Archive for January 6th, 2009

Jan 06

Exercise Memo: 6/01/52

06/01/52 (Day 4/2552)

     08.00 a.m. Cleaning 1 Bedroom, 1 Bathroom, and 1 Porch

ทำความสะอาด R.35 เช็ดตู้เตียงต่างๆ กวาดถูห้องนอน ขัดห้องน้ำ ล้างระเบียง

     10.30 a.m. Wii: My Fitness Coach 30 mins.
                       Focus on: Aerobic & Flexibility
                       using step and yoga mat

โปรแกรมออกกำลังกายวันนี้ เน้นเกี่ยวกับความยืดหยุ่นของร่างกาย และความแข็งแรงของลำตัว หลังจากออกกำลังกายตามโปรแกรม 30 นาที ก็เล่นเกมส์เต้นแบบเชียร์ลีดเดอร์

     11.30 a.m. Wii: All Star Cheer Squad (Practice)
                       Clear 12 basic stages for Rookie
                       Unlock 1 set of Cheer Uniform

การเล่นเกมส์เชียร์ลีดเดอร์นี้ มือขวาถือรีโมท มือซ้ายถือนันช็อค เหมือนถือ “ปอม ปอม” ข้างละอัน แล้วเต้นตามท่าที่กำหนดให้ทัน ใช้ทั้งมือ ทั้งขา ไปทั้งตัว ได้เหงื่อเลยนะ

ผลงานวันนี้ ฉันสามารถเคลียร์ท่าพื้นฐานของมือใหม่ (Rookie) ที่ไม่มีประสบการณ์ ได้ทั้งหมด 12 ด่าน ปลดล็อคชุดเชียร์ลีดเดอร์ใหม่ได้ 1 ชุด พร้อม “ปอม ปอม” ใหม่ 1 คู่

หมายเหตุ ตอนบ่ายโมงแทบจะต้องคลานไปอาบน้ำ

2
comments

Jan 06

เรารักกันได้ โดยไม่ผิดศีลข้อ 3

ฉันเป็นชาวพุทธที่ศึกษาหลักธรรมตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาฯ แต่ก็ไม่ค่อยจะได้เข้าวัดเข้าวา ใส่บาตรในวันเกิดและเทศกาลสำคัญบ้าง และคิดถึงความสงบร่มเย็นของศาสนาเฉพาะเวลาที่ทุกข์ใจสุดๆ อ้างว่างานยุ่ง อ้างว่าไม่มีเวลา อ้างได้สารพัดให้มันดูดี ดูมีใจใฝ่ศาสนา

แล้วฉันก็พบว่าในเวลาที่จิตใจร้อนรุ่ม ยิ่งไปวัดยิ่งร้อนรน ยิ่งสวดมนต์ยิ่งวอกแวก มันคงเหมือนการวิ่งไปอ่านวิธีใช้ถังดับเพลิง ตอนที่ไฟกำลังไหม้ ลนลานเพราะไม่เคยเตรียมการ ไม่เคยรู้วิธีใช้ เพราะชะล่าใจตลอดมา กว่าจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ไฟก็ไหม้วอดวายไปแล้ว

ช่วงหลังๆ มานี้ แม่ดากับแม่แอ๊ดชวนกันไปวัดบ่อย ฉันเองแม้ไม่ได้ไปด้วย ก็ได้รับข้อมูลมากขึ้น ทั้งจากการบอกเล่าและการอ่านหนังสือธรรมะ ฉันเริ่มศึกษาเกี่ยวกับศีลห้า และเข้าใจว่า การรักษาศีลห้าก็เหมือนการป้องกันไฟไหม้ชีวิต

พอเข้าใจศีลห้ามากขึ้น ฉันก็เริ่มมองเห็นความผิดพลาดมากมาย มันผ่านไปแล้วมันแก้ไม่ได้นั่นก็จริงอยู่ แต่การทำผิดในเรื่องเดิมซ้ำๆ ซากๆ แสดงถึงความโง่เขลาเบาปัญญาอย่างไม่น่าให้อภัย

บางอย่างที่ฉันเคยเข้าใจและทำลงไป เพราะเชื่อว่าไม่เดือดร้อนใครและไม่ผิด ความจริงนั้น แม้ไม่ผิดศีล แต่ก็ผิดธรรม ฉันเองจึงไม่ต่างจากศรีธนญชัย ที่ดำเนินชีวิตไปแบบเลี่ยงบาลี แค่ศีลห้ายังต้องตีความหาประโยชน์เข้าตนเอง

อยากก้าวต่อไปอย่างสง่างาม
ต้องยอมรับความผิดที่เคยทำให้ได้ก่อน

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

คนมักตีความศีล ข้อ 3 (กาเมฯ) ว่าจะผิดก็ต่อเมื่อ มีการล่วงความสัมพันธ์ทางกาย โดยไม่รวมถึงการผูกสมัครรักใครทางใจ

“ทั้งที่ความจริงแล้ว ทางโลกว่าไม่ผิดศีล แต่ในทางธรรมถือว่าผิด เพราะทำให้ปฏิบัติธรรมไม่ได้มรรคผล ไม่เข้าถึงธรรม ในข้อนี้ผู้ที่เรียนปริยัติกับนักปฏิบัติ จะโต้แย้งเถียงกันไม่จบสิ้น เพราะใช้มาตรฐานทางปัญญาคนละตัวกันเป็นเครื่องวัด”

“เรื่องผิดศีลหรือไม่นั้น ทางปริยัติวัดด้วยการดูที่กายและวาจาเป็นพื้นฐาน แต่ในทางปฏิบัติต้องดูไปถึงใจด้วย ถ้าศีลลงไปคุมไม่ถึงใจ จะปฏิบัติธรรมอย่างไรก็เข้าไม่ถึงมรรคผลแห่งธรรม”

“การคิดรักคนที่ไม่ควรรักนั้น รักได้ แต่ต้องรักโดยมีเมตตาเป็นพื้นฐาน ส่วนที่รักกันแล้วมีแต่ปัญหาเกิดขึ้น เป็นเพราะมีกิเลสตัณหาเป็นพื้นฐานของใจ”

[จากนิตยสาร ซีเคร็ต ปีที่ 1 ฉบับที่ 12 หน้า 102 บทความ ถอดรหัสศีลห้า
โดย คุณฐิติขวัญ เหลี่ยมศิริวัฒนา และ อ.สนอง วรอุไร]

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ที่ฉันเคยพูดว่า “รัก” กับคุณนั้น
จึงอยากให้เข้าใจว่ามิได้หมายถึง “รักใคร่”
หากหมายถึง “รักอย่างเมตตาและจริงใจ”

เรารักกันได้ โดยไม่ผิดศีลข้อ 3

0
comments

Jan 06

ศาสนาไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เวลาที่ชีวิตมีปัญหาจนไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน
ร้อนระอุเหมือนมีถ่านไฟประทุอยู่ในใจ

สิ่งที่คนเรามองหา คือ ความสงบ ร่มเย็น
ทางออกสุดท้ายจึงกลายเป็น ”ศาสนา”

… แต่ …

ชาวพุทธทราบว่า
ศาสนาไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ที่กราบไหว้บูชาแล้วจะช่วยยกระดับชีวิต

ศาสนา จึงไม่มี “ทางออกสำเร็จรูป” สำหรับ “ปัญหา”

ศาสนา แนะนำให้ใช้ “สติปัญญา”
เพื่อค้นหาทางออกที่ถูกที่ควรในการแก้ปัญหา

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ในวันที่เธอยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน
การหยุดอยู่กับที่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร

แวะเปิดแผนที่สักนิด ดีกว่าหลงทางชีวิต

0
comments