Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

พาน้องหมาขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่

G.M. เป็นหมาปั๊ก อายุ 1 ปี 5 เดือน ตัวสูง 1 ศอก แม้ว่าหน้าตาจะดูยับย่นเหมือนคนคิดมาก แต่ความจริงหมาปั๊กเป็นมิตรกับคนง่าย มีอุปนิสัย ร่าเริง ขี้เล่น กระตือรือร้น ซุกซน เหนื่อยง่าย และหายใจดัง

ปกติแล้วปั๊กไม่ใช่หมาปากเปราะประเภทที่จะเห่าทั้งวัน แต่สองสามเดือนมานี้ G.M. เริ่มโตเป็นหนุ่ม ถ้าผูกโซ่หรือขังไว้ปุ๊บ ก็จะเห่าเอาเป็นเอาตาย ไม่ยอมหยุดง่ายๆ จนกว่าจะหอบหมดแรง ฉันก็เลยต้องปล่อยมันให้มีอิสระได้ตามสบาย นั่นทำให้มันมีความสุขมากมาย

เมื่อฉันตัดสินใจรับผิดชอบชีวิตของ G.M. ฉันดูแลพาไปหาหมอฉีดวัคซีนตามระยะ ให้อาหารอย่างดี ให้ที่อยู่ปลอดภัย ให้ของเล่น ให้ความสุขใจ ฉันพยายามที่จะทำให้มันมีความสุข แบบที่หมาตัวหนึ่งควรจะได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าภาวะแวดล้อมเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

บางปัญหา ก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
… แต่ …
บางปัญหา ก็โผล่ขึ้นเมื่อถึงเวลา

ปัญหาก็มีอยู่หลายประการ …

  • มันชอบออกไปเที่ยวนอกเขต ข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือ และฉันก็ไม่สามารถปิดรั้วได้ เพราะลูกค้าเข้าออกทั้งวัน
  • การทำสัญลักษณ์บอกอาณาเขต โดยฉี่ไปทั่วบริเวณมุมเสาของร้านกาแฟ ที่เขามาเช่าจากฉัน ก็ทำให้เจ้าของร้านกาแฟหงุดหงิดไม่น้อย และทำให้เรามีปัญหากันบ่อยๆ
  • ลูกค้าสาวๆ ที่มาซักผ้า มากดน้ำจากตู้หยอดเหรียญ และลูกค้าที่พักในอาคาร บางคนที่มันชอบและถูกใจ ก็ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกันเวลาเจอหมาหื่น กระดื๊บ กระดื๊บ ที่น่องขาวๆ

ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆ แต่สำคัญ …

  • ปัญหาแรกนั้น เกี่ยวกับสวัสดิภาพของ G.M. โดยตรง
  • ปัญหาที่สอง เป็นปัญหาในการทำธุรกิจของเจ้าของร้านกาแฟ
  • ปัญหาที่สาม เป็นปัญหาของฉันที่ไม่สามารถดูแลกิริยามารยาทของ G.M. ให้สุภาพเรียบร้อยได้ และอาจจะส่งผลไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ฉันเป็นผู้ดูแล

เอ็มวิ่งไม่ดูรถแบบนี้ มาม๊ากลัวว่ามันจะถูกรถทับตายเข้าสักวัน ให้มันไปอยู่กับมาม๊าที่เชียงใหม่ดีไหม มาม๊าห่วงมัน ที่เชียงใหม่มาม๊าก็ไม่มีใคร ให้มันอยู่ในบ้านมาม๊าเลย ไปอยู่เป็นเพื่อนมาม๊าดีไหม

ขอคิดดูก่อนนะคะ

มีเรื่องราวมากมายในชีวิต
ที่เราไม่สามารถทำให้สมบูรณ์แบบได้อย่างใจ

เมื่อมีคนปรารถนาดีหยิบยื่นความช่วยเหลือให้
เราก็ไม่ควรอวดดื้อถือดีปฏิเสธอย่างฉับไว

ที่เชียงใหม่มันจะขึ้นไปอยู่กับมาม๊า ใกล้ๆ กับบ้านหลังเดิมของฉัน มีที่กว้างขวางให้วิ่งได้สบาย ไม่มีรั้ว และเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่ต้องกลัวรถจะทับตาย ฉันเองก็สามารถพาหมึกขึ้นเชียงใหม่ ไปเยี่ยมจีเอ็มเมื่อไหร่ก็ได้ อย่างน้อยๆ เราอาจจะไปทุกปิดเทอมใหญ่ ปีละ 2 ครั้งได้สบายๆ … หมึกไปเยี่ยมอาม่า ฉันไปหา G.M.

ฉันเก็บมาคิดอยู่หลายวัน เมื่อมาม๊าถามซ้ำอีกตอนเช้าวันนี้ ฉันก็ตัดสินใจว่าจะพา G.M. ไปเชียงใหม่ แม้ว่าจะรู้สึกเศร้าใจ หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว ฉันควรคำนึงถึงความสุขของหมา มากกว่าความสุขของตัวเอง มันสมควรที่จะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่านี้

ถ้าลองดูแล้วไม่เวิร์คหรือมีปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา ปิดเทอมเดือนตุลาฯ ค่อยไปรับกลับกรุงเทพ ตอนนี้ก็คิดเสียว่าส่งลูกชายคนเล็กไปอยู่โรงเรียนประจำ เปลี่ยนบรรยากาศสัก 2 เดือน

พอตัดสินใจได้ ฉันก็จองตั๋วเครื่องบิน โอนเงิน และได้รับ e-ticket ทางอีเมล์ทันที การบินไทยไม่คิดค่าระวางสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวเล็กอย่างนี้ แต่เราต้องแจ้งล่วงหน้าว่าจะเอาหมาที่มีน้ำหนักเท่าไรไปด้วย และต้องแจ้งขนาดของกรงหรือกล่องที่จะบรรจุ

ฉันได้เที่ยวบิน TG114 วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2552 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 15.00 น. ในราคาสุทธิ 1,585 บาท สำหรับผู้ใหญ่หนึ่งคน (น้ำหนักมาตรฐาน) และหมาปั๊ก 1 ตัว ที่มีน้ำหนัก 9 kg. ในกล่องใส่หมาขนาด 17 นิ้ว x12 นิ้ว x12 นิ้ว

เมื่อก่อนฉันเคยอยู่ที่เชียงใหม่ ตั้งแต่ลงมานี่ก็ไม่ได้กลับขึ้นไป 5 ปีแล้วนะ คิดถึงบ้านหลังนั้น บ้านที่มีระเบียงเล็กๆ อยู่ด้านหน้า ถัดมาจากประตูบานเฟี้ยมพับได้ ป่านนี้จะเก่าโทรมไปสักแค่ไหน คุณป้าที่เคยเลี้ยงเจ้าหมึก คนงานหลายคนที่เคยรู้จักทั้งที่ห้องเย็นและในไร่ ป่านนี้ที่นั่นคงเปลี่ยนแปลงไปมากมาย

ตีตั๋วเครื่องบินเฉพาะขาไป ยังไม่ได้ตีตั๋วขากลับ คิดว่าคงอยู่สัก 2 - 3 คืน แล้วตีตั๋วกลับรถทัวร์คนเดียวง่ายๆ นอกจากไปส่งน้องหมา ถือโอกาสไปพักผ่อนหย่อนใจเสียในคราวเดียว แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ขอบคุณเมนท์ของ “คุณคนการบินไทย” นะคะ

พาน้องหมามาถึงเชียงใหม่เรียบร้อยแล้วค่ะ เจ้าหน้าที่ของการบินไทยคิดราคาที่นำน้องหมาขึ้นเครื่อง 390 บาท เพราะน้องหมาและกระเป๋าที่ใส่มีน้ำหนักรวมกัน 10 kg. (เขาคิดกิโลกรัมละ 39 บาท)

เจ้าหน้าที่กราวด์อธิบายว่าหมาเป็นสิ่งมีชีวิต หมาเหมือนเด็กทารกที่ไม่เสียค่าตั๋ว แต่ราคาที่จ่ายนี้เป็นค่าประกันค่ะ ถ้าน้องหมาเสียชีวิตเนื่องจากความกดอากาศบนเครื่อง ก็สามารถเคลมได้ แต่ขอให้มันรอดดีกว่านะคะ ^^”

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On July 31, 2009
At 12:34 pm
Comments : 5
 
 

ดื้อ สวย ดุ … เจ็บตัวทำไม?

เมื่อคืนวันศุกร์พาหมึกไปดูหนังเรื่อง Harry Potter ภาคล่าสุด (เจ้าชายเลือดผสม) เลยได้ดูโฆษณาหนังไทยเรื่อง ดื้อ สวย ดุ ภาพยนตร์แนว action-romantic ที่เ้น้นการต่อสู้เต็มรูปแบบ

ในฉากตัดต่อสั้นๆ นั้น ฉันเห็นนางเอกคนเก่ง จีจ้า กระเด็นหงายหลังลงไปกระแทกพื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด พร้อมกับคำโปรยที่คนทำหนังคิดว่าเป็นจุดขาย เล่นจริง เจ็บจริง สวิงกว่าเดิม เห็นแล้วสะเทือนใจ จีจ้าทำให้ฉันนึกถึงจุดจบของ คุณมิตร ชัยบัญชา

ตามบทแล้วคุณมิตรในบทอินทรีทอง ต้องกระโดดเกาะบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ โดยมือซ้ายเกาะอยู่ขั้นที่ 4 มือขวาอยู่ขั้นที่ 3 แต่เมื่อถ่ายทำจริงเท้าเขากลับไม่ได้เหยียบอยู่ที่บันได เมื่อคนขับนำเครื่องขึ้น แรงกระตุกทำให้ข้อมือเคล็ดไม่มีแรงปีนป่ายอย่างที่วางแผนไว้ ไม่นานนักกำลังแขนก็หมดลง ร่างของเขาหล่นลงมากระแทกพื้นเบื้องล่าง ต่อหน้าทีมงานถ่ายทำนับร้อยชีวิต

เนื้อหาสาระจากการที่เราได้รับชมภาพยนตร์ ที่มีบทดีๆ สักเรื่อง ถ่ายทอดโดยนักแสดงที่มีความสามารถ และเทคนิคการถ่ายทำที่ให้ความรู้สึกความสมจริง น่าจะเพียงพอสำหรับให้ความบันเทิงแล้ว

ฉันคิดว่า จี้จ้าน่ารักดีและมีความพยายามมาก ฉันไม่อยากเห็นเธอบาดเจ็บ พิการ หรือมีอันตรายใดๆ อันเนื่องมาจากการให้ความบันเทิงราคา 140 บาท/ที่นั่ง ในโรงหนังเมืองไทย

ฉันไม่เชื่อว่าความสุขของคนไทยนั้นจะตั้งอยู่บนความสะใจ
และการได้รับความสนุกสนานเบื้องหน้า
โดยไม่ได้คิดถึงความเจ็บปวดเบื้องหลังของนักแสดง

ในยุคที่คอมพิวเตอร์กราฟฟิคสามารถใช้เทคนิคได้สารพัด อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในการแสดงได้รับการพัฒนา และการใช้แสนตด์อินมืออาชีพในฉากอันตรายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ อย่าเอาเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาเจ็บตัวเพื่อความบันเทิงของเราอีกเลย

เล่นจริง เซฟดี มีลีลา และบทภาพยนตร์เจ๋งกว่า
น่าจะเป็นจุดขายที่ดี

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ คุณมิตร ชัยบัญชา
จาก บอร์ด pantown.com

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On July 30, 2009
At 8:26 am
Comments : 0
 
 

บุคคลที่ไม่ควรค่าแก่การห่วงหาอาลัย

บางคนอาจจะมีความรักที่มั่นคงต่อคู่รักของตน
บางคนอาจจะมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตน

ส่วนบางคนอาจจะ
ไม่ซื่อสัตย์และไม่รับผิดชอบต่อคนรักหรือคู่ครองของตน

สำหรับคนประเภทหลังนี้
ย่อมไม่มีค่าที่เราจะห่วงหาอาลัย

[จากบทความของ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญโญ]

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

บ้างมีเพียงความรักโดยปราศจากความรับผิดชอบ
บ้างเหลือเพียงความรับผิดชอบโดยปราศจากความรัก

… แต่ …

ความรักที่เคียงข้างมาพร้อมกับความรับผิดชอบ
ย่อมเป็นความหวานอย่างกลมกล่อม

อย่าพูดว่ารัก ถ้าไม่คิดจะรับผิดชอบอะไร
อย่าพูดว่าจะรับผิดชอบใคร ถ้าไม่ได้รัก

“รัก” เป็นคำสั้นๆ ที่กลายเป็นเรื่องราว
“ร้อยเนื้อร้องทำนองเดียว”

เมื่อรักไม่เป็นอย่างใจ
เราก็ทำได้แค่เพียงถอนใจออกมา
จากบุคคลที่ไม่ควรค่าแก่การห่วงหาอาลัย

อย่าเถียงกันเลยว่าใครเจ็บมากกว่า … ไร้สาระ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 5:38 am
Comments : 0
 
 

กรอบแห่งความกลัว

เมื่อยังเด็ก
ชีวิตดำเนินไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่บริสุทธิ์แท้
โดยปราศจากความกลัว

อาจเป็นเพราะ ยังไม่เคยเจ็บ ยังไม่คุ้นชินกับความทุกข์
และยังมีพ่อกับแม่ให้ความมั่นใจอยู่เสมอ

เมื่อโตขึ้น
จึงได้ลิ้มรสความผิดหวังอันก่อให้เกิดความกลัว
กลายเป็นกรอบที่ยากจะก้าวข้าม

ในโลกที่ผิดพลาดง่ายใบนี้
สโลแกน “ปลอดภัยไว้ก่อน” ที่หลายคนจำขึ้นใจ
คล้ายเตือนว่าจงมีความกลัวเพื่อลดโอกาสเจ็บตัวให้น้อยลง
แล้วปล่อยให้ีชีวิตดำเนินไปด้วยความสงสัย
“ถ้าได้ลองทำจะเป็นยังไง?”
“ถ้าได้ลองคบจะไปได้ไกลแค่ไหน?”

เราควรมีความรอบคอบในการตัดสินใจ
แต่ไม่ควรปล่อยให้ความกลัวครอบงำจนไม่กล้าทำอะไร

มารี กูรี กล่าวว่า
“ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่น่ากลัว มีแต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ”

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On July 29, 2009
At 5:14 am
Comments : 3
 
 

วีต้า เบอรี่ … เขาว่าดีนะคะ

ช่วงนี้ไข้หวัด 2009 ระบาด อาม่าของหมึกจึงสนใจเรื่องสุขภาพหลานชายเป็นพิเศษ สั่งวิตามินซี วิตามินรวม และคัดสรรของบำรุงต่างๆ มาให้หมึกบริโภคเป็นการใหญ่ ในบรรดาของเหล่านั้นก็รวมถึง “วีต้า เบอรี่” ด้วย

“วีต้า เบอรี่ สกัดจากเบอร์รี่พันธุ์ดีถึง 7 ชนิด คือ บิลเบอร์รี่ แบล็กเคอร์แรนต์ แครนเบอร์รี่ โช้คเบอร์รี่ เอลเดอร์เบอร์รี่ อะซาอิเบอร์รี่ และสตรอเบอร์รี่ มีไบโอฟลาโวนอยด์ และแอนโธไซยานิน อุดมด้วยวิตามิน A C E และแร่ธาตุเหล็ก ดื่มอร่อย มีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว” (ในโฆษณาเขาว่างั้น)

เมื่อคืนนี้อาม่าอุตส่าห์เอา “วีต้า เบอรี่” แช่เย็นฉ่ำ มาเสริฟให้หมึกถึงโต๊ะเขียนหนังสือ หลานชายดื่มแล้วทำหน้าตาเบี้ยวๆ คล้ายไม่ค่อยถูกปาก แต่ก็ยังรักษาน้ำใจ

อาม่าถาม … วีต้า เบอรี่ เป็นไง อร่อยไหม?

หมึกว่า … พอได้ครับ

ดื่มแล้วดีนะ อาอี๊บอกอาม่าว่ามันบำรุงสายตาด้วย

ไม่จริงหรอกครับ อาม่าอย่าดื่มเลยครับ

ทำไมล่ะ ไม่ดียังไง

อาม่าดูสิครับ หมึกดื่มแล้วต้องใส่แว่น วีต้า เบอรี่ ดื่มแล้วสายตาสั้นนะครับ

ลื้อนี่มัน … !#$@#%(^)&@$_(%@)$_@)*_%???

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On July 28, 2009
At 5:13 pm
Comments : 0
 
 

ปัจจุบันของเรา

เช้าวันเสาร์ไปแสดงความยินดีกับน้องแอ๊นท์
วันซ้อมรับปริญญาที่ ม.เกษตร
ระหว่างที่ช่วยถือดอกไม้ ไหนๆ มีพร็อพประกอบฉาก
เลยยิ้มแป้นให้ช่างภาพช่วยเก็บหน้า เต็มๆ บานๆ ของฉันกลับมาด้วย
ไม่บ่อยนัก … ที่จะยอมถ่ายรูปดีๆ อย่างนี้

imgp3004

ฉันเมื่ออายุ 32 ปี 11 เดือน (กรกฎาคม 2552)

imgp2978

หลายคนเคยถามว่าหมึกเรียนสารพัด แล้วเวลาว่างชอบทำอะไร
เลยถ่ายรูปมาให้ดูช่วงเวลาส่วนตัวก็ “นอน + เล่น” จริงจังแบบนี้แหละ

หมึกเมื่ออายุ 8 ปี 6 เดือน (กรกฎาคม 2552)

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

เวลาที่ทุกข์นักหนา เข็มนาฬิกาขยับช้ากว่าใจ
แต่หมึกทำให้ เข็มนาฬิกาเดินไว

… ความจริง …

เข็มนาฬิกา ไม่เคยเชื่องช้า หรือรีบไปไหน

ทุก โมง ยาม
ปัจ จุ บัน ของ เรา ค่อยๆ ผ่าน ไป

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On July 27, 2009
At 8:22 pm
Comments :1
 
 

ความทรงจำดีๆ ที่ฉันอยากฝังไว้

อยากล้อเล่นกับความรู้สึกตัวเองด้วยการเขียนบล็อคนี้
ได้เวลาวัดความเข้มแข็งของตัวเองสักที

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ระหว่างเราจบไปเนิ่นนานจนฉันรู้สึกสบายดี ไม่ทุรนทุราย ไม่หาเหตุผล ไม่กระวนกระวาย จนวันนี้น้องที่รู้จักกันอุตส่าห์ส่งข้อความมาทาง MSN ว่าเธอยังไม่ตาย เอ๊ย ไม่ใช่ น้องบอกว่าเธอ “ออนกบ” เมื่อวันก่อน แต่ไม่เจอฉัน คนหวังดีคล้ายจะเสียดายโอกาสที่เราไม่ได้พบกัน แต่ข่าวนั้นไม่ได้ทำให้ฉันยินดีหรือเสียดาย

ฉันพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร … ฉันไม่อยากร้องไห้

โกรธไหม? - ไม่นะ ไม่โกรธ
คนอย่างเธอ อย่างไรเสียฉันคงโกรธไม่ได้

เธอแค่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติของเธอ
และนั่นก็ไม่ใช่ความผิดอะไร

… เพียงแต่ …

ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อเธอ
มันทำให้ฉันรู้สึกว่าความโง่ของตัวเองเปล่งประกาย

ถ้าเจอกันเราก็คงคุยได้

เธอรู้อยู่แก่ใจ
นอกโลกออนไลน์ เรามีวิธีสื่อสารกันตั้งมากมาย
ในโลกออนไลน์ เรามีโอกาสพบกันทุกวัน
โดยไม่ต้องรอไปเจอกันในกบก็ได้

ที่มิตรภาพหันหลังห่างหาย
จึงไม่ใช่เพราะเราไม่มี “โอกาส” สนทนากัน
แต่เป็นเพราะความตั้งใจของเธอที่จะให้เป็นเช่นนั้น

… ฉันไม่ชอบคิดแทนใคร …
ด้วยความเคารพในสิ่งที่เธอตัดสินใจ
ฉันจึงปล่อยให้เวลาและความทรงจำผ่านเลยไป

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ผลลัพธ์ จากการล้อเล่นกับความรู้สึกของตัวเอง
เขียนบล็อคเสร็จแล้ว … น้ำ ตา ไหล

เธอยังคงเป็นความทรงจำดีๆ ที่ฉันอยากฝังไว้
… ลึกสุดใจ …

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 2:01 pm
Comments : 2
 
 

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (1)

อาม่า (คุณย่าของหมึก) มาจากเชียงใหม่ มาค้างกับเรา 2 สัปดาห์ หมึกก็เลยชวนอาม่า คุณยาย คุณตา และฉัน ไปเที่ยวสุพรรณบุรีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คุณหลานตัวดีมีเป้าหมายที่ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” ที่เห็นในป้ายโฆษณาเมื่อวันก่อน

dragon01

ฉันไม่เคยรู้ว่ามีสถานที่แบบนี้อยู่ในเมืองไทยด้วย แต่ก็ไปไม่ยาก จากกรุงเทพฯ ขับเรื่อยไปทางสุพรรณบุรี ก่อนถึงพิพิธภัณฑ์จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ไม่นานนักเราก็มาอยู่หน้ามังกรตัวใหญ่ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับ “ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี” ซึ่งสร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนกลมกลืนกัน

ควรมีเวลาอยู่ที่นั่นประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว เชิญเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในมังกรตัวใหญ่ ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 299 บาท เด็ก 149 บาท เปิดให้บริการวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 10.00 - 16.00 น. เบอร์โทรติดต่อ (035) 5262112

ฉันแนะนำว่าควรโทรจองล่วงหน้า เพราะการเข้าชมจะแบ่งเป็นรอบ รอบละ 25 คน ซึ่งจะมีผู้บรรยายพาชมและให้ความรู้ ถ้าไม่ได้จองล่วงหน้าก็อาจจะต้องรอนาน ภายในตัวมังกรแบ่งออกเป็นห้องย่อยๆ เดินชมไปทีละห้อง ก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของราชวงศ์และวัฒนธรรมจีนที่น่าสนใจต่างๆ

เราจะได้ทราบตำนานความเป็นมาของโลกและชนชาติจีน ที่มาของขนมไหว้พระจันทร์ ขนมบะจ่าง ปาท่องโก๋ ที่คนไทยรับประทานกันอยู่เสมอ ความเป็นมาของการแสดงงิ้ว เรื่องปรัมปราที่คนไทยรู้จักดีอย่างเปาปุ้นจิ้นและสามก๊ก เรื่อยมาจนถึงความเจริญถึงขีดสุดของราชวงศ์ และเหตุที่ทำให้ราชวงศ์โดนล้มล้างไป

dragon02

สามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ ควันพวยพุ่งอลังการ

การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์นี้ให้ความรู้ในเชิงกว้าง ผ่านการนำเสนอที่น่าสนใจ ใช้สื่อมัลติมีเดียและสื่อผสมกระตุ้นการเรียนรู้ ใช้ตัวการ์ตูนมังกรสุดน่ารักเป็นสื่อ ในด้านเทคนิคแล้วฉันยกนิ้วให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในเมืองไทยที่ควรพาเด็กๆ ไปเยี่ยมชม ตอนที่ซื้อตั๋วยังแอบคิดว่าราคาแพง แต่พอเข้าไปชมแล้วคุ้มค่านะคะ

เขาทำให้เวลา 90 นาที ในพิพิธภัณฑ์ เป็นช่วงเวลาที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็ก และให้ความรู้ที่สั้นกระชับสำหรับผู้ใหญ่ จุดประกายความสนใจ สำหรับใครที่อยากทราบเรื่องใดเพิ่มเติม ก็สามารถไปค้นคว้าในเชิงลึกต่อได้ภายหลัง

dragon03 dragon04

คุณตากับคุณหมึกลูบหลังเต่ามังกร … ขอให้ร๊วย ขอให้รวย
คุณยายกับอาม่า สองคุณแม่รวมใจ ณ บันได้วนขึ้นเก๋งจีน

dragon

ที่ชั้นบนสุดของเก๋งจีนเราสามารถชมบรรยากาศโดยรอบจากมุมสูง
บนนั้นลมเย็นสบาย ร่มรื่นจนอยากปูเสื่อนอนแผ่

จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพมาก สามารถไปกลับได้ในวันเดียว เพื่อนๆ ที่ไม่ได้พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวไหนนานแล้ว ลองพาไปสุพรรณบุรี เที่ยวพิพิธภัณฑ์ ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ทานอาหารร้านแม่บ๊วย ซื้อสาลี่เอกชัย รับรองว่าทริปนี้อิ่มและอุ่นเกินห้ามใจ

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On
At 1:10 pm
Comments : 0
 
 

พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร (2)

วันที่เราไปพิพิธภัณฑ์นั้น แสงดี สีแจ่ม
รูปที่ถ่ายกลางแจ้ง … สีจัดจ้านมาก

imgp3009

ประตูทางเข้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี

imgp3138

ทางเดินรอบตัวมังกรที่ฉันกับพ่อไปยืนทำเท่ห์

imgp3130

หมึกพยายามจะทำตัวกลมกลืนกับสิงโตในพิพิธภัณฑ์

imgp3167

ตู้ไปรษณีย์สวยงามเป็นเอกลักษณ์
แต่เจ้าหมึกเนี่ยเรียกมาถ่ายรูปยากมาก
แล้วดูมันทำหน้าเข้า (เฮ้อ)

Filed under : ใส่รองเท้าท่องโลก
By admin
On
At 1:05 pm
Comments : 0
 
 

แค่อยากให้ทบทวน

มนุษย์ผ่านยุคป่าเถื่อนมาแล้ว มีอะไรควรพูดจากัน
คนที่ลงไม้ลงมือกับเราไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
ก็ไม่ควรคบหาต่อไป

เธอเคยบอกว่ารักเขามาก ฉันก็อยากให้ทบทวนดู

… เพราะ …

ที่คนเรายอมเจ็บซ้ำซาก
ไม่ใช่เพราะรักเขามาก แต่เพราะรักตัวเองน้อย

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 12:24 pm
Comments :1
 
 

เหมือนเดิมได้ไหม?

So kiss me and smile for me,
Tell me that you’ll wait for me,
Hold me like you never let me go.

‘Cause I’m leaving on a jet plane,
Don’t know when I’ll be back again.
Oh babe, I hate to go.

เพลง “Leaving on the Jet Plane” ของ John Denver ที่ปิ่นตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าดังสนั่นตอนกำลังประชุม เพราะลืมเปลี่ยนเป็นระบบสั่น พอเห็นชื่อคนโทรเข้าก็ต้องรีบหยิบโทรศัพท์ แล้วเดินตัวลีบเล็กออกมาคุยข้างนอก

ไอ้กบ แกตาสว่างแล้วเหรอ

เออ จะให้ฉันช้ำนานขนาดไหนล่ะ แกยุ่งอยู่รึเปล่า ฉันคิดว่าฉันหมกตัวอยู่กับห้องนานเกินไปแล้ว เที่ยงนี้แกว่างไหม ไปกินข้าวที่ร้านสงวนศรี ตรงถนนวิทยุกัน

ได้ แล้วแต่แกจะบัญชา ตอนนี้ฉันติดประชุมอยู่

งั้นเที่ยงเจอกันที่สงวนศรี

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

โทรตามตอนเที่ยงอย่างนี้ ปิ่นไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะรู้ว่าถ้าไม่เหลือบ่ากว่าใจแล้ว เพื่อนรักของเธอคงแก้ปัญหาเองได้ ปิ่นไปถึงร้านตอนเที่ยงสิบนาที ก็เห็นกบนั่งรออยู่ที่โต๊ะเดิม พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ และกับข้าวที่ปิ่นโปรดปรานเต็มโต๊ะอาหาร

โห รู้ใจจริงๆ นะแกเนี่ย แล้วกินสองคนหมดไหมวะ

หิวว่ะ

แกมาจองโต๊ะเดิมได้ไง ตอนเที่ยงคนเยอะจะตาย

ถ้าฉันจะนั่งโต๊ะนี้ ฉันต้องได้นั่งโต๊ะนี้ โต๊ะประจำของเรา

เอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยนเลยนะแก

เออ กิน กิน แกไม่ต้องเทศน์ฉันแล้ว

แม้ว่าปิ่นจะไม่ได้รู้สึกหิวมากนัก พอเจอกับข้าวโปรดอย่างผัดคะน้าปลาเค็ม ยำวุ้นเส้น ไก่ผัดเม็ดมะม่วง และแกงเขียวหวานซี่โครงหมู ก็ยังออกอาการกินจนพุงป่องได้ง่ายๆ

ไหนว่าไม่ค่อยหิว

ได้เข้าสู่สนามรบเคียงข้างแก แม้ว่าไม่หิวก็ควรจะกิน เพราะแกอาจจะลุกขึ้นมาทุบหม้อทุบไห ลากฉันไปตีเมืองจันทบุรี หลังอาหารมื้อนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้

ฉันแค่จะขอความเห็นจากแก ไม่ได้จะลากแกไปรบที่ไหน

งั้นว่ามา

พี่โจส่งดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่มาให้ฉัน การ์ดที่แนบมาเขียนว่า “เรากลับมาเหมือนเดิมได้ไหม?”

โคตรซึ้งเลยนะเนี่ย แล้วแกเหมือนเดิมได้ไหมล่ะ?

“เหมือนเดิม” บ้านแกดิ แต่ฉันไม่รู้ว่าควรจะปฏิเสธยังไงให้เขารู้สึกดี

ถ้าแกชัดเจนกับตัวเอง ไม่ว่าแกจะใช้ถ้อยคำอะไร ความหมายมันก็ไม่เปลี่ยนหรอก แล้วการปฏิเสธคนมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เขารู้สึกแย่ ดังนั้น การปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาด้วยถ้อยคำที่สุภาพ เป็นการให้เกียรติเขาที่สุดแล้ว

ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้

อย่าคิดมากน่า แกไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการพูดความรู้สึกอย่างจริงใจ อย่าโทษตัวเองนักเลย คนที่ชื่อ “สมหวัง” ยังมีวันที่ร้องไห้ จากกันอย่างเข้าใจ ดีกว่าเคียงไปอย่างเหินห่าง ฉันแนะนำอย่างนี้ ส่วนจะทำยังไงเนี่ย แกต้องคิดเองว่ะ

อืม ขอบใจนะ

“So kiss me and smile for me, Tell me that you’ll wait for me, Hold me like you never let me go.” เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอย่างจงใจขัดจังหวะ ปิ่นพูดได้เพียง “ค่ะ ค่ะ” สองคำแล้วก็วางสายไป

“จูบผมและยิ้มให้ผม บอกผมว่าคุณจะรอ กอดผมแบบที่คุณจะไม่ยอมปล่อยผมไป” ทำไมแกใช้เพลงนี้ตลอดเลยวะ

ฉันเอาไว้เตือนตัวเองว่า อย่าปล่อยให้ผู้ชายแบบนี้เข้ามาเพ่นพ่านในหัวใจ เพราะความรักของผู้ชายพวกนี้มักจะหวานจนน้ำตาลชิดซ้าย แต่สุดท้ายก็จะผูกพันเราด้วยคำพูดง่ายๆ “รักแล้วรอหน่อย” ความรักแบบนี้เห็นแก่ตัวจนฉันทนไม่ได้

ไอ้เรื่องคิดซับคิดซ้อนเนี่ยของแกเนี่ย ฉันยอมแพ้ว่ะ

เออ เจ้านายโทรตามแ้ล้ว ฉันไปก่อนนะ ขอบคุณสำหรับมื้อเที่ยง

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

เย็นวันนั้นพี่โจได้รับดอกกุหลาบสีเหลือง 9 ดอก แนบการ์ดที่สื่อความหมายเดียวกับดอกไม้ที่ส่งไป “เราเป็นเพื่อนกันเสมอนะ และจะรักตลอดไป”

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On July 22, 2009
At 12:26 pm
Comments :1
 
 

ความรักที่เมามายอย่างไร้รสนิยม

หลังจากอ่านนิยายสัญชาติไต้หวันของ “หวงเยวี่ยน” จบไปสองเล่ม

  • ฆ้อน กรรไกร กระดาษ : A Game about Love
  • ผู้ชายเหมือนระเบิด (ความสุขกำัลังจะมา) : Hapiness is Coming

พลันรู้สึกว่าลีลาของนักเขียนท่านนี้ ทำให้เนื้อหาเกี่ยวกับความรัก (ที่ควรโรแมนติก) กระชับฉับไวคล้ายกำลังอ่านเรื่องราวกำลังภายในเข้มข้น ทุกบทตอนแฝงแง่คิดแห่งชีวิตที่เฉียบคม และสะกิดต่อมความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้หลั่งสารเคมีได้

“หวงเยวี่ยน” เป็นนักเขียนที่ฉันซูฮกจริงๆ

คนมีหัวใจที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือของเขา สมควรเสาะหามาประดับบารมีบนชั้นหนังสือ อาจจะหาซื้อยากอยู่สักหน่อย เพราะเป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ที่เล็ก แต่แนวมากๆ อย่างสำนักพิมพ์ freeform แนะนำให้ไปที่ร้านนายอินทร์ หรือ SE-ED นะคะ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

เมื่ออ่านหนังสือของเขาจบนั้น ฉันมีความรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้าย ใบหน้าในอดีตของใครบางคนลอยขึ้นมาในห้วงคำนึง

ไม่รู้ว่าที่ปวดใจนักหนานานแรมปีอย่างนี้ เป็นเพราะไม่มีโอกาสได้ต่อว่าเขาให้สาใจ อย่างที่อยากทำสักครั้ง หรือเป็นเพราะไม่มีโอกาสได้เขย่าคอเสื้อถามว่า “ทำไม? จึงทำลายมิตรภาพกันด้วยวิธีอย่างนี้” ก็ไม่อาจจะรู้ใจตัวเองได้

ตอนจบของความผิดที่ฉันมีส่วนก่อ
… ยังคาใจ …

หลายความรู้สึกผสมผสานปนเป
เหมือนเอาเหล้าชั้นดีหลากยี่ห้อมาเทรวมกันในถัง
เมามายอย่างไร้รสนิยม … รสชาดไม่ได้เรื่อง

หลังจากให้โอกาสตัวเองหลายครั้งหลายครา ฉันพบว่า “มิตรภาพต่างเพศที่บริสุทธิ์แท้” กับคนที่เรารู้สึกว่าเขาก็ “น่ารักดี” นั้น เป็นเพียงความสัมพันธ์ในอุดมคติ และด้วยเงื่อนไขชีวิตนานาประการ ข้อความเพิ่มความมั่นใจประเภท “เราเป็นเพื่อนกันได้” คงเป็นเพียงบางส่วนของเวอร์ชันเต็มที่ว่า …

เราเป็นเพื่อนกันได้
บนความปวดใจของใครบางคน รวมถึงตัวเราทั้งสองคนด้วย”

บาดแผลที่เราทำตัวเองบาดเจ็บนั้น ไม่สมควรที่จะใช้เป็นข้ออ้างสำหรับเหรียญกล้าหาญ แต่ควรใช้เป็นเครื่องเตือนใจที่เคยอวดดื้อถือดี

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

รัก ก็ คือ รัก
ไม่มาก ไม่น้อย กว่านี้

ดังนั้น

เวลาพูดว่า “รักมาก” มักเป็นตอนที่มากจนเกินไป
เวลารู้สึกว่า “รักน้อย” มักเป็นตอนที่ไม่เหลือใจ

ขาดสมดุลเมื่อไหร่ … พัง

… บทเรียนที่ไม่มีขายสอนฉันว่า …

รักแท้จริงจะเที่ยงตรงต่อหัวใจยิ่งกว่าเข็มนาฬิกา
รักแท้ไม่มีทางมาช้า รักแท้จะไม่ผิดเวลา

รักแท้ไม่ใช่เพชรที่ต้องเอาไปให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าน้ำงาม
โปรดอย่าล้อเล่นกับความรัก

บุคคลผู้มี “รัก” ในมือ มิบังควรเปิดโอกาสให้ “รักแท้” ตามหา

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On July 21, 2009
At 2:43 pm
Comments : 4