Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

Daily Tarot: 29/05/50 –> 10 ดาบ

ตื่นเ้ช้าขึ้นมาตั้งใจว่าจะเอารถไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แล้วกลับมาทำงานอยู่ออฟฟิศให้สบายใจ หยิบสำหรับไพ่ขึ้นมาอธิษฐาน “อยากทราบดวงวันนี้” แล้วหยิบจากสำรับขึ้นมา 1 ใบ ได้ “10 ดาบ” ความหมายหน้าไพ่ชัดเจน ชนิดที่คนธรรมดายังบอกได้ว่าคงไม่ใช่วันดีๆ โดนดาบสิบเล่มเสียบซะขนาดนี้

swords10

ไพ่ 10 ดาบ ใบนี้มีหลายความหมาย ล้วนเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีทั้งนั้น เช่น เคราะห์กรรมหนัก เจ็บป่วย ผ่าตัด เก็บเงินไม่อยู่ โดนแทงข้างหลัง ถูกทำร้ายไม่รู้ตัว ฯลฯ เปิดแล้วยังคิดขำๆ อะไรมันจะแย่ขนาดนั้น

เปิดไพ่เสร็จก็เอารถไปที่ศูนย์โตโยต้าตอนแปดโมงเช้า กะว่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องคงใช้เวลาสัก 1 ชั่วโมง ใช้งบประมาณไม่เกิน 1,000 บาท ผลปรากฏว่าต้องเปลี่ยนปีกนกทั้งซ้ายและขวา เพราะช่างพบว่าปีกนกหักทั้งสองข้าง และมีอุปกรณ์บางชิ้นต้องเปลี่ยนตามอายุใช้งานด้วย เช่น สายพาน ฯลฯ

รับรถได้ตอนบ่ายสองโมง ค่าอะไหล่และค่าแรงรวมกัน 7,400 บาท
(10 ดาบ เสียเงินอย่างไม่คาดคิดไปแล้วครับท่าน)

วันก่อนไปตัดผมที่ร้าน ช่างตัดผมทักว่ามีจุดขาวๆ ที่ตีนผม ระหว่างรอช่างซ่อมรถก็เลยนั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาลสุขุมวิท ไปให้คุณหมอผิวหนังดูสักนิด แต่ก็ไม่น่าจะเป็นกลากเกลื้อนอะไร เพราะตัดผมสั้น สระผมทุกวัน นี่ก็รักษาความสะอาดมากแล้วนะ

พอคุณหมอเห็นจุดขาวๆ ก็บอกว่าไม่ใช่กลากเกลื้อนอย่างที่ช่างตัดผมเข้าใจ แต่เป็น “กระเนื้อ” ที่เกิดขึ้นมาเอง ว่าแล้วก็เตรียมเครื่องมือกำจัดเจ้ากระเนื้อ โดยใช้ท่อพ่นความเย็นที่เป็นสารเคมีเหลว (ฉันคิดว่าคงเป็นพวกไนโตรเจน) เจ็บๆ ชาๆ อยู่สักพัก เจ้ากระเนื้อก็ไหม้เกรียมอย่างที่เห็น 3 จุด

imag0201

ไปหาหมอโดยไม่ได้ตั้งใจ เสียค่าทำหัตถการให้คุณหมอ 940 บาท
(10 ดาบ เจ็บป่วย ผ่าตัด และเสียเงินอีกแล้วครับท่าน)

ระหว่างที่รอรถเอาคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไปด้วย กะว่าจะนั่งทำงานเล่นเน็ต พอเปิดเครื่องขึ้นมาหน้าจอแจ้งว่า พัดลมโน๊ตบุ๊คไม่ทำงาน เลยต้องหิ้วเครื่องไปที่ศูนย์ Fujitsu ใกล้ๆ BTS เพลินจิต ช่างแจ้งว่าพัดลมที่เสียนี้ต้องสั่งอะไหล่จากเมืองนอก ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และแบตเสื่อมต้องเปลี่ยน โน๊ตบุ๊คเครื่องนี้มีอายุ 3 ปี เลยประกันไปพอดิบพอดี

ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 6,000 บาท
(10 ดาบ หมดฤทธิ์รึยังครับท่าน)

ตั้งแต่เปิดไพ่ดูดวงรายวันของตัวเองมา ส่วนใหญ่ก็ใกล้เคียงอย่างน่าแปลกใจ แต่ไม่เคยแม่นจนต้องเสียตังค์มากขนาดนี้

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ปล. เมื่อสักครู่เพิ่งเห็นใครบางคนที่หายหน้าไปหลายเดือน โผล่มาใน MSN แต่ก็ไม่ได้ทักทาย เพราะแค่เห็นชื่อออนไลน์ ความรู้สึกคล้ายถูกหักหลังก็แว๊บเข้ามาในใจ (ดาบเล่มสุดท้ายของวันนี้รึยังฟระ)

Filed under : ห้องโหร
By admin
On May 29, 2009
At 7:27 pm
Comments : 4
 
 

exercise memo: 28/05/52

8.30 น. ว่ายน้ำ 750 เมตร

วินัยด้านการออกกำลังกายอ่อนแรงไปตามสภาพเศรษฐกิจ เพิ่งจะรวบรวมกำลังใจเข็นตัวเองไปสระว่ายน้ำได้ ตอนว่ายน้ำเสร็จรู้สึกสดชื่นมากเลย

Filed under : ห้องออกกำลังกาย
By admin
On May 28, 2009
At 3:56 pm
Comments :1
 
 

รู้ให้ทันใจ

มีหน้าที่ซึ่งยังคงต้องทำไป

… แต่ …

พอรู้สึกตัวว่าทุกอย่างที่เกี่ยวข้องสัมผัสใจ
ล้วนเป็นเรื่องที่บังคับไม่ได้
ความบีบคั้นก็หมดไป

… แค่ เฝ้า ดู …

สุขนะ รู้ไว้ ดับไป
ทุกข์นะ รู้ไว้ ดับไป

รู้ ให้ ทัน ใจ โดย ไม่ ต้อง ทำ อะ ไร

ทุกอย่าง
มันเกิด มันอยู่ มันจบ
ด้วยตัวของมันเอง ไม่ว่าจะมีเราหรือไม่

… ศาสนาพุทธจึงสอนว่า …

ทุกข์มีไว้รู้ ไม่ได้มีไว้ดับ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

“สำรวจว่าเรามีศีลบริบูรณ์ไหม ศีลไม่บริบูรณ์อย่ามาพูดเรื่องกัมมัฏฐานเลย ถือศีลเป็นเครื่องขัดเกลากิเลสหยาบที่สุดก็ยังทำไม่ได้ จะมาขัดเกลากิเลสที่ละเอียดได้อย่างไร” [ประมวลธรรมเทศนา ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช หน้า 51]

อ่านข้อความสีม่วงนี้แล้วรู้ตัวขึ้นมา “ไอ้เอ้ แกอย่าเพิ่งไปอยากวิปัสนาอะไร เอาแค่ถือศีลห้าให้บริสุทธิ์ก่อน”

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 8:07 am
Comments :1
 
 

คัดกรอง ‘รักแท้’ ออกจาก ‘รักใคร่’

ท่านหลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ บอกว่า “ศีลห้า” ไม่ใช่ข้อห้าม 5 ข้อ แต่คือ “หลักประกันความสุขห้าประการ” ฉันได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้จากคอลัมน์ Mind Training ของหนูดี ตอน ทอล์คโชว์ศีลห้า แล้วก็มาติดใจเนื้อหา … 

หลักประกันความสุขข้อที่สาม

“ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการประพฤติผิดในกาม ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะบ่มเพาะความรับผิดชอบ และการเรียนรู้วิธีที่จะปกป้องความมั่นคงและความซื่อสัตย์ของปัจเจกบุคคล คู่สมรส ครอบครัว และสังคม

ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวมีเพศสัมพันธ์ โดยปราศจากซึ่งความรัก และการมีพันธสัญญาระยะยาวต่อกัน หากแต่จะเคารพในพันธสัญญาของตัวเองและผู้อื่น เพื่อถนอมความสุขของตนเองและผู้อื่นไว้

ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างตามกำลังความสามารถ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตลอดจนปกป้องไม่ให้คู่สมรสและครอบครัวต้องแตกแยก เนื่องจากการประพฤติผิดในกาม”

หลักประกันข้อนี้ตีความศีลข้อที่สามได้อย่างแจ่มแจ้ง พร้อมทั้งบอกแนวทางการปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน

ฉันเชื่อว่าความสามารถในการคัดกรองประเภทของความรัก ช่วยให้เราแยกแยะ ”รักแท้” ที่ไม่เคยเรียกร้องอะไร ออกจาก “รักใคร่” ที่มีแรงดึงดูดชั่วคราวจากราคะได้

“รักแท้” ไม่เคยทำร้ายใคร
แต่ “รักใคร่” เป็นต้นเหตุของการทำร้ายจิตใจ

เราสามารถโอบกอดกัน
เพื่อถ่ายเทมิตรภาพและความอบอุ่นใจ
โดยไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร

… ตราบเท่าที่ …

เรายังคงรักกัน
บนรากฐานของความเมตตาและปรารถนาดี

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On May 26, 2009
At 11:16 am
Comments : 0
 
 

อภัยให้ตัวเองง่ายๆ … ไม่ได้จริงๆ

วันก่อนนั้นเพื่อนร่วมโ่ลกของฉัน เปรยว่าน้อยใจในโชคชะตา
เธออยากพบ … คนที่ฟ้าไม่เคยส่งมา

ฉันฟังแล้วไม่รู้จะตอบหรือปลอบอย่างไร
จึงได้แต่เงียบและจมหายอยู่ในความหลังของตัวเอง
ฉันคิดถึง … แต่ละคนที่ฟ้าส่งมา

ทุกเรื่องในโลกนี้
… มันจะพอดี เมื่อเราพอใจ …

+ + + + + + + + + + + + + + +

ได้อ่านบทสัมภาษณ์ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ในนิตยสารซีเคร็ต ฉบับล่าสุด ปีที่ 1 ฉบับที่ 22 เกี่ยวกับชีวิตของคุณหมอ ทัศนในการทำงาน และการดำเนินชีวิต อยากขอหยิบบางส่วนเกี่ยวกับการครองคู่มาให้อ่านกัน

คุณหมอมีข้อแนะนำอะไรในการเลือกคู่ครองคะ

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่ธรรมะจัดสรรหรือกรรมกำหนด เราทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น เพราะฉะนั้นหมอไม่พยายามเอาอารมณ์มานำ ตอนคบกันหมอจะไม่มีความรู้สึกเลยว่า ฉันต้องแต่งงานกับเขาให้ได้ แต่คิดว่าถ้าใช่คู่คือใช่ พอเข้าใจอย่างนี้จะรู้ว่า ความที่ไม่เข้ากันทั้งหมดไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราควรจะทุกข์ เพราะเราทำกันมาอย่างนี้ตั้งแต่ชาติก่อน หมอจะยึดหลักตรงที่พยายามไม่เปลี่ยนเขา เราต้องแก้ที่ตัวเราเอง

คุณหมอมีเคล็ดลับอะไรจึงครองคู่ได้นานกว่า 27 ปีคะ

ไม่ว่าจะทำอะไรในชีวิต ถ้าไม่ใช้อารมณ์ ใช้สติกับปัญญามันก็ไม่มีผลเสีย การครองคู่ส่วนใหญ่เกิดจากอารมณ์ใคร่ ถ้าเราควบคุมตัวเราเองได้โดยใช้สติว่า เรากำลังหาคนที่เป็นเพื่อนทั้งชีวิต เราไม่ได้เลือกคู่เพื่อเพศสัมพันธ์ แต่เลือกคู่ชีวิต เพราะฉะนั้นต้องดูกันนานๆ ต้องดูให้หมดทุกด้าน ความหมายในเชิงธรรมะคือ ดูดีภายนอกแต่แก่นเหม็นหมักหมมก็ไม่ดี

+ + + + + + + + + + + + + + +

ฉันเคยมีทัศนคติที่บิดเบี้ยวเกี่ยวกับความรักและชีวิต ฉันปล่อยให้ความขี้ขลาดบงการชีวิต ฉันตัดสินใจทำเรื่องผิดๆ โดยคิดว่านั่นเป็นทางเลือกที่พอใจและไม่เดือดร้อนใคร กว่าจะมองเห็นว่า ทุกอย่างที่ทำลงไป ไม่เคยเป็นเรื่องที่พอใจได้นาน ก็สายเกินจะแก้ไขได้ และมีบางคนเสียใจ … คนสำคัญที่ฉันมองข้ามไป

ความรู้สึกต่อตัวเอง จึงกลายเป็นหนามแหลมที่คอยทิ่มตำทำร้าย เป็นบาดแผลที่ไม่อาจจะมีใครเยียวยาัรักษาได้ สิ่งที่หลอกหลอนใจไม่มีอะไรมากไปกว่า … ความทรงจำร้ายๆ

ไม่มีเรื่องใดในโลกนี้ที่คนเราให้อภัยกันไม่ได้

… แต่ …

บางเรื่องที่ประชดตัวเองเพื่อความสะใจ
กลายเป็นผลลัพธ์ที่อภัยให้ตัวเองง่ายๆ … ไม่ได้จริงๆ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 9:56 am
Comments : 2
 
 

เหนือฟ้ายังมีฟ้า

นี่คงเป็นช่วงดวงดีของเจ้าหมึก นอกจากเรื่องเรียนที่ราบรื่นสบายๆ ก็ยังมีโอกาสทำกิจกรรมเสริมดีๆ ผ่านเข้ามาด้วย เพราะคุณครูสอนเปียโนมาขอตัวเจ้าหมึก ให้ไปซ้อมร่วมกับวงอิเล็คโทน โดยจะส่งวงนี้ลงแข่งรุ่นเล็ก (9 ขวบ) ของ Yamaha ตอนปลายปี 2552

ได้ข่าวมาจากครูสอนเปียโนว่า ครูแขกที่เป็นหัวหน้าวงอิเล็คโทน น่ารัก เอาจริงเอาจัง และเนี๊ยบสุดๆ ปีที่แล้ววงรุ่นเล็กที่ครูแขกเป็นผู้คุมก็ชนะเลิศ จึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจในการพัฒนาตนเองของหมึก เพราะการเล่นเป็นวงที่มี “วาทยากร” ถือไม้บาตองคุมวงนั้น หมึกจะได้รับประสบการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น การสื่ออารมณ์เพลง ฯลฯ

ฉันไม่ได้สนใจเรื่องการแข่งขัน แต่คิดว่านี่เป็นโอกาสพัฒนามนุษยสัมพันธ์ หมึกทำอะไรคนเดียวมาตลอด และมั่นใจว่าตัวเองเก่งสุดๆ ฉันอยากให้หมึกยอมรับความสามารถของคนอื่นบ้าง

การเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์
เป็นการสร้างภูมิต้านทานความผิดหวัง

ในโลกแห่งความเป็นจริง … เหนือ ฟ้า ยัง มี ฟ้า เสมอ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

คุณครูเอที่สอนเปียโนถามความสมัครใจ

หมึกอยากเข้าร่วมวงอิเล็คโทนไหมครับ

ไม่ครับ

อ้าวทำไมล่ะ

เรียนกับครูเอก็ดีอยู่แล้ว อยากเรียนกับครูตลกๆ

แปลว่าครูเอตลกเหรอ

ครับ ครูเอตลก

อิเล็คโทนวงเล็กที่จะลงแข่งปลายปีคนไม่ครบ ครูแขกให้ครูเอเลือกคนเพิ่ม ครูเออยากให้หมึกเข้าวงไปเล่นกับเพื่อนๆ แล้ววันอาทิตย์บ่ายเราก็ยังเรียนเปียโนด้วยกันเหมือนเดิม

ครับ เล่นก็ได้

บทจะตกปากรับคำ พ่อหนุ่มน้อยก็ตัดสินใจได้ โดยไม่ต้องหว่านล้อมกันมากมาย เข้าใจเหตุผลง่ายจนฉันแปลกใจ เพราะปกติแล้วเรื่องที่หมึกไม่เต็มใจส่วนใหญ่จะพูดยาก

สรุปว่าปีนี้เป็นปีแห่งกิจกรรมเสริม โดยจะลงแข่งทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และวงอิเล็คโทน แต่สละสิทธิ์เข้าโครงการพหุปัญญา Go Genius เพราะการทำอะไรให้ได้ดีต้องใส่ความตั้งใจเต็มที่ ถ้าอยากจะทำทุกอย่างเดี๋ยวพังไม่เป็นท่า

ธรรมชาติสร้างสมดุล
โดยบังคับให้เรา ต้องเลือกทำบางอย่าง ต้องเลือกคบบางคน
ถ้าเราฝืนโดยการไม่เลือก ผลลัพธ์ไม่เคยออกมาดี

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On
At 8:36 am
Comments : 0
 
 

คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ

ลูกค้าใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ห้องชั้นสอง เป็นชาวอุซเบกิซถาน อายุ 19 ปี ละอ่อนน้อยน่ารัก สามีหล่อนเอามาฝากฝังให้ฉันช่วยดูแล แล้วบินไปทำธุรกิจที่เกาหลี 1 เดือน จะกลับมาปลายเดือนหน้า 

เมื่อวานพาหล่อนไปช็อปปิ้งข้าวของจำเป็นที่โลตัส หล่อนพูดได้ 5 ภาษา ฉันพูดได้ 3 ภาษา แต่มีภาษาที่ใช้สื่อสารกันได้อย่างกระท่อนกระแท่นแค่ภาษาเดียว คือ ภาษาอังกฤษ เพราะสำเนียงของเราไม่เหมือนกัน กว่าจะคุยรู้เรื่องแต่ละอย่างเล่นเอาเหงื่อตก

… ข้อคิดวันนี้ …

จำนวนภาษาที่พูดได้ ไม่สำคัญเท่า ภาษาเดียวที่คุยกันเข้าใจ

คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณจริงๆ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On May 25, 2009
At 7:36 am
Comments : 0
 
 

โออิชิ กับ น้ำจิ้ม 3 บาท

ตอนเย็นหกโมงกว่าๆ เดินผ่านร้านโออิชาราเมงสาขาเซ็นทรัลพระราม3 เห็นซูชิสำเร็จรูปหน้าร้านชวนรับประทาน เลยซื้อซูชิชิ้นเล็กๆ 3 ชิ้น ซูชิเทมปุระแท่งยาว 1 ชิ้น และแบบกรวยใหญ่อีก 1 ชิ้น ให้พนักงานใส่ถุงกลับบ้าน รวมแล้วราคา 124 บาท

พนักงานให้น้ำจิ้มซูชิเล็กๆ 1 ซอง และให้วาซาบิเล็กๆ 1 ซอง ฉันมองแล้วคงไม่พอกับปริมาณซูชิที่ซื้อไป จึงบอกพนักงาน …

น้องคะ พี่ขอน้ำจิ้มซูชิเพิ่มอีก 1 ซอง

ขายซองละ 3 บาทนะคะ

อ้าว พี่ซื้อซูชิที่นี่ ทำไมต้องขายน้ำจิ้มอีก

เพราะมันเป็นกฏค่ะ ซื้อซูชิ 1 - 4 ชิ้น ได้น้ำจิ้ม 1 ซอง
ถ้าซื้อซูชิ 5 - 6 ชิ้น จะได้วาซาบิด้วยอีก 1 ซอง

พี่ซื้อซูชิแบบกรวยชิ้นใหญ่นะคะ น้ำจิ้มแค่นี้ไม่พอ

ให้ไม่ได้ค่ะ (ถึงตอนนี้ฉันเริ่มไม่ค่อยสบอารมณ์แล้ว)

ถ้าพี่ซื้อซูชิเล็กๆ โดยไม่ซื้อแบบกรวย พี่จะได้น้ำจิ้ม 1 ซอง ใช่ไหมคะ

ใช่ค่ะ

ถ้าพี่ซื้อซูชิแบบกรวยโดยไม่ซื้อซูชิเล็ก พี่จะได้น้ำจิ้ม 1 ซอง ใช่ไหมคะ

ใช่ค่ะ

แล้วทำไมให้น้ำจิ้มพี่ 2 ซองไม่ได้
ถ้ามีปัญหาก็คิดเงินแยกบิลให้ด้วยค่ะ จะเอาน้ำจิ้ม 2 ซอง

น้องแคชเชียร์ทำหน้ามึน ผู้จัดการร้านที่ยืนฟังบทสนทนาตลอด ส่งสัญญาณให้น้องแคชเชียร์หยิบน้ำจิ้มให้ฉัน เพราะฟังจากเหตุผลที่ฉันยืนยันก็น่าจะพอฟังขึ้น น้องแคชเชียร์หยิบน้ำจิ้มฉันให้แบบไม่ค่อยเต็มใจ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันระเบิด

ขอวาซาบิคืนด้วยค่ะ

น้องคะ โออิชิกำไรเยอะมาก กับแค่น้ำจิ้ม 3 บาท ทำไมมีปัญหานัก

ผู้จัดการร้านทำ่ท่าส่งสัญญาณไม่ให้น้องแคชเชียร์พูดต่อ

ฉันกำลังคิดว่า ถ้ายังไม่จบเรื่อง ฉันจะขอ ชื่อ-สกุล พนักงาน แล้วเขียนอีเมล์ไปถามคุณตันผู้บริหารโออิชิ อยากทราบว่าทำโฆษณาพาลูกค้า “ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งค์กับโออิชิ ภาค2″ ยังทุ่มทุนทำได้ แล้วทำไมบริหารต้นทุนแบบยอมเสียลูกค้าเพราะน้ำจิ้ม 3 บาท ในขณะที่ฉันแน่ใจว่าไม่ได้ขอน้ำจิ้มเกินกว่าปริมาณอาหารที่ฉันซื้อ

ฉันไม่ใช่คนร้ายกับใคร แต่สิทธิ์ที่พึงมีพึงได้ … ไม่ยอมเหมือนกัน

Filed under : ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น
By admin
On May 23, 2009
At 10:42 pm
Comments : 5
 
 

ชีวิตที่มีภูมิต้านทานน้อย

สองวันก่อนได้อ่านข่าวเด็ก ป.6 ติดเกมส์ โดดตึกฆ่าตัวตาย ท่ามกลางสายตาเพื่อนและคุณครู แถมก่อนตายยังส่ง SMS ร่ำลาเพื่อน จากมือถือของตัวเองในคืนก่อนนั้น เรียกได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แบบมีการไตร่ตรองวางแผนล่วงหน้า

ในเนื้อข่าวคุณครูระบุว่าเป็นเด็กเงียบๆ และเรียนดี คุณพ่อเป็นตำรวจต่อว่าเรื่องติดเกมส์จนเด็กคิดสั้น โดดตึกฆ่าตัวตาย คุณพ่อก็ได้แต่กอดศพร่ำไห้

เรื่องราวแบบนี้อย่าไปโทษว่าเป็นความผิดใคร คุณพ่อก็ทำตามหน้าที่ แม้ว่าอาจจะต่อว่าและใช้อารมณ์รุนแรงไป ตัวเด็กเองก็อยู่ในวัยอ่อนประสบการณ์ จึงคิดหนีปัญหาอย่างง่ายๆ โดยลืมนึกถึงความหวังดีที่คุณพ่อมอบให้ จึงเกิดเรื่องราวที่น่าสลดใจ

สิ่งมีชีวิตยุคนี้เติบโตมาแบบภูมิต้านทานน้อย พอมีเรื่องกระทบก็อ่อนไหว ไม่ค่อยผิดหวัง ไม่โดนขัดใจ พอมีเรื่องสะกิดก็คิดอยากหนีอยากตาย โดยเข้าใจว่าเป็นการแก้ปัญหาให้พ้นไป อ่านข่าวนี้แล้วฉันพยายามจะมีความอดทนอดกลั้น เวลาที่ต้องพูดคุยกับใครๆ

อย่าลืมว่าทุกคนต้องการความจริง

… แต่ …

บางครั้งการพูดตรงๆ สำหรับบางคนอาจจะแรงไป

ความจริงในรูปแบบที่นิ่มนวล
มักช่วยให้ปัญหาคลี่คลายไปในทางที่ดีีได้
ผิดหวังก็ยังพอทนไหว ขัดความต้องการก็ยังพอรับได้

ปฏิเสธ ตักเตือน ต่อว่า … อย่างถนอมน้ำใจ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 5:56 pm
Comments : 0
 
 

แม่และเด็กยุคนี้ใครว่าง่าย

เปิดเทอมมาได้เพียงแค่ 1 สัปดาห์ ฝนตกแบบเทน้ำเทท่า เหมือนงานของหมึกที่ไหลมาเทมา ฉันได้รับจดหมายจากโรงเรียน 3 ฉบับ ไล่เลี่ยกัน

  • ฉบับที่ 1 ชี้แจงเกี่ยวกับ ตารางเรียนพิเศษวิชากิจกรรมวันเสาร์ ให้เด็กๆ เลือกลงทะเบียนเรียนตามใจชอบ (ฉบับนี้เสียตังค์)
  • ฉบับที่ 2 แจ้ง เรียนเสริมวิชาคณิตศาสตร์ สัปดาห์ละ 4 วัน 16.00 - 17.00 น. เพราะทางโรงเรียนจะส่งหมึกเป็นตัวแทนไปแข่ง (ฉบับนี้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • ฉบับที่ 3 แจ้ง เรียนเสริมวิชาภาษาอังกฤษ สัปดาห์ละ 4 วัน 16.00 - 17.00 น. เพราะหมึกมีผลการเรียนภาษาอังกฤษในเกณฑ์ดีมาก ทางโรงเรียนคัดให้เข้าโครงการ Go Genius เพื่อพัฒนาความรู้แบบพหุปัญญา Multiple Intelligence  (ฉบับนี้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย)

เด็กคนเดียวจะให้แยกร่าง ไปเรียนสองวิชาพร้อมกัน สัปดาห์ละ 4 วัน (จันทร์ - พฤหัส) หลังจากเหนื่อยกับการเรียนมาทั้งวัน และมีการบ้านประจำวันที่ต้องทำอีกเต็มกระเป๋า การบ้านคณิตศาสตร์คุมอง การบ้านภาษาอังกฤษคุมอง ที่ต้องทำวันละ 2 ชุด และเปียโนที่ต้องซ้อมวันละ 20 นาที

ตารางเรียนที่ศูนย์คุมอง 3 วัน (อังคาร พฤหัส ศุกร์) 17.00 - 18.30 น.
ตารางเรียนเปียโน 1 วัน (อาทิตย์) 15.00 - 15.30 น.

เจอตารางเรียนแน่นขนัดซ้อนกันแบบนี้ กลุ้มใจไม่รู้จะเลือกทางไหน เลยถามความคิดเห็นเจ้าตัว เพราะถ้าจะทำทุกอย่างคงไม่ไหว

หมึกครับหมึกอยากเรียนอะไร

อยากเรียน “โขน” วันเสาร์ที่โรงเรียนครับ

เฮ้ย งานเยอะจะตายแล้ว ไม่ไหวมั๊ง

ไหวครับ อยากเรียนโขน เห็นเขาเต้นลิงสวยมากนะคุณแม่

แม่ขอเถอะ วันเสาร์ให้แม่พักนะ หมึกเองก็ต้องมีวันพักบ้าง

ก็ได้ แล้วคุณแม่จะตอบจดหมายคุณครูยังไง

หมึกอยากสอบแข่งคณิตศาสตร์รึเปล่า

อยากครับ หมึกจะลงสอบ

งั้นตอนเย็นเรียนคุมองเหมือนเดิม แล้วขอโจทย์เลขคุณครูมาติวเองที่บ้าน ส่วนภาษาอังกฤษปฏิเสธไป เพราะการบ้านวันธรรมดาก็ทำไม่ทันแล้วนะ หมึกว่าดีไหม

โอเคครับ ตามนั้นเลย

เป็นเด็กสมัยนี้ใครว่าง่ายฉันเถียงขาดใจ แล้วเป็นแม่เด็กสมัยนี้ ก็ไม่ใช่แค่สั่งให้ทำการบ้าน แต่ต้องลงไปคลุกคลีไปเรียนด้วย ต้องรื้อฟื้นความรู้ใหม่ ต้องไปทบทวนการผันอักษรต่ำ คำเป็น คำตาย วิทยาศาสตร์ สังคม และอื่นๆ อีกมากมาย

ไม่ต้องสงสัยถ้าฉันเงียบๆ หายๆ ช่วงนี้วุ่นวายกับเด็กอย่างที่เล่าไป

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On May 22, 2009
At 10:24 pm
Comments : 0
 
 

ธรรมะคัดสรร

คนที่มีโอกาสได้ติดต่อกับฉันด้านธุรกิจ มักสืบสานความสัมพันธ์เป็นมิตร หรืออย่างน้อยก็ยังพูดได้ว่าไม่ผิดใจ แม้ในยามที่ธุรกิจมีอันต้องจบไป เพราะฉันคิดว่าสิ่งสำคัญ คือ มิตรภาพและความจริงใจ

ตกลงธุรกิจกันไม่ได้ในวันนี้ จบลงด้วยดียังมีโอกาสเริ่มใหม่

หนึ่งปีครึ่งที่เขาหายไป วันนี้โทรกลับมาน้ำเสียงสดใส หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นโผล่มาที่ออฟฟิศ ตกลงธุรกิจกันได้ฉับไว ในเวลาไม่ถึงสิบนาที ง่ายดายจนฉันเองยังแปลกใจ ลูกค้าหลายรายที่วนกลับมาก็เป็นอย่างนี้ ทุกคนพูดเหมือนกันเวลาคุยกับฉัน “คุยง่ายและตรงไปตรงมาดี”

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

มานั่งคิดเกี่ยวกับหลายเรื่องในชีวิต คงไม่ใช่เพราะฉันฝ่ายเดียวที่ทำให้ความสัมพันธ์มันง่าย เรื่องแบบนี้มีรับมีให้ แม่เคยบอกว่ามันเป็นหลักการ “ธรรมะคัดสรร” อยากเจอคนแบบไหน ก็ให้ทำตัวแบบนั้น

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On May 20, 2009
At 4:58 pm
Comments : 0
 
 

กุญแจที่เธอมิได้คืนให้

ระหว่างความสัมพันธ์ของเธอกับเขามีประตูสองบาน
บานหนึ่งเป็นของเธอ บานหนึ่งเป็นของเขา

ในวันที่ทุกอย่างราบรื่นดี
เธอก็มีกุญแจของเขา เขาก็มีกุญแจของเธอ 

… แล้ววันหนึ่ง …
เธอก็จากไปพร้อมกับกุญแจของเขาที่เธอมิได้คืนให้
กุญแจของเธอเขาก็ยังเก็บไว้รอเจ้าของมารับคืนไป

บางคนไม่กล้าพอที่จะจบความสัมพันธ์
แต่ใจแข็งพอที่จะเดินจากไป

… นั่นเป็นบทเีรียนที่เขาจำได้ …

เขายังคงเปิดประตูออกมาพบเจอเพื่อนใหม่
แต่ไม่เคยให้กุญแจดอกที่สองกับใคร

เขาไม่ได้หวังให้เธอเปลี่ยนใจ
แค่กลัวว่าวันหนึ่งเธออาจจะนึกสนุกเปิดประตูเข้ามาทักทาย
โดยลืมไปว่านั่นสามารถทำร้ายจิตใจ … ใครอีกคนที่มาใหม่

ถ้ารู้ว่าเธออยู่ที่ไหน
อยากคืนกุญแจให้ และอยากได้กุญแจคืน

เหตุผลอาจไม่จำเป็น
แต่คนเราควรจัดการอะไรให้มันชัดเจน

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On May 19, 2009
At 7:55 am
Comments : 0