Sep
24
หลายเดือนที่ผ่านมาฉันดำรงชีวิตอยู่บนความขัดแย้งในตัวเอง
ฉันละเลยหลายอย่างที่ควรทำ แล้วฉันก็ทำหลายอย่างที่ไม่ควรทำ
ฉันรู้สึกไม่ดีที่ใครๆ บอกว่าฉันเป็นคนดี
เพราะฉันรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้น
หลายอย่างที่ฉันทำมันก็ไม่ถูกต้องและไม่ดี
… ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า …
ฉัน “แอบ” ทำหลายอย่าง ที่ไม่ถูกต้องและไม่ดี
ฉันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่าง โง่ๆ และ บ้าๆ
ในขณะที่อ้างว่าฉันมีสิทธิ์ เพราะนี่มัน “ชีิวิตของกรู้ว”
อ้างได้อย่างหน้าด้านๆ
ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ตายลงวันใด แม้แต่ลมหายใจก็เอาไปไม่ได้
ถ้างั้น … หนึ่งชีวิตเป็นของใคร?
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ในขณะที่คิดว่าตัวเองกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างเย่อหยิ่ง
แท้จริงกำลังถอยหลัง … นั่นทำให้ฉันกลัว
ท่ามกลางคืนวันที่ความนับถือตัวเองของฉันค่อยๆ ลดลง
ชีวิตกำลังไหลไปสู่ความสบายใจลวงๆ และสาระที่เปล่ากลวง
สามัญสำนึกข้างในสะกิดเตือน … ผิดทางแล้ว ไม่ใช่ทางนี้
ฉันตัดสินใจปรับวงโคจรของชีวิตใหม่
ไม่ง่าย แต่ฉันต้องทำให้ได้
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป … หัวใจเบา
ถ้าจะทำเพื่อใคร จงทำด้วยความเต็มใจ
แล้วถ้าจะตามใจตัวเอง ควรอยู่บนพื้นฐานของความเกรงใจ (คนที่ควรเกรงใจ)
เราไม่ควรเห็นแก่ตัว
ชีวิตไม่ใช่ของกรู้ว (Me) และไม่ใช่ของยู้ (You)
หนึ่งชีวิตไม่ใช่ของใคร แต่ดำเนินไปเพื่อใครหลายคน
Posted in ห้องนั่งเล่น
Sep
24
หนังสือประเภทนี้ อ่านชื่อแล้วเหมือนหนังสือ How-to ซึ่งจัดอยู่ในประเภทที่ฉันไม่ค่อยหยิบ ไม่ค่อยซื้อ เวลาที่ไปร้านหนังสือ เพราะฉันมีความรู้สึกว่า คนเราแต่ละคนมีความเฉพาะตัวที่ต่างกัน วิธีการ 1-2-3 ที่ทำแล้วเวิร์คของใครสักคน ไม่มีทางที่เราจะก้าวตามแบบวัดรอยเท้าแล้วเวิร์คได้ 100% เราต่างต้องหาหนทางของตัวเอง การศึกษาชีวิตคนอื่นก็เป็นไปเพื่อสอนใจมิใช่เพื่อทำตาม
น้องชายส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ “7 กฎด้านจิตวิญญาณเพื่อความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม” แค่อ่านชื่อก็วางทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างนั้นนานหลายสัปดาห์ แล้วก็คิดได้ว่ามันเป็นหนังสือส่งต่อ ต้องอ่านแล้วส่งต่อให้คนอื่น น้องชายส่งมาให้ทั้งทีคงมีอะไรดี เลยตั้งใจอ่านจนจบแล้วลงทะเบียนส่งต่อให้เพื่อนทางอินเทอร์เน็ต
ฉันพบว่า … อ่านยาก เข้าใจยาก และใช้เวลามาก … แต่คุ้มค่านะ
สำหรับฉันหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือ How-to อย่างที่คิดไว้ครั้งแรก แต่ควรจัดอยู่ในกลุ่ม หนังสือธรรมะเชิงวิทยาศาสตร์ ที่อธิบายเรื่องทางโลกและทางธรรมได้อย่างสมเหตุสมผลอย่างที่เขาตั้งชื่อเรื่องไว้นั่นหละ
เนื่องจากต้องส่งหนังสือต่อ จึงอยากสรุปข้อคิดสะกิดใจไว้ตรงนี้
- ความนึกคิดและพฤติกรมของเรา มักเกิดจากความคาดหวังที่จะได้รับการตอบรับจากคนอื่น เพราะฉะนั้นมันจึงมีพื้นฐานมาจากความกลัว
- ความตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังการให้และการรับ คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด จงเรียนรู้ที่จะตั้งจิตอวยพรให้คนอื่นๆ ได้รับแต่สิ่งที่ดีในชีวิต
- เรากำลังดำรงอยู่ในอาณาจักรแห่งความเป็นไปได้ในทุกๆ สิ่ง เราได้เข้าสู่การเลือกอันไม่มีที่สิ้นสุด มีเพียงหัวใจเท่านั้นที่รู้คำตอบที่ถูกต้อง จงเลือกอย่างมีสติ
- คุณสามารถที่จะมีความปรารถนาถึงสิ่งต่างๆ ในอนาคต ที่แตกต่างไปกว่าที่กำลังเป็นอยู่ได้ แต่ ณ ช่วงขณะเวลานี้ คุณจะต้องรู้สึกยอมรับสิ่งต่างๆ อย่างที่มันกำลังเป็นอยู่เสียก่อน
- ในทุกๆ ปัญหา ย่อมมีเมล็ดพันธุ์ของโอกาสประกอบอยู่ด้วยเสมอ
- ทุกสรรพสิ่งทั่วทั้งจักรวาล คือ สภาวะการเคลื่อนไหวของพลังงานและข้อมูล
- สิ่งใดก็ตามที่คุณต้องการมันพร้อมรอคุณอยู่แล้วในทุกๆ เมื่อ ที่คุณต้องการมัน เพียงแค่ประกาศความมุ่งมั่น
- ความมุ่งมั่นคือสิ่งที่เป็นอนาคต แต่ความสนใจคือสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน อะไรที่คุณสนใจ มันจะยิ่งเติบโตแข็งแรงมากขึ้นในชีวิตของคุณ อะไรก็ตามที่คุณไม่ให้ความสนใจ มันจะอ่อนกำลัง สลายตัว และหายไป (note: เพราะแบบนี้รึเปล่าความรักของเราถึงหายไป)
- อดีต คือ เรื่องราวในความทรงจำ / อนาคต คือ ความคาดหวัง / ปัจจุบัน คือ การตระหนักรู้ / เพราะฉะนั้น เวลา ก็คือ ความเคลื่อนไหวของความคิด ทั้งอดีตและอนาคต ล้วนเกิดจากภาพในความคิดหรือจินตนาการ มีเพียงปัจจุบันขณะซึ่งเป็นสภาวะแห่งการตระหนักรู้เท่านั้น ที่เป็นความจริงและไม่มีความสิ้นสุดอย่างแท้จริง
- คุณไม่จำเป็นต้องละทิ้งความมุ่งมั่น และคุณไม่จำเป็นต้องละความปรารถนาของคุณ คุณเพียงแต่ละทิ้งความยึดติดต่อผลของมันเท่านั้น
- ความยึดติดตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความกลัวและความรู้สึกไม่มั่นคง ทุกๆ สิ่ง เป็นเพียงแค่รูปสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ บ้าน เงินตรา เสื้อผ้า ฯลฯ ล้วนเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว มันผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ก่อให้เกิดความทุกข์กังวล และผลสุดท้ายมันกลับทำให้เรารู้สึกกลวงไร้แก่นสาร
- ความรู้สึกมั่นคงที่ได้มาจากการแสวงหานั้น ไม่เคยเป็นสิ่งที่ยั่งยืนหรือถาวรเลย คนที่แสวงหาความรู้สึกมั่นคง จะวิ่งไล่ตามหาสิ่งนี้ตลอดทั้งชีวิต โดยไม่เคยได้พบมันจริงๆ เลย
- ความไม่แน่นอนคือพลังแห่งการสร้างสรรค์ ถ้าปราศจากความไม่แน่นอน ชีวิตก็จะเป็นแค่เหตุการณ์ที่ถูกทำให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกจากความทรงจำเก่าๆ คุณจะตกเป็นเหยื่อของอดีตอยู่ตลอดเวลา และผู้ี่กลับมาทำร้ายคุณในวันนี้ ก็คือ ตัวคุณที่มาจากเืมื่อวานนี้นั่นเอง
- เมื่อใดที่คุณประสบกับความไม่แน่นอน โปรดจงรู้ไว้ว่า คุณกำลังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ดังนั้น จงอย่าเพิ่งท้อหรือหยุด
- การดำรงอยู่ในปัญญาที่หยั่งถึงความไม่แน่นอน เมื่อความรู้ตัวทั่วพร้อมต่อปัจจุบัณขณะและโอกาสได้มาพบกัน เมื่อนั้นหนทางก็จะปรากฏขึ้นมาเองโดยธรรมชาติ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจากสิ่งนี้ มักถูกเรียกว่า “ความโชคดี”
- เราได้ปรากฏขึ้นเป็นรูปทางกายภาพนี้ ก็เพื่อทำเป้าหมายบางอย่างให้บรรลุผลโดยสมบูรณ์ ค้นหาความสามารถเฉพาะของตนเอง แล้วแสดงความสามารถออกมาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
- พูดว่า “ฉันจะช่วยได้อย่างไร” ออกมาจากจิตวิญญาณ
- สมมติว่าคุณมีทั้งเวลาและมีเงินมากมาย คุณจะทำอะไร ถ้าคุณยังคงทำในสิ่งทีุ่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน นั่นแสดงว่าคุณอยู่ในธรรมะ เพราะว่า คุณรักในสิ่งที่คุณทำ และคุณกำลังแสดงความสามารถเฉพาะตนของคุณออกมา
Posted in ห้องนั่งเล่น
Sep
24
06.40 a.m.
I was sitting at the peaceful swimming pool reading a book named “The Seven Spiritual Laws of Success” written by Deepak Chopra. I got it from my brother (Amp). At the end of the book, it said that “After you’ve done, register this book ID.11346 at www.nantbook.com, and pass it to others.
It takes about a week to read this book and try to understand (only 170 pages). Finally, I have done it at the swimming pool and decided to pass it to a friend in Surajthanee.
08.20 a.m. Swimming 900 m. 25 mins
Herb Steam 10 mins
ฉันนั่งอยู่ข้างสระน้ำ่อ่านหนังสือ “7 กฎด้านจิตวิญญาณเพื่อความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม” เขียนโดย ดีพัค โชปรา ซึ่งน้องชายของฉันส่งมาให้ทางไปรษณีย์ หน้าสุดท้ายของหนังสือเขียนว่า “เมื่ออ่านจบแล้วให้ลงทะเบียนด้วย book ID:11346 ที่ www.nantbook.com” แล้วส่งหนังสือต่อไปให้คนอื่นๆ
ฉันใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการพยายามทำความเข้าใจหนังสืออ่านยากเล่มนี้ ทั้งที่มีความยาวเพียง 170 หน้า ในที่สุดก็อ่านจนจบที่สระว่ายน้ำ และตัดสินใจส่งต่อให้เพื่อนในเน็ตคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ไม่มีอะไรพิเศษในการตัดสินใจส่งต่อให้ใคร ฉันเพียงพบเธอออนไลน์ในแคมฟรอกตอนบ่าย และถามเธอหน้าห้องว่า “ชอบอ่านหนังสือไหม” คำตอบคือ “ชอบ” ก็ตัดสินใจส่งให้เธอทันที ส่งไปทางไปรษณีย์ ติดตามการเดินทางของหนังสือได้จากเว็บของสำนักพิมพ์ nant book นะคะ
Posted in ห้องออกกำลังกาย