Archive for November 18th, 2008

Nov 18

ฉลาด / ไม่รู้ / โง่ / รู้

คน อย่าง ฉัน
ไม่รู้ ก็ว่า ไม่รู้
รู้ ก็ว่า รู้

ถ้าเธออยากให้ฉันไม่รู้ ในเรื่องที่ฉันรู้
ให้แกล้งโง่ยังพอเป็นไปได้

แต่ถ้าเธอคิดว่าฉันรู้ ในเรื่องที่ฉันไม่รู้
แล้วมาคาดคั้น ให้ฉันเล่า ให้ฉันรู้
ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง

เรื่องแบบนี้
ฉลาด (อย่างเธอ) ไม่รู้ ได้ไง
โง่ (อย่างฉัน) ยังรู้ แจ่มใจ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ฉลาด –> รู้ว่าควรจะแกล้งโง่ตอนไหน
อวดฉลาด –> ตายหมู่ก่อนทำประกันภัย

โง่ –> แค่เป็นตัวของตัวเองก็ปลอดภัย
อวดโง่ –> ก็ไม่เคยเห็นใครตั้งใจ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

คาถาสำหรับหมู่คณะ

ถ้าฉลาดพร้อมใจกันแกล้งโง่ … คนถามกลุ้มใจ
ถ้าโง่พร้อมใจกันอวดฉลาด … คนเชื่อซวยไป

1
comments

Nov 18

หวยงวดหน้านะ 2192

2192-left  2192-right
2192-back

เห็นสภาพแล้วพูดไม่ออก

สาระสำคัญในเรื่องนี้ คือ …
1. รถของฉัน แต่ฉันไม่ได้เป็นคนขับ
2. คนขับสำคัญกว่ารถ
3. รถมีประกัน


ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้วหละ นอกจากเรื่อง …
* กระโปรงท้ายปิดไม่ลง
* ไฟในกระโปรงท้ายทำยังไงก็ไม่ดับ
* ถอดแบตออกก็ไม่ได้
* กว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า ถ้าแบตหมด ก็แค่สตาร์ทไม่ติด

2
comments

Nov 18

น่ากลัวพอกัน

คนมากมายต้องใช้ความพยายามมาก
ในการทำตัวให้น่าสนใจและมีจุดเด่น

ในขณะที่คนบางคนก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยกว่ากัน
ในการทำตัวให้กลมกลืนกับคนส่วนใหญ่

เพื่อไม่ให้ถูกสังเกตพบว่าแตกต่างจากคนทั่วไป

การแสดงออกเหมือน “คนปกติ” กลายเป็นเรื่องที่ต้องพยายาม
“ความขัดแย้งภายใน” กลายเป็นเรื่องที่ต้องจัดการ

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ความห่วงใยไร้สายจากเพื่อนที่ตั้งจานรับสัญญาณคุณภาพดี
(แค่สัญญาณสั่นสะเืืทือนอ่อนๆ แกก็รู้สึกถึงความผิดปกติได้ … ประทับใจว่ะ)

“ฉันอ่านบล็อคแก แล้วอยากถามว่าแกเป็นอะไรรึเปล่า”

“มันก็ เรื่องเดิมๆ”
(ฉันจะพูดยังไงดี ฉันเบื่อที่ตัวเองเป็นอย่างนี้มากเลย)

“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้ว ฉันค่อยโทรกลับนะ”

“ไม่เป็นไรว่ะ แกทำงานเถอะ”

“งั้นเดี๋ยวแกออนเอ็ม แล้วเราจะได้คุยกัน”

“เออๆ”

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ใน โลก นี้ ไม่ มี ความ ลับ

มี แต่ เพื่อน รู้ ใจ แม้ ใน ความ เงียบ งัน

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

เมื่อใครสักคนที่เข้าใจตัวตนแท้ๆ ของเราดี ปรากฏกาย
มันก็
“น่ากลัวพอกัน” กับ การไม่มีคนเข้าใจ

กลายเป็นว่า
อยากพูด และ ไม่อยากพูด
ในขณะเวลาเดียวกัน

เพราะถึงที่สุดแล้ว
พูด หรือ ไม่พูด
ใครคนนั้นก็รู้อยู่ดีว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

1
comments

Nov 18

Exercise Memo: 18/11/51

07.15 a.m.

     Squash 15 mins + Step Machine 15 mins = 30 mins

I found an interesting girl at fitness. Her name is Mi. We met several times in the locker room. Smile for a week, Say “Hi, Good morning!” for a week, and then asking name and start talking. I felt that we have some similar chemical.

Her appearance is normal. But it really strange
that she is really interesting when she start talking.
I realized that “a woman with beauty brain is like this”.

This morning, we talk until she went to work late. But before that I got her telephone number.

+ + + + + + + + + + + + + + +

หลังจากเล่นสควอช 15 นาที กับเครื่องเสต็ปอีก 15 นาที ฉันก็หมกตัวอยู่ในห้องล็อคเกอร์นานมาก คุยกับ “มิ” เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจนะ เราพบกันหลายครั้งในห้องล็อคเกอร์ มองๆ ยิ้มๆ ให้กันเป็นอาทิตย์ แล้วก็ “สวัสดีค่ะ” สั้นๆ กันอีกสักอาทิตย์ จากนั้นก็เราก็ถามชื่อและเริ่มคุยกัน เวลาคุยกับมิฉันรู้สึกเหมือนมีสารเคมีบางอย่างตรงกัน

ดูภายนอกมิก็เป็นผู้หญิงธรรมดา
แต่มันแปลกมากที่พอเธอเริ่มพูดก็กลายเป็นคู่สนทนาที่น่าสนใจ
ฉันรู้สึกว่า “ผู้หญิงงามที่สมองเป็นแบบนี้นี่เอง”

เช้านี้เราคุยกันจนมิไปทำงานสาย แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกัน ฉันก็ได้เบอร์โทรมิแล้ว

0
comments

Nov 18

Protected: The Last Lecture: 9, 10, 11, 12

This post is password protected. To view it please enter your password below:


Enter your password to view comments
comments