทำบุญครบรอบ 7 วัน ให้น้าทิพย์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้

ฉันจดลงในสมุดนัด พร้อมทั้งรับปากว่าจะไปแน่ๆ ก่อนที่คุณพ่อจะโทรมาบอกว่า ฉันไม่ต้องไปทำบุญงานศพก็ได้ เพราะวันเสาร์ที่จะถึงนี้เป็นวันเกิดของฉัน แต่ฉันก็ยืนยันที่จะไปร่วมทำบุญเช่นเดิม เพราะฉันไม่ได้ถือสาเรื่องการไปงานศพในวันเกิด

ฉันไปงานศพเพราะฉันมีความผูกพันกับผู้ตาย และอยากร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันอะไร

ชีวิตคนเราถ้าแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ให้ชัดเจนได้
การตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรจะง่ายขึ้นมาก

0
comments