Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

เนื้อคู่

พี่ดูดวงเค้า แล้วบอกหนูมาตรงๆ เลย ว่าเค้าเป็นเนื้อคู่ของหนูรึเปล่า? ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กัน หนูจะได้เลิกกับเค้า

คบกันมานานแค่ไหนแล้วคะ

2 ปีค่ะ

แล้วหนูรักเค้าไหม?

เค้ารักหนู ก็ดีกับหนู แล้วเค้าก็ทนหนูได้

ไม่ใช่ค่ะ พี่ถามว่า หนูรักเค้าไหม?

รักมั๊งคะ แต่คงไม่เท่าที่เค้าัรักหนู

แล้วทำไมถึงคิดอยากเลิกกับเค้าล่ะ

แม่ของหนูไม่ชอบเค้า แต่หนูอายุจะสามสิบแล้ว หนูอยากแต่งงาน ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กัน หนูจะได้บอกเลิก ไม่งั้นมันเสียเวลา หนูอยากแต่งงาน หนูไม่อยากอยู่คนเดียวไปจนตาย

ในระยะเวลาเพียง 5 นาที เธอพูดประโยคนี้สองครั้ง “หนูอยากแต่งงาน” นั่นทำให้ฉันสงสัยว่า ผู้หญิงวัยใกล้สามสิบที่นั่งอยู่ตรงหน้า กำลังมองว่าการแต่งงานเป็นเส้นชัยในการวิ่งสามขา โดยไม่สนใจว่าผู้เข้าแข่งขันอีกคนที่จะต้องมาผูกขาติดกันเป็นใคร ขอเพียงได้แต่งงานก่อนอายุสามสิบปีเป็นใช้ได้ เธอเหมือนไม่ได้รักเขาสักเท่าใด

ฉันมีความเชื่อว่าเรื่องราวบนโลกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราได้พบกันเพราะมีบุญกรรมที่ทำร่วมกันมา ทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนมีวัตถุประสงค์ แม้จะไม่ใช่เป้าหมายตรงๆ ก็คงจะมีเป้าหมายแฝงบางอย่าง ดังนั้น แค่หันมาสบตาก็ไม่ใช่เรื่องบัญเอิญ

ได้ประสบพบกันถือว่ามีบุญเก่า
ได้คบหากันก็มีโอกาสร่วมสร้างบุญใหม่
ส่วนจะคบกันได้นานแค่ไหน คบกันตลอดรอดฝั่งหรือไม่
ก็ขึ้นกับบุญเก่าและบุญใหม่ที่มีร่วมกันเป็นปัจจัย

แต่ … คนเราไม่ได้เกิดมาเพียงชาติเดียว และในหนึ่งชาติที่เกิดมา ก็ยังทำบุญกรรมร่วมกับคนมากมาย เนื้อคู่จะมีเพียงหนึ่งได้อย่างไร?

“เนื้อคู่” ในความเข้าใจของฉัน
จึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงเพียงคนที่แต่งงานกัน
หากหมายถึงคนที่ได้คบหาได้เกื้อหนุนใจ
ในช่วงระยะเวลาหนึ่งของชีวิต

คนที่แต่งงานกันมานาน 20 ปี แล้วมาเลิกกันในบั้นปลายก็เคยเห็น คนที่แต่งงานกันได้ไม่นาน แล้วฝ่ายหนึ่งประสบเหตุด่วนจากไป ทั้งที่อยู่ร่วมกันได้ไม่กี่ปีก็ยังมี จะบอกว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่เนื้อคู่กันคงไม่ได้ 

เราต่างมีช่วงเวลาแห่งการครองคู่ เมื่อใดมีพบกันเมื่อนั้นมีจากลา
เราล้วนเดินอยู่บนหนทางแห่งการจากพราก
ไม่จากเป็นก็จากตายทางใดทางหนึ่ง

พี่ไม่ทราบว่าเนื้อคู่ในความรู้สึกของหนูเป็นอย่างไร แต่พี่คิดว่าหนูกับเขาคงมีบุญร่วมกัน จึงได้พบได้คบกันมาตั้ง 2 ปี คนเราต้องใช้เวลาเรียนรู้กัน แม้เป็นเนื้อคู่ก็ไม่ได้หมายความว่าหนทางจะราบรื่นไร้อุปสรรค การแต่งงานไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรีบร้อน ใช้เวลาคิด แล้วก็ถามตัวเองดีๆ ว่าชีวิตนี้ต้องการเขาไหม? … ฉันตอบเธอไปอย่างนั้น

Filed under : ห้องโหร
By admin
On March 31, 2009
At 10:48 am
Comments : 0
 
 

มนตราแห่งการนอกใจ

อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน … เป็นอาการทางใจ ที่ทำให้ผู้ประสบภัย อึดอัดแทบตาย ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน ไม่รู้จะปรึกษาใคร เพราะบรรทัดฐานทางสังคมไม่เปิดโอกาสให้ สุดท้ายจึงเลือกที่จะระบายกับหมอดู อย่างน้อยการได้พูดคงทำให้สบายใจ

การนอกใจคล้ายมีมนตรา มันทำให้เธอคิดว่าเจอคนที่เข้าใจ

คนที่สบตา … คล้ายจะเป็นคนที่ใช่กว่า แม้เพียงเวลาสั้นๆ ที่คบหา สองหัวใจก็ตรงกันโดยไม่ต้องพูดจา เพียงแค่ยิ้มให้กันก็สั่นไหว จึงอยากทำทุกอย่าง อยากสร้างตำนานให้อยู่ในการจดจำ อยากทำเพื่อใครอีกคน โดยไม่แคร์ … คนข้างกาย

ไม่มีใครดีไปทั้งร้อย จึงไม่แปลกอะไรที่เธอจะถูกใจใครหลายคน แต่การวางคนสองคนไว้ในตำแหน่งเดียวกัน ในตำแหน่งที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งนั้น มักเป็นที่มาของความกลัว ความระแวงแคลงใจ และไม่อาจทำให้เธอพบความสุขที่แท้จริงได้

ความเห็นแก่ตัว จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของเรื่องโกหกเล็กๆ น้อยๆ เรื่อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ที่ไม่สามารถหาจุดจบได้ง่าย เป็นบาดแผลทางใจ ที่ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในกันและกัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวในความสัมพันธ์

ความหวั่นไหว และความปรารถนา อันเนื่องมาจากกิเลสในจิตใจ
อาจจะทำให้คนธรรมดาก้าวข้ามพรมแดนแห่งศีลธรรมได้
ทั้งที่ไม่ใช่คนเลวมากจากไหน

แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าอยู่บนหนทางที่ไม่ใช่
หนทางที่ความสุขทางใจเป็นภาพลวงตาชั่วคราว
หนทางที่ดวงดาวทำให้ต้องดื่มกินความเจ็บปวดในยามเช้า
ก็ต้องรู้จักก้าวออกมา

อย่า ติด อยู่ ใน มน ตรา แห่ง การ นอก ใจ

ที่ใดมีความอึดอัด อันทำให้จิตใจมัวหมอง
บุคคลที่เกี่ยวข้องก็ต้องหาจุดสมดุลให้ตัวเอง

เธอจึงไม่อาจจะเก็บใครไว้ได้ เหมือนที่ใครๆ ก็ไม่อาจจะเก็บเธอไว้
เราต่างต้องปรับตัวไปสู่จุดที่เบาใจ … ของใครของมัน

ฉันไม่ได้บอกว่าเธอต้องอยู่กับคนเก่า ไม่ได้บอกว่าเธอต้องเลิกกับคนใหม่ ไม่ได้บอกว่าเธอควรทำหรือควรหยุดทำอะไร ในหลายๆ สถานการณ์บนโลกใบนี้ ขอเพียงรู้จัก “อยู่เฉยๆ ให้เป็น” มันก็คลี่คลายเองได้

ผิดที่กาย อาจจะ เปื้อนที่ใจ
… แต่ …
อย่ามัวโฟกัสรอยเปื้อนในชีวิตจนลืมที่จะเงยหน้ารับแสงตะวัน
ให้อภัยคนอื่น ให้อภัยตัวเอง เป็นเรื่องที่ควรกระทำ

Filed under : ห้องโหร
By admin
On
At 9:45 am
Comments : 0
 
 

ลูกผู้ชาย … ทำได้ทีละอย่าง

ไม่ได้พับผ้ามาหลายวัน อันเนื่องมาจากความขี้เกียจ ก่อนนอนคืนนี้เราก็เลยช่วยกัน พับผ้าที่แห้งแล้วกองโตใส่ตู้เสื้อผ้า พับไปคุยไปสักพักฉันก็พบว่า หมึกพับเสื้อได้แค่ 2 - 3 ตัว ก่อนที่มือจะหยุดทำงาน แต่ปากยังเจื้อยแจ้วไม่หยุด

นี่ นี่ มือน่ะทำงานด้วย พับผ้าด้วย อย่าใช้แต่ปากพูดอย่างเดียว

จะทำได้ยังไง หมึกเป็นผู้ชายนะคุณแม่

แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน

ก็ผู้หญิงทำได้หลายอย่างพร้อมกัน แต่ผู้ชายเค้าทำได้ทีละอย่าง

ไม่ต้องมาอ้างเลย เสื้อตัวเองน่ะ พับซะ

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On March 30, 2009
At 10:51 pm
Comments : 0
 
 

มีปัญหาก็ค่อยๆ แก้ไข

นอกจากปัญหาทางบัญชีที่ยังแก้ไ่ม่ตก ยังมีปัญหาือื่นๆ ตามมาติดๆ ในวันจันทร์นี้ มันเป็นมรสุมงานของฤดูกาลไหนเนี่ย?

  • แม่บ้านช่วยเช็ดทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ฉัน แต่ทำ external harddisk ของฉันหล่นโครมลงไปที่พื้น case แตก แผ่นวงจรหลุดออกมาเลย ภายในฮาร์ดดิสก์นั้นบรรจุข้อมูลทางบัญชีทั้งหมดของบริษัท งานนี้ความหวังดีเป็นพิษ
  • ลูกค้าชั้น 4 แจ้งว่าแอร์ไม่เย็น ตามช่างมาดูเบื้องต้น พบว่าน้ำยาแอร์รั่ว แต่ยังซ่อมไม่ได้ เพราะรถของช่างติดม็อบเสื้อแดง จะมาซ่อมให้พรุ่งนี้
  • ได้เวลาซ่อมบำรุงแอร์ประจำปี มีแอร์จะต้องล้างเกือบ 40 เครื่อง แต่คิวช่างแอร์ยาวมาก น่าจะได้ล้างเดือนหน้า ห้องที่แอร์ไม่ค่อยเย็นคงบ่นกันระงม
  • กองทัพนกพิราบ พากันมาทำรังที่คอมเพรสเซอร์แอร์ ของห้องลูกค้า ชั้น 4 และ ชั้น 5 ออกลูกออกหลานกันใหญ่ นอกจากนี้ยังเกาะบนหลังคาแล้วถ่ายลงมาที่ชั้นล่างรอบอาคาร ตอนนี้ตามบริษัท Bird Stopper มาวางแผนกำจัดนกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่อยากฆ่ามัน กลัวบาป
  • ช่างมาดูหน้างานบอกว่าต้องตั้งนั่งร้านรอบอาคาร แล้วติดตั้งเหล็กหนามๆ ทุกจุดที่นกเกาะได้รอบอาคาร งานนี้ยังไม่ส่งงบประมาณมา ก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ
  • ตามหนี้ลูกค้ารายนึงมา 2 เดือน ต่อรอง ผัดผ่อน ยืดเวลา ประนีประนอม ทำทุกอย่างแต่ก็ยังยังเคลียร์ไม่ได้ ลำบากใจสุดๆ ตอนนี้ถึงขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เสียเวลา และไม่อยากทำเลย แต่คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว
  • ช่วงสงกรานต์ รปภ. กะกลางวัน และแม่บ้าน ขอลางานกลับบ้านหลายวัน ดังนั้น สงกรานต์นี้ใครผ่านมา คงเห็นฉันยืนสาดน้ำอยู่หน้าอาคาร ทำงานและเล่นสงกรานต์ไปพร้อมๆ กัน
  • มีนายหน้ามาติดต่ออยากจะซื้ออาคาร เจ้านายฉันก็ทำท่าว่าจะขายถ้าได้ราคาที่เสนอไป ภายใน 6 เดือนข้างหน้า ถ้าเขาตกลงกันได้ นอกจากฉันจะต้องหางานใหม่ ก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ เปลี่ยนชีวิตกันไปทั้งแพ็คเกจ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

สิ่งที่แน่นอนที่สุดในชีวิตนี้ คือ ความไม่แน่นอน

อย่ากังวลอะไรให้มากเกินไป มีปัญหาก็ค่อยๆ แก้ไข
ถ้าทุกวันนี้ “กินอิ่ม นอนหลับ และขับถ่ายคล่อง”
ก็ไม่ต้องตีตนไปก่อนไข้ ถึงเวลามันก็มีทางไป

ปล. นี่ฉันกำลังปลอบใจตัวเองเหรอเนี่ย

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On
At 2:48 pm
Comments :1
 
 

มึนไปเหมือนกัน

ผู้สอบบัญชีแจ้งมาว่าเงินของบริษัทที่มีปรากฏตัวเลขทางบัญชี ไม่เท่ากับเงินที่มีอยู่จริงในธนาคาร ปิดบัญชีประจำปีไม่ได้ ผู้สอบบัญชีจึงลงบัญชีว่า เงินจำนวนนั้นที่ขาดหายไปนั้น เป็น “เงินสดย่อย” ที่ฉันถืออยู่ในมือ

ปัญหา คือ เงินสดย่อยจริงๆ ที่ใช้หมุนเวียนกัน มีอยู่ที่ฉันแค่สองหมื่นนิดๆ ส่วนเงินจำนวนเก้าแสนกว่าๆ ที่เขาแทงบัญชีว่าอยู่กับฉันนั้น ฉันไม่เคยได้สัมผัสมันเลย

ผู้สอบบัญชีเขาว่า วิธีที่ง่ายที่สุด คือ ให้ฉันหาบิลรายจ่ายก้อนใหญ่ๆ สักก้อนมา้ล้างหนี้ หรือใส่เงินสดเข้าไปในระบบของบริัษัทให้ครบตามจำนวน แต่จะบ้าเหรอ ฉันจะสร้างบิลรายจ่ายก้อนใหญ่ๆ ขึ้นมาเองได้ยังไง แล้วฉันก็ไม่ได้เอาเงินตรงนั้นไปสักหน่อย เจอแบบนี้มึนไปเหมือนกัน

ฉันแน่ใจว่าฉันเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ครบถ้วน จึงเสนอให้รื้อบัญชีมากระทบตัวเลขกัน ตั้งแต่เปิดบริษัท ปี 2547 เพื่อหาว่าเงินจำนวนนั้นมันหายไปไหน หรือไปอยู่ที่ใคร แต่ไม่ได้อยู่ที่ฉันแน่ๆ

งานนี้คงต้องใช้เวลาหลายวัน … ปวดหัว เครียดว่ะ

+ + + + + + + + + + + + + + +

สูดหายใจลึกๆ
หายใจเข้าก็ให้รู้ว่าเข้า หายใจออกก็ให้รู้ว่าออก

(บอกตัวเองซ้ำหลายรอบแล้วนะเนี่ย)

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On March 29, 2009
At 10:08 pm
Comments : 5
 
 

พักผ่อนนั้นอยู่ที่ใจ

หลังจากดู “ก้านกล้วย 2″ ที่สยามพารากอนกับหมึก ฉันก็แวะไปหาพ่อกับแม่ที่บ้าน เพราะเด็กแผนสูงจะไปค้างคืนที่นั่น ส่วนฉันแค่จะไปอาศัยรับประทานอาหารเย็น

ทีแรกว่าจะกลับหลังอาหาร แต่แม่ชวนนั่งดูหนังเกาหลี “ลีซาน” แม้ฉันจะไม่ค่อยได้ดูละครพวกนี้ แม่ก็ช่วยสรุปความเป็นมาให้ในช่วงพักโฆษณา ลีซานเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ฝ่าบาทจะปลดองค์รัชทายาททำไม และอีกหลายคำถามที่แม่ช่วยให้ความกระจ่าง จนดูต่อได้ไม่มึนงง

มารู้สึกตัวอีกทีตอนลีซานจบเกือบสองทุ่ม เลยอาบน้ำอาบท่าค้างซะที่นี่ แล้วค่อยกลับเช้าวันพรุ่งนี้ น่าจะเป็นโอกาสดี

มานอนค้างคืนบ้านนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
- ก็ นาน จน จำ ไม่ ได้ -

หมึกขึ้นไปนอนที่ชั้นสองในห้องของพ่อกับแม่ ส่วนฉันเลือกนอนในห้องทำงานชั้นล่าง แม้จะมีห้องนอนของตัวเองอยู่ชั้นบน เพราะห้องทำงานมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ แล้วพอง่วงจนทำงานไม่ไหว ก็ไม่ต้องไปหาที่นอนไกล ข้างโต๊ะคอมพ์ก็มีตั่งนอนเล่นอยู่ใกล้ๆ สมัยเรียนก็อาศัยนอนในห้องทำงานบ่อยไป

คืนนี้ไม่ได้เตรียมการ ไม่มีหนังสือมาอ่าน ไม่มีงานมาทำ ได้อยู่เงียบๆ คนเดียวกับตัวเอง ในห้องที่คุ้นเคยที่สุด ทำให้จิตใจเบาสบาย ความรู้สึกตึงเครียดต่างๆ ก็คล้ายถูกปัดเป่าให้จางหาย

… ฉัน เริ่ม เข้า ใจ …
แท้จริงแล้วการพักผ่อนไม่ได้หมายความว่าต้องเดินทางไกล
พักผ่อนนั้นอยู่ที่ใจ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On March 28, 2009
At 8:55 pm
Comments : 3
 
 

บ้านเดียวกันเหรอ?

เมื่อตอนบ่ายไปดูหนังเรื่อง “ก้านกล้วย 2″ กับหมึกสองคน ที่สยามพารากอน แล้วจะลงลิฟท์มารับประทานอาหารที่ชั้นล่างสุด ผู้คน 10 กว่าชีวิตล้นหลามแน่นลิฟท์ โดยมีเราสองคนยืนอยู่หน้าสุดตรงปากประตู

เมื่อลิฟท์เคลื่อนมาถึงชั้น 1 และประตูเปิดออก หมึกเดินก้าวนำออกไปด้านนอกอย่างมั่นใจ แล้วเรียกฉันให้ตามอออกไป

คุณแม่ครับ ออกมา ชั้นนี้มันชั้นล่างสุดแล้ว

ฉันเดินตามหมึกออกไป แต่เฉลียวใจหันหลังกลับมาดู ผู้คนอีก 10 กว่าชีวิตในลิฟท์ ไม่มีใครขยับเขยื้อน และบางคนทำท่าทางให้ทราบว่า ยังลงไปชั้นที่มันล่างกว่าชั้นนี้ได้อีก

กลับมา กลับเข้ามา มันยังลงได้อีก

อ้าว เหรอ คุณแม่รู้ได้ยังไง

นี่ ดูที่แผงนี้ มันยังมี ชั้น G กับ ชั้น M เห็นไหม

อ๋อ เหรอ ไม่รู้เลยนะเนี่ย

หมึกเนี่ย บ้านน๊อก บ้านนอก

คุณแม่ครับ เราก็คนบ้านเดียวกันไม่ใช่เหรอ

ทั้งลิฟท์เงียบกริบไป 2 วินาที ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะเริ่มหัวเราะ แล้วทั้งลิฟท์ก็พร้อมใจกันฮาลั่นตอนที่ประตูลิฟท์เปิดออก ฉันกึ่งจูงกึ่งลากเจ้าหมึกออกจากลิฟท์ด้วยความอาย

… ไอ้ลูกคนนี้มันน่าจริงจริ๊งงงงง …

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On
At 5:26 pm
Comments :1
 
 

ว่าน กับ เชน (2)

วันเสาร์นี้ว่านหยุดงานรึเปล่า

หยุดนะ

ไปดูหนังกันไหม

เสาร์นี้ว่านนัดกับแจนจะไปหอศิลป์ เพราะที่หอศิลป์มีนิทรรศการภาพเขียนของศิลปินคนโปรดน่ะ

งั้นไม่เป็นไร หนังเพิ่งเข้าใหม่ ยังฉายอีกสองอาทิตย์

อาทิตย์หน้ามีวันหยุดยาวติดกันสามวัน ไปเที่ยวทะเลกันนะ

ผมมีงานต้องพาลูกค้าไปอยุธยา

แล้วถ้าเลื่อนไปอีกอาทิตย์นึงล่ะ ค้างแค่คืนเดียวก็ได้

ช่วงนี้มีงานต้องพาลูกค้าออกต่างจังหวัดบ่อย ผมเหนื่อยแล้วก็อยากพัก แค่ไปดูหนัง แล้วหาอะไรอร่อยๆ ทานตอนกลางวันได้ไหมว่าน

ก็ได้ … โอเค

+ + + + + + + + + + + + + + +

ในชีวิตสมรสที่มีเหตุผลและการประนีประนอมเป็นพื้นฐาน
ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นดี … ไม่มีปัญหา

เล็ก เล็ก - น้อย น้อย - นิด นิด - หน่อย หน่อย
 ค่อยสะสมอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

ต่างฝ่ายต่างมองตัวเองเป็นใหญ่ อัตตาแห่งตนเติบโตตามวัย
แต่ภายนอกนั้น … ก็ได้ โอเค ไม่เป็นไร
จนลืมเลือนความต้องการที่แท้ … ก็ได้ โอเค ไม่เป็นไร

พูด บ่อย จน ขึ้น ใจ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 10:30 am
Comments : 0
 
 

Vegetarian - มังสวิรัติ

มังสะ (เนื้อสัตว์) + วิรัติ (การงดเว้น) =

มังสวิรัติ (Vegetarian) การรับประทานอาหารแบบงดเว้นเนื้อสัตว์

การรับประทานอาหารแบบมังสวิรัติ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

  1. มังสวิรัติบริสุทธิ์ (Pure Vegetarian) งดเนื้อสัตว์ ไข่ และนม
  2. มังสวิรัติแบบดื่มนม งดเนื้อสัตว์ กับไข่
  3. มังสวิรัติแบบดื่มนมและรับประทานไข่ งดแค่เนื้อสัตว์เท่านั้น

การรับประทานอาหารแบบมังสวิรัติ เป็นการงดเบียดเบียนชีวิต และเป็นการช่วยลดพลังงานในการผลิตอาหารด้วย เนื่องจากเน้นการรับประทานพืชผัก ซึ่งไม่ต้องผ่านขั้นตอนการปรุงที่ยุ่งยาก และมักใช้ความร้อนเพียงเล็กน้อยในการปรุง

กว่าจะกลายมาเป็น เนื้อ หมู ไก่ ฯลฯ ให้เราได้บริโภค สัตว์เหล่านั้นต้องรับประทานพืชผักมากมาย กว่าจะได้เนื้อ 1 กิโลกรัม หากเรารับประทานพืชผักเหล่านั้นโดยตรง ปริมาณพืชผักในจำนวนเท่ากัน ก็สามารถทำให้อิ่มได้หลายชีวิต

ฉันอยากเริ่มต้นรับประทานอาหารมังสวิรัติมานาน แต่ก็เป็นแค่ความอยาก ไม่ได้ลงมือปฏิบัติสักที จนกระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2552 ซึ่งเป็นเพียงวันจันทร์ธรรมดาวันหนึ่ง

ฉันลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับความรู้สึกประหลาด เสียงข้างในบอกตัวเองว่า “วันนี้หละจะเริ่มทานมังสวิรัติ” แล้วมันก็เริ่มขึ้นได้ง่ายๆ อย่างนั้น คล้ายกับว่าถึงเวลาของมันแล้ว

ฉันเลือกเป็นมังสวิรัติกลุ่มที่ 3 เพราะการรับประทานไข่ไม่ได้ฆ่าไก่ และการดื่มนมไม่ได้ทำให้วัวตาย นอกจากนี้แคลเซียมก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกยุคทุกสมัย

ฉันรับประทานอาหารมังสวิรัติมาแล้ว 5 วัน (23/3/52 - 27/3/52) ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องยากลำบาก หรือต้องฝืนใจ กลับรู้สึกสดชื่น แจ่มใส อารมณ์ดี กระปรี้กระเปร่า และมีระบบขับถ่ายที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เลยตั้งใจจะทานมังสวิรัติไปเรื่อยๆ ยังไม่มีกำหนดว่านานแค่ไหน

ศีลข้อ 1 แค่ห้ามฆ่าสัตว์ ไม่ได้ห้ามรับประทาน ดังนั้นการงดรับประทานเนื้อสัตว์ ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้หรือแบ่งแยกว่า คนที่ทานมังสวิรัตินั้นเป็นคนที่ดีกว่าผู้อื่น มันก็แค่ทางเลือกรับประทานที่ไม่เหมือนกัน

ชอบทางไหนก็เลือกไปทางนั้น ยังไม่รู้ว่าชอบทางไหน ก็ลองทางโน้นมั่งทางนี้มั่งเป็นไร ถ้าวันหนึ่งฉันกลับมาทานเนื้อสัตว์อีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

สำหรับใครที่อยากหันมารับประทานอาหารมังสวิรัติ แต่ยังกลัวขาดกรดอะมิโนจำเป็น ก็พยายามรับประทานถั่วให้หลากหลาย และอาจจะรับประทานโปรตีนแคปซูลเสริมวันละ 1 เม็ด เพื่อให้ได้กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน

Filed under : ห้องครัว
By admin
On March 27, 2009
At 9:02 pm
Comments : 0
 
 

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงปิดเทอม ประมาณเดือนเมษายน และเดือนตุลาคม ปิดเทอมนี้งานเริ่มแล้วนะคะ ใครที่หมายตาหนังสือเล่มใดไว้ ก็ไปซื้อกันได้ในงานนี้

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37
วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2552
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เมื่อวานเปิดงานวันแรก หน่วยข่าวของฉันรายงานว่า หนังสือใหม่ๆ บางสำนักพิมพ์ให้ส่วนลดกว่า 25% วันนี้ก็เลยตั้งใจจะแวะเวียนไปสำรวจตลาดสักหน่อย

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 8:54 am
Comments : 0
 
 

ว่าน กับ เชน (1)

เป็นอะไรรึเปล่า วันนี้ทำไมว่านไม่ค่อยพูดเลย

เปล่า

ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ ก็บอกผมได้นะ

ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่รู้สึกว่า เราไม่เหมือนเมื่อก่อนตอนเป็นแฟนกันแล้ว

แต่เราก็ยังเข้าใจกันดีไม่ใช่เหรอ

ใช่ เราเข้าใจกันดี แล้วเราก็จะใช้ชีวิตเหมือนเดิม ให้แต่ละวันผ่านไปแบบนี้ใช่ไหมเชน

แล้วว่านอยากได้อะไรมากกว่านี้ ผมไม่เข้าใจ ผมบอกว่านเสมอว่า ถ้าอยากได้อะไรก็ให้บอกผม

ไม่ใช่ว่านอยากได้อะไร แล้วเชนจะซื้อมาให้ มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเชน ถ้าเชนรู้จักสังเกตบ้าง ถ้าเชนละเอียดอ่อนกับความรู้สึกบ้าง เชนก็จะรู้ว่าว่านไม่ได้ต้องการข้าวของอะไรอย่างนั้น

ว่านพูดตรงๆ เลยดีกว่า อ้อมค้อมแบบนี้ผมไม่เข้าใจหรอก

ห้าปีแล้วนะที่เชนไม่เคยเขียนการ์ดให้ว่านสักใบ

ผมจำเป็นต้องเขียนในสิ่งที่ว่านสัมผัสมันได้ด้วยเหรอ
ที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้มันไม่ดีพอใช่ไหม

มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเชน … ช่างมันเถอะ

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On March 26, 2009
At 7:38 pm
Comments : 0
 
 

ฝาโออิชิ กับ ความน่าจะเป็น

เมื่อวานซืนพาหมึกไปวัดราชนัดดาตอนกลางวัน แดดร้อนชนิดที่มนุษย์อาจจะไหม้เกรียมได้ง่ายๆ สองแม่ลูกหันไปเห็นร้านขายน้ำข้างทาง ตรงรี่เข้าไปหยิบ “ชาเขียวโออิชิ” มาหนึ่งขวด แบ่งกันเย็นชื่นใจ

คุณแม่ครับไปญี่ปุ่นกับโออิชิกันไหม

ยังไงอ่ะ

คุณแม่เขียนชื่อที่อยู่ใต้ฝา แล้วส่งไปสิครับ

หมึกส่งขวดโออิชิให้ฉัน ข้างขวดเขียนไว้ชัดเจน “ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งกับโออิชิภาค 2″ หมดเขตส่ง พฤษภาคม 52 ถ้าใครได้รางวัล ก็มีสิทธิ์พาเพื่อนไปได้อีก 3 คน รวมเป็น 4 คน หมึกก็คะยั้นคะยอให้ฉันส่งฝานั้นไป

ในกระเป๋าของฉันมีการ์ดแต่งงานของแอน ก็เลยตัดบางส่วนของการ์ดแต่งงานแอน เขียนชื่อนามสกุลของหมึก ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของฉัน ติดใต้ฝาใส่ซองสีแดง ส่งไปตามที่อยู่ข้างขวด เกิดมาไม่เคยส่งฝาอะไรแบบนี้ แค่นึกสนุกตามที่หมึกเชียร์

ถ้าเราได้คุณแม่จะชวนใครไป

ในฝานั้นเป็นชื่อหมึก ไม่ใช่ชื่อแม่ จะชวนใครไปก็เป็นสิทธิ์ของหมึกครับ

คุณแม่ครับ ทำไมเราไม่กินกันทุกวัน แล้วส่งไปเยอะๆ

ลูกครับ ถ้าไม่มีดวง ส่งกี่ฝาก็ไม่ได้หรอกครับ

เราก็น่าจะมีโอกาสมากขึ้นนะคุณแม่

ในทางทฤษฎีอาจจะใช่ แต่ความจริงก็เป็นอย่างที่แม่บอกหละ

ฉันคิดในใจ ความน่าจะเป็นทางสถิติ ไม่มีทางเอาชนะโชคชะตาได้ แต่การได้ทำอะไรที่แตกต่างไปจากชีวิตประจำวันบ้าง ก็น่าจะมีสีสันดี ตั๋วฟรีไปญี่ปุ่นนั้นโอกาสแทบจะไม่มี แต่ค่าแสตมป์ 5 บาท กับ จินตนาการที่กระเจิดกระเจิงของหมึก ฉันว่าคุ้มแล้วนะ

คุณแม่ครับเมื่อคืนหมึกฝันว่าเราไปญี่ปุ่นกันหละ

ขนาดนั้นเลยนะ 555+

Filed under : ห้องของน้องหมึก, ห้องโหร
By admin
On
At 8:09 am
Comments : 0