Ayishere: The HomeBody

ครอบครัวออนไลน์ของหัวใจมีบ้าน … คนติดบ้าน

 

คนเลวที่รักเธอ - Piano Show

งานคอนเสิร์ทประจำปี ของโรงเรียนดนตรีสยามกลการ สาขาโลตัส พระราม 4 จัดขึ้นวันนี้ (31 ม.ค. 51) แต่ปีนี้ฉันไม่ได้บอกใครล่วงหน้าว่า หมึกมีแสดงเปียโน เพราะปีที่แล้วโขยงญาติมารอกันนานมาก กว่าจะได้ขึ้นเวที กว่างานจะเลิก ทำให้ทรุดโทรมไปตามๆ กัน ปีนี้เลยอุบเงียบ

เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว … คุณตา คุณยาย อย่าเพิ่งรีบโทรมาต่อว่า แม้จะไม่ได้บอกล่วงหน้า แต่ก็เก็บภาพประทับใจมาฝากนะคะ

หมึกเลือกเดี่ยวเปียโน “เพลงคนเลวที่รักเธอ”
(อาจจะใช้เวลาโหลดนานนิดนึงนะคะ)

ink-after-piano-show

“คุณแม่ครับหัวใจมันเต้น”
นั่นคือประโยคแรกที่หมึกพูดกับฉันตอนก้าวลงมาจากเวที
พร้อมกับมือที่กุมหน้าอกข้างซ้าย ^^”

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 31, 2009
At 8:59 pm
Comments : 5
 
 

ก็เรายังจุ๊กจิ๊กกัน

คุณแม่ครับหมึกมีแฟนแล้วนะ

เหรอ ใครล่ะ?

บีมครับ เค้าชื่อบีม

บีมไหน ตัวละครใหม่ แม่ไม่เคยได้ยิน

บีมเค้าชอบหมึกตอน ป.1 แล้วหมึกเพิ่งมาชอบเค้าตอน ป.2

แล้วตอน ป.2 เนี่ย เค้ายังชอบหมึกอยู่รึเปล่า (ถามเพื่อความชัวร์)

ชอบสิ

หมึกรู้ได้ยังไง?

ก็เรายังจุ๊กจิ๊กกัน

เดี๋ยว เดี๋ยว จุ๊กจิ๊กนี่ก็ศัพท์ใหม่ จุ๊กจิ๊กแปลว่าอะไร?

ชอบคุยกัน แบ่งขนมกัน ทานข้าวด้วยกัน

อ๋อ แล้วหมึกคุยกับคนอื่นรึเปล่า

คุยครับ

แบ่งขนมกับคนอื่นรึเปล่า

แบ่งครับ

ทานข้าวกับคนอื่นรึเปล่า โต๊ะกินข้าวนั่งได้กี่คน

ทานครับ โต๊ะนึงนั่งได้แปดคน

อ้าว แล้วบีมจะพิเศษกว่าคนอื่นตรงไหน

หูยยยยย คุณแม่อ่ะ (ไรว้า ซักแค่นี้มีงอน)

ไม่ชอบแอนนี่เหรอ แอนนี่ที่เป็นลูกครึ่งน่ะ แม่ว่าน่ารักดี
(ฉันเคยเห็นน้องแอนนี่เป็นพิธีกรในงานโรงเรียน)

ไม่ชอบหรอก แอนนี่เค้าพูดเก่ง เค้าพูดมากไป

แล้วอีกคนที่เคยพูดถึงล่ะ

แบมเหรอ นั่นก็ไม่ไหว ไม่พูดเลย

สรุปว่าบีมใช่ไหม

ช่ายยยยย ตอนนี้ชอบบีม

โอเค ตอนนี้ชอบบีม ตอนหน้าไม่รู้ชอบใครใช่มะ แม่รอฟังข่าวนะ

555+

ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ เป็นเพื่อนกันไปก่อน เชื่อแม่ดิ

คร๊าบบบบบบบบบบ

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 30, 2009
At 8:19 pm
Comments :1
 
 

ชิ้นส่วนเล็กๆ ในระบบใหญ่

ฉันเคยสอนหนังสืออยู่หลายปี ฉันแน่ใจว่าตัวเองไม่ใช่ครูแบบที่นักเรียนจินตนาการไว้ และไม่ใช่แบบที่ผู้บังคับบัญชาจินตนาการด้วย แม้ว่าหลายคนจะบอกว่า ฉันเหมาะกับงานด้านการศึกษา แต่ด้วยบุคลิกลักษณะและอัตตา ฉันไม่เคยรู้สึกว่ามันเป็นตำแหน่งที่ “ใช่” สุดท้ายจึงลาออกมา

ฉันได้ทำอะไรอีกมากมายหลายอย่าง Tutor, Teacher, Researcher, Seller, Manager, Writer, Blogger, Backpacker, Bread Baker, Bartender, Barista, Fitness Trainer, Nutrition Advisor, House Keeper, and Customer Service ล้วนเป็นสิ่งที่ฉันเคยศึกษา หรือเคยทำมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ในเรื่องนี้พี่ชายร่วมโลกผู้หนึ่ง เคยพูดหยอกเย้าว่า “ถ้าวันข้างหน้า เธอบอกพี่ว่าเธอขับยานอวกาศได้ พี่คงไม่แปลกใจ”

สำหรับฉัน เมื่อศึกษาอะไรไปถึงจุดหนึ่งที่ทำได้ เรื่องนั้นก็จะไม่มีความท้าทาย ไม่มีอะไรให้ค้นหาต่อไป ฉันก็มักจะเปลี่ยนไปศึกษาเรื่องใหม่ๆ นิสัยแบบนี้มันแตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ และยากที่ใครจะยอมรับได้ ส่วนมากก็จะมองว่าฉันไม่มีอุตสาหะ ขาดวิระยะ เบื่อง่าย จับจด และไม่จริงจังกับอะไร ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

… สำหรับคนทั่วไป …

การดำเนินชีวิตสวนทางกับกระแสหลักไม่ใช่เรื่องง่าย
การยืนอยู่ในจุดที่คนไม่ยอมรับมักเป็นเรื่องใหญ่

… แต่ …
ฉันคงไม่เหมือนใคร

ฉันไม่เคยคิดว่าชีวิตฉันมีปัญหา ในขณะที่คนอื่นบอกว่าต้องแก้ไข
ฉันไม่ค่อยแคร์ว่าใครจะคิดยังไง ถ้าแม่กับพ่อยังเข้าใจ

หากยอมรับตัวเองไม่ได้ ร้อยพันคนกราบไหว้จะมีประโยชน์อันใด

ตราบใดที่ฉันยังเลี้ยงตัวเองได้ ยังรับผิดชอบครอบครัวดี
และยังดำเนินชีวิตตามกฏหมายได้อย่างไม่บกพร่อง
ฉันก็ไม่เห็นว่าการดำเนินชีวิตของฉันต้องเป็นไปตามมาตรฐานของใคร

ร่ำเรียนกันมาแต่เล็กแต่น้อย
“รู้อะไรให้กระ่จ่างแต่อย่างเดียว ขอให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล”
คงเป็นอย่างนั้นถ้าคนทั้งพันเกิดมาเพื่อการศึกษาเชิงลึก

ฉันจึงไม่เชื่อว่าคนเราเกิดมาเพื่อศึกษาไปในระบอบหรือทิศทางเดียวกัน เราต่างเกิดมาเพื่อหน้าที่บางอย่าง (ที่อาจจะยังไม่รู้ว่าอะไร) ในแต่ละวันเราทำหน้าที่ไปอย่างอัตโนมัติ เคยสังเกตไหมว่าบางอย่างที่เราทำก็หาสาเหตุไม่ได้ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง จึงรู้ว่ามันนำเราไปยังอีกความหมายที่แฝงไว้ ทั้งที่เราีูรู้ๆ กำลังจะรู้ และไม่อาจจะรู้ในอนาคตอันใกล้

เราก็เหมือนชิ้นส่วนเล็กๆ ในระบบใหญ่
โอกาสที่จะรู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไรมีน้อยมาก

ดังนั้น อย่าถามว่า “เกิดมาทำไม?”

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 10:38 am
Comments :1
 
 

อาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้

ตั้งใจจะรื้อแค่เอกสารเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้ทิ้งไป และเตรียมเอกสารสำหรับจ่ายภาษี เดือนมีนาคม 2552 ให้เรียบร้อย แต่กลายเป็นวันเปิดกรุสมบัติเก่าไปซะได้

เอกสารเก่า ข้อมูลเก่า ซีดีเก่า หนังเก่า บัตรสมาชิกเก่า ใบรับประกันเก่า การ์ดวันเกิดเก่า การด์วาเลนไทน์เก่า ตลอดจนรูปถ่ายสมัยพระเจ้าเหา ไม่น่าเชื่อว่าฉันฝังตัวเองอยู่ในซากแห่งอดีตกว่าครึ่งวัน

ข้อความในการ์ดบางใบซึ้งกินใจ จนรู้สึกคล้ายเจ้าของลายมือมาอ่านให้ฟังใกล้ๆ เธอจะรู้ไหม … บางคนหายไปจากวงโคจรของชีวิต แต่ไม่เคยหายไปจากความทรงจำ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

บางคนที่คบหาอาจจะทำให้รู้สึกว่า … เขา คือ “คนที่ใช่”
แต่เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินไป

“คนที่ใช่” กับ “คนที่ไม่ใช่” อาจจะเป็นคนเดียวกันก็ได้

ไม่มีใคร “ใช่ทั้งร้อย” สำหรับใคร

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

เมื่อตอนบ่ายดูหนังอีโรติคเรื่อง The Intimate ที่คุ้ยได้จากตู้ซีดี นอกจากฉากอีโรติคที่ฉันลงมติว่าอาร์ตดี (ในเวอร์ชันที่ไม่มีเซ็นเซอร์ให้เสียอารมณ์) ความหมายบางอย่างที่อยู่ระหว่าง “ความสัมพันธ์” กับ “การแต่งงาน” ก็ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียนในหนังเรื่องนี้

“ถ้าคุณพบคนที่ใช่ คุณจะทำยังไง”

“ฉันจะชกหน้าเค้า” (เพราะฉันกำลังจะแต่งงาน)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

“เรายกเลิกการแต่งงานไหม”

“ขอร้อง อย่าทำให้ผมโมโห”

“ถ้าฉันเป็นนรกของคุณ คุณจะเลิกกับฉันก็ได้”

“คุณรู้ไหม เมื่อเวลาผ่านไป นรกมันก็ขยายใหญ่เท่าความรักของเรา”

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

“ถ้าผมคิดถึงคุณจะทำยังไง”

“อย่าทำอย่างนี้ เราตกลงกันแล้วนะ”

“อืม”

“พรุ่งนี้คุณก็จะไปแล้วนี่”

“ผมอาจจะกลับมา เมื่อผมกลัวว่าจะลืมหน้าคุณ”

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

การร่ำลาเป็นกระบวนการที่คนเรากระทำ
เมื่อคิดว่าอาจจะมีโอกาสพบกันยาก หรืออาจจะไม่อยากพบกันอีก

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด
ไม่ว่าอนาคตจะสอดคล้องกับความจริงหรือไม่

เรามักไม่อยากให้การร่ำลาเศร้าเกินไป

“แล้วค่อยนัดเจอกันนะ” … แม่ม หายหัวไปหลายปีละ
“แล้วจะโทรหานะ” … แม่ม ไม่เคยโทรมา

คนที่ใจห่วงหา ไม่ต้องสัญญา ก็มักจะติดต่อมา

อย่าไปยึดติดอะไรกับคำสัญญา
พรุ่งนี้ กับ ชาติหน้า ไม่รู้อะไรมาก่อน

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On January 29, 2009
At 3:37 pm
Comments : 2
 
 

หมดแรงครับ

หมึกเป็นเด็กสุขภาพดี ไม่ค่อยไปติดเชื้อหวัดเชื้ออะไรมาจากไหนง่ายๆ แต่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอยู่บ่อยๆ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นอาการพื้นฐานขั้นต้น เพราะกินไม่ค่อยเลือก บางทีเล่นมาจากไหนก็ไม่รู้ มือยังไม่ทันล้าง กว่าฉันจะเห็นก็หยิบโน่นหยิบนี่กินไปไม่รู้กี่อย่างแล้ว 

เมื่อวันจันทร์ (ตรุษจีน) ที่ฉันยืนยันให้ไปโรงเรียน กลายเ็ป็นว่าขากลับพอลงมาจากรถโรงเรียนก็ลงไปกองอยู่ที่พื้น ปวดท้อง อาเจียน และท้องเสียจนหมดแรง หิ้วไปโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ ต้องใส่รถเข็นเพราะไม่มีแรงเดิน

คุณหมอถาม “นอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือไหม?”

หมึกตอบง่ายๆ “ครับ ไม่ไหวครับคุณหมอ” ง่ายจนฉันเองยังแปลกใจ

hospital01

ในใบรับรองแพทย์เขียนว่า “ลำไส้อักเสบ” … สู้ๆ คร๊าบบบบบ

hospital02  hospital03

ฉันนอนเฝ้าที่โรงพยาบาลเอางานไปทำด้วย หมึกหลับสบายไม่มีงอแง หลังอาหารเช้าพยาบาลมาเช็ดตัวให้ แล้วบอกให้หมึกลงจากเตียงไปนั่งที่โซฟาก่อน เพราะจะเปลี่ยนผ้าปูเตียง พ่อหนุ่มน้อยของเราออกอาการอ้อนพยาบาล “หมดแรงครับ ยังเดินไม่ไหว พี่ช่วยพยุงหน่อย”

พอพี่พยาบาลออกไปจากห้อง หมึกก็ถามฉัน “กลับบ้านได้รึยัง”

“ถ้าหมึกยังไม่มีแรงคุณหมอคงไม่ให้กลับหรอก”

“โอ๊ย หายแล้วครับคุณแม่ หมึกอยากกลับบ้าน”

ตอนสิบโมงครึ่งที่คุณหมอมาดูอาการ คนป่วยก็แทบจะลากเสาน้ำเกลือวิ่งวุ่นไปทั่้วแผนกเด็ก จนพี่พยาบาลคนเดิมแซวว่า “อ้าว มีแรงเดินแล้วเหรอ”

นั่นคงเป็นสาเหตุที่คุณหมอบอกว่า “เดี๋ยวจัดการให้กลับบ้านภายใน 15 นาที เลยนะ”

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On
At 10:03 am
Comments : 5
 
 

“ฉัน” ในครอบครัวของ “เขา”

ถ้าเด็กเป็นพันธะทางเคมีที่เชื่อมคนสองคนไว้ด้วยกัน พ่อก็อยู่ทางขวา แม่ก็อยู่ทางซ้าย แต่เราไม่ได้มีกันแค่สามคน เรายังมีครอบครัวทางขวา กับครอบครัวทางซ้าย ที่ต้องไปมาหาสู่ ที่ต้องเรียนรู้และยอมรับกันและกัน

การเข้าไปในอีกครอบครัวคนเรามักต้องปรับตัว
แต่ก็ไม่น้อยไปกว่าการที่อีกครอบครัวต้องปรับตัวเช่นกัน

เข้าเมืองตาหลิ่วอาจจะต้องหลิ่วตาตาม แต่ธรรมชาติของคนไม่เหมือนกัน ฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวตนข้างในจะไปได้ไกลสักกี่น้ำ สำหรับครอบครัวที่เปิดใจ เราไม่ต้องหลิ่วตาตามใคร แค่เป็นตัวของตัวเองอย่างจริงใจ

ฉันเพิ่งได้รับภาพที่น้องเหม่เม๊ถ่ายไว้ตั้งแต่วันปีใหม่ (2552) ฉันกับครอบครัวของเขา ตอนที่ฉันรู้จักทุกคนใหม่ๆ เราเหมือนจะไม่มีทางไปกันได้ แต่สิบปีผ่านไปกลับกลายเป็นมื้ออาหารที่อบอุ่นจนน่าประหลาดใจ

newyear2552-01

คนทางขวายืนอยู่ทางซ้าย คนทางซ้ายยืนอยู่ทางขวา
“ฉัน” ในครอบครัวของ “เขา” ยังคงเป็นตัวของตัวเองไม่เปลี่ยนไป
จำไม่ได้เลยว่าตัวเองทำท่าอย่างนั้นตอนถ่ายรูปหมู่ (เง้อ)

newyear2552-02

ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกัน ขอบคุณเหม่เม๊ที่เก็บความทรงจำพวกนี้ไว้ให้นะ

newyear2552-03

newyear2552-04

ภาพแอบถ่ายแบบนี้ทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคนบางคนถึงน้อยใจ
“ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน ก็ยังรู้สึกว่าเข้าถึงเธอไม่ได้”
นั่นเป็นเรื่องที่ฉันต้อง “ขออภัย”
โลกส่วนตัวของฉันติดกระจกนิรภัย มองผ่านได้แต่ไม่มีประตูสำหรับใคร

Filed under : ห้องนั่งเล่น
By admin
On
At 8:11 am
Comments : 2
 
 

ข่าวสั้น: แม่ และ เด็ก

เด็ก “ลำไส้อักเสบ” ไม่สบาย เข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวาน
อาการปลอดภัย หมอเพิ่งอนุญาติให้กลับบ้านได้

ผู้ใหญ่ เฝ้าไข้ เคลียร์งาน ง่วงงัน อาการใกล้ป่วย
ยุ่งจนไม่รู้จะทำอะไรก่อน

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 27, 2009
At 1:53 pm
Comments :1
 
 

เรียนเข้าไปลูก

เช้านี้ส่งหมึกขึ้นรถโรงเรียน เจ้าตัวมีท่าทีอิดออด
“วันนี้วันตรุษ หยุดไม่ได้เหรอ”

แต่ฉันก็เข็นขึ้นรถโรงเรียนไปจนได้
“ไปเหอะน่า เพื่อนไม่มา ครูไม่สอน ได้เล่นทั้งวันเลยนะ”

(คิดถึงเพลงของคาราบาว)

“เรียนเข้าไปลูก ถึงลูกจะเรียนโรงเรียนวัด
พ่อไม่มีเงินยัดลูกไปโรงเรียนดีดี
ลุยเข้าไปลูก เรียนเข้าไปให้มันได้เสีย
ไม่ต้องมีแป๊ะเจี๊ยะไม่ต้องเสียใจหรอก”

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

“เรียนเข้าไปลูกถึงลูกจะเรียนในวันนี้
บ้านไม่มีคนเลี้ยงลูกเลยต้องไปโรงเรียน
ลุยเข้าไปลูกเรียนเข้าไปให้มันได้เสีย
ไม่ต้องมีแต๊ะเอียไม่ต้องเสียใจหรอก”

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 26, 2009
At 8:18 am
Comments : 0
 
 

สามก๊ก ภาค2 กับ น้องหมึก

พาหมึกไปดูหนัง “สามก๊ก ภาค 2″ รอบหัวค่ำ ยิ่งใหญ่ตามความคาดหมาย ขบขัน ระทึก ซึ้งใจ ได้ครบทุกรสชาติ คุ้มค่าเงินบาทจริงๆ

ทีแรกก็นั่งเก้าอี้คนละตัวอยู่ดีๆ แต่ตอนท้ายเรื่อง พอจิวยี่เริ่มเผาทัพเรือโจโฉ หมึกก็คืบคลานข้ามที่วางแขนมานั่งตักฉันซะงั้น

คุณแม่ขอนั่งตักนะ กอดหมึกด้วย หนาว (สั่งมาเป็นชุด)

เรื่องราวเลยระทึกเป็นสองเท่า รบจริง เจ็บจริง แบบไม่มีสตันท์

โอ๊ยยยยยยย หมึก คร๊าบบบบบ … ขาแม่เป็นเหน็บ

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On January 24, 2009
At 11:25 pm
Comments : 0
 
 

Horoscope Surgery: ผ่าตัดดวงชะตา

โหราศาสตร์มีหลายสาขา ดวงไทย ลายมือ ฮวงจุ้ย ยูเรเนียน ทาโร่ ยิปซี สัตตเลข ฯลฯ ถ้าศึกษาให้ถ่องแท้ทุกสาขา คงต้องใช้เวลาศึกษาล่วงเลยไปถึงชาติหน้า หรือแม้แต่จะเชี่ยวชาญเพียงแค่หนึ่งสาขา ก็อาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิต

อาจารย์หลายๆ ท่านที่ทำอาชีพทางด้านนี้ อาชีพที่เราเรียกกันแบบชาวบ้านว่า “หมอดู” ล้วนต้องผ่านการฝึกฝนกับดวงตัวอย่าง เป็นพันเป็นหมื่นดวงกว่าจะชำนาญ เช่นเดียวกับการเรียนวิชาอื่นๆ คือ ต้องทำโจทย์มากๆ สังเกต และเก็บสถิติ เพื่อสะสมประสบการณ์ 

เริ่มฝึกฝนใหม่ๆ ดูดวงใครสักคน ต้องเอาวันเดือนปีเกิดมา แล้วเปิดตำราแผ่เต็มโต๊ะกินข้าว พลิกเล่มโน้นเล่มนี้ดูชุลมุน พอเจอคล้ายๆ ซ้ำๆ จึงจะจำได้ ถ้าตั้งใจดูให้ได้วันละ 1 ดวง ฝึกฝนทุกวัน อาจารย์บอกว่าต้องใช้เวลา 3 ปี จึงจะชำนาญและทายได้อัตโนมัติ

เพื่อนชีวิตฉันรายนั้นชอบศึกษาโหราศาสตร์ไทย ส่วนฉันชอบแนวคณิตศาสตร์เลยมาทางคัมภีร์มหาสัตตเลข เรียกว่าคนละแนวกัน แต่เกื้อกูลส่งเสริมกันได้ เวลาเอาดวงใครมาใช้เป็นแบบฝึกหัด ต้องรวมพลังหารสอง ช่วยกันวิเคราะห์

เมื่อตอนเย็นฉันไปยืนอ่านหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คของหมอกฤษณ์ที่ร้านหนังสือ เกิดความรู้สึกว่าคนเราจะดังได้ต้องมี “จุดเด่น” ไม่ว่าจะ เด่นดี เด่นด้อย หรือ เด่นดับ มันก็ต้องมีสักอย่างหละที่เด่น ไม่งั้นไม่ดัง กลับถึงบ้านก็คุยกับเขาเล่นๆ

ถ้าพี่อยากเป็นหมอดูชื่อดัง พี่ต้องมีจุดเด่น

เหรอ เธอว่าพี่เด่นยังไง แล้วพี่จะใช้ฉายาอะไรดี

คนอื่นดูดวงคนเดียว ถ้าเราสองคนดูเป็นทีมน่าจะแปลกดีนะ

ทำไมต้องดูเป็นทีม

อ้าวก็จะได้ช่วยกันวิเคราะห์ เหมือนหมอเวลาผ่าตัดยากๆ ไง

อ๋อ ผ่าดวงโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เปล่าหรอก เราสองคนเนี่ย ผ่าดวงโดยทีมแพทย์อ่อนประสบการณ์
ไม่ชำนาญ และไม่เชี่ยวชาญเลยสักสาขา ^^”

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On January 23, 2009
At 9:35 pm
Comments : 0
 
 

เจ็บปาก ขลิบจู๋ … งั้นหนูไม่เจ็บปาก

สองวันนี้มีข่าวดัง (ดังพอๆ กับ ข่าวสภา่ล่ม) ขึ้นพาดหัวใหญ่หนังสือพิมพ์หัวสี เมื่อแม่พาลูกชายวัย 12 ปี ไปรักษาแผลในปาก ที่คลินิกชุมชนอบอุ่น อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แต่แพทย์ประจำคลีนิกขลิบอวัยวะเพศ ในขณะที่เด็กร้องบอกแต่หมอไม่ฟัง (น่าสงสารจัง)

ฟังดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในวงการแพทย์ เนื่องจากปากกับจู๋ไม่ใช่อวัยวะที่ใกล้กัน (เอ๊ะ หรือว่าบางทีใกล้กัน) หมอบอกว่าเป็นความผิดพลาดในการสื่อสาร ขอโทษที่ไม่รอบคอบและทำให้ผู้ป่วยเสียความรู้สึก (ไม่ได้เสียแค่ความรู้สึกนะ เสียหนังหุ้มอวัยวะเพศด้วย)

พอหมึกกลับจากโรงเรียน ทักทายกันเรียบร้อย ฉันก็เปิดประเด็นร้อน

หมึกครับ เจ็บปากไหม? แม่จะพาไปหาหมอ

ทำไมล่ะครับ บางทีก็เจ็บนะ

(ฉันยื่นพาดหัวหน้าหนึ่งของไทยรัฐเมื่อวานนี้ให้หมึกอ่าน)

เป็นไง ยังเจ็บปากไหม?

คิดว่า “ไม่” แล้วนะครับ ปากสบายดี

ink-headline02

ภาพประกอบขึ้นหน้าหนึ่ง ผู้เสียหายทำท่าแบบนี้ … เจ็บปากครับ

“หมอให้ผมเข้าห้องผ่าตัด บอกให้ขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วสั่งให้ถอดกางเกงออก
ผมตกใจมาก พยายามบอกหมอให้หยุด แต่ไม่ได้ผล”
เด็กชายผู้เสียหายเล่า

ink-headline05

หมึกถอดกางเกงออกโดยที่คุณหมอไม่ต้องสั่ง

ink-headline04  ink-headline06

มันเป็นเรื่องเจ็บปวดครับ แต่ว่าสู้ๆ

ink-headline07

สำเร็จแล้ว … เย้

ปล1. ภาพในบล็อคนี้สงวนลิขสิทธิ์ฯ ห้ามสำเนาส่งต่อทางอีเมล์
ปล2. ภาพทั้งหมดได้รับอนุญาติจากนายแบบสมัครเล่นแล้ว

Filed under : ห้องของน้องหมึก
By admin
On
At 8:05 pm
Comments :1
 
 

ทำตอนนี้เลย ดีไหม?

หลายคนชอบพูดว่า อยากทำโน่น อยากทำนี่
แต่ไม่มีโอกาส ไม่มีเวลา ติดปัญหาครอบครัว ติดนั่น ติดนี่

ฉันเองก็รู้สึกอยู่เสมอว่า “แย่แล้ว ไม่มีเวลาแล้ว”
แต่ก็ชอบแทรกโน่นแทรกนี่ลงไปในตารางชีวิตที่แน่นขนัด

ผลก็คือ ฉันสามารถทำมันได้สำเร็จเสมอ
ทั้งที่คิดว่ายุ่งจนไม่น่าจะทำได้

เคล็ดลับก็คือ “อย่าไปกังวลจนเกินเหตุ”
อยากทำอะไรให้สำเร็จ ก็จงใส่มันลงไปในตาราง
มีสมาธิกับงานตรงหน้าในแต่ละขณะ โดยไม่ต้องกังวลถึงงานต่อไป
แค่ทำตามแผนที่วางไว้อย่างตั้งใจ

… เธอลองดูสิ …
เลือกอะไรสักอย่างที่อยากทำ ใส่ลงไปในตาราง แล้วลงมือเลย

… แล้วเธอจะพบว่า …
ถ้าเอาเวลาที่มัวแต่คิดว่าไม่น่าจะทำได้มาลงมือทำ
ป่านนี้ … อะไรๆ ที่อยากทำ คงสำเร็จไปหลายอย่างแล้ว

ทำตอนนี้เลย ดีไหม?

Filed under : ห้องทำงาน
By admin
On
At 8:07 am
Comments :1