เรียนภาษาญี่ปุ่นมาตั้งหลายเดือน เวลามีคนถามว่า "มาเรียนภาษาญี่ปุ่นทำไม?"
คนส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า "ทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น"
"จะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น" หรือไม่ก็ "มีแฟน มีกิ๊ก มีสามี เป็นคนญี่ปุ่น"
แต่ฉันน่ะเป็นคนเดียวที่ตอบว่า "มาเรียนเพราะอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ"
คนถามก็จะยิ้มเอ็นดูในความเซ่อของฉัน พร้อมกับส่งข้อความที่แปลได้ว่า มาลงทุนเรียนตั้งหลายเดือนเพราะแค่อยากไปเที่ยวเนี่ยนะ จะมาเรียนทำไม เดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นเขาพูดภาษาอังกฤษกันปร๋อแล้วนะหล่อน แต่ฉันมั่นใจว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยภาษาญี่ปุ่น ต้องได้อรรถรสกว่าแน่ๆ
ฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทาง จนกระทั่งวันนี้ วันที่ฉันเพิ่งจะเคลียร์งานที่ออฟฟิศเรียบร้อย ทำรายการให้ทุกคนว่า เรื่องนี้จะฝากใคร เรื่องนั้นจะฝากใคร งานบัญชีล่วงหน้าก็จัดการได้ครบหมด ฉันเชื่อมือทุกคนที่ทำงานร่วมกัน ฉันแน่ใจว่าในวันไม่มีฉัน ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา
คราวนี้ก็ได้เวลา จัดเป้ใส่หลังไปกินซูชิ (ที่แผ่นดินแม่ของมิยาบิ) กันแล้ว
อีกสองวันฉันจะอยู่ใน "ดินแดนที่ฝันมาตลอด 30 ปี ว่าชีวิตนี้ต้องไปเหยียบให้ได้"
หลายคนที่มีประสบการณ์เตือนว่า …
- ระวังนะแกไปเอง เงอะๆ งะๆ เซ่อๆ ซ่าๆ จะแพงกว่าทัวร์
- ถ้าไม่วางแผนไปดีๆ เสียเวลาเปล่านะแก นั่งรถไฟใต้ดินหลงไปหลงมา เดินก็ไกล
- ข้าวของแพงจะตายชัก แบกเป้ไปเองจะคุ้มเหรอวะ
- เที่ยวเองเหนื่อยลากเลยนะแก ที่หลับที่นอนก็ไม่สบายเหมือนที่ทัวร์เขาจัดให้
แต่อีกหลายเสียงก็ให้กำลังใจว่า …
- แบกเป้ไปเองเนี่ยดีที่สุด ไม่รีบร้อน และมีเวลาละเลียดบรรยากาศได้อย่างสบายใจ
- คนไม่ชอบช็อปปิ้งอย่างแกน่ะ แบกเป้ไปเองดีแล้ว ทัวร์น่ะมันพาแกช็อปตลอดทาง
- รถไฟใต้ดินน่ะดูแผนที่แป๊บเดียวก็เข้าใจ ไปได้ทั่วโตเกียวแล้ว
- ผังเมืองกับแผนที่รถเมล์ในโอซาก้าดูไม่ยากหรอกแก อยากไปไหนก็นั่งรถเมล์ สะดวกจะตาย
- เที่ยวให้สนุกนะเว้ย ไปเที่ยวแล้วเขียนเรื่องใส่บล็อคด้วย จะรออ่าน
แบกเป้ไปคราวนี้ ฉันศึกษาข้อมูลเก็บไว้ในใจเยอะพอสมควร แต่ก็ไม่ได้วางแผนไว้จนแน่นขนัด เพราะไม่อยากพลาดสถานที่สำคัญ ชนิดที่ต้องกลับมาเคาะหัวตัวเองว่าพลาดได้ยังไง ตั้งใจว่าจะเดินทางไปด้วยความเร็วของหัวใจ ไม่ใช่ความเร็วของการแข่งขัน walk rally ที่ต้องเก็บ RC ให้ครบทุกฐาน
เป้าหมายไม่ใช่การเที่ยวให้เยอะที่สุด ในราคาถูกที่สุด แต่อยากไปเยี่ยมเยือนสถานที่ซึ่งตั้งใจจะไป ให้อิ่มเอมในบรรยากาศ ในราคาที่มีอาหารการกินอิ่มท้อง ห้องน้ำสะอาด และที่นอนสบาย ไม่ได้ประหยัดงบประมาณจนถึงขั้น "โลโซ จนซกมก" แต่คง "ไม่หรู ไม่ไฮโซ"
ห้องนอนรวม 6 เตียง / 10 เตียง ก็นอนได้ ห้องน้ำรวมก็ไม่มีปัญหา แต่ไม่นอนข้างถนนเหมือนคนเขียนหนังสือเรื่อง "โตเกียวไม่มีขา" แน่ๆ
เมื่อตอนบ่ายก็เลยมานั่งพลิกดูรายการทัวร์ฉบับล่าสุดที่ส่งมาที่บ้าน แล้วมองหารายการทัวร์ที่ใกล้เคียงกับแผนในใจ เพื่อเปรียบเทียบความพร้อม
- ญี่ปุ่น 5 วัน 3 คืน : 28 มี.ค. – 1 เม.ย. 2551 ราคา 49,900 บาท/คน
โตเกียว – วัดอาซากุสะ – ซานริโอ พูโรแลนด์ – โยโกฮาม่า – ซีพาราไดซ์ –
พิพิธภัณฑ์ราเมง – ฮาราจูกุ -ดิสนีย์แลนด์ – ไร่สตรอเบอรี่ – อิออนช็อปปิ้ง
- ญี่ปุ่น 7 วัน 5 คืน : 28 มี.ค. – 3 เม.ย. 2551 ราคา 61,900 บาท/คน
เกียวโต – วัคิโยมิสึ – โอซาก้า ยูนิเวอร์แซล – นั่งรถไฟซินคันเซนหัวกระสุน -
ฟูจิ – ฮาโกเน่ – โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ – วัดอาซากุสะ – อิออนช็อปปิ้ง
ราคานี้ยังไม่รวม ค่าธรรมเนียมวีซ่า ไม่รวม pocket money ที่จะต้องจับจ่ายใช้สอย และยังไม่รวมอาหารบางมื้อที่ต้องหารับประทานเอง *O*
โปรแกรมของฉัน ญี่ปุ่น 7 วัน 8 คืน : 29 มี.ค. – 5 เม.ย. ราคา 50,000 บาท/คน ราคานี้ รวมค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าแท็กซี่ไปกลับสนามบิน ค่าอาหารทุกมื้อ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ pocket money ฯลฯ เรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.japan-guide.com/e/e2011_when.html คาดการณ์ช่วงชมซากุระที่สวยที่สุดของปีนี้
ใน "โตเกียว" 27 มี.ค. – 5 เม.ย. 2551
ใน "โอซาก้า" 1 เม.ย. – 10 เม.ย. 2551
พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 10 วัน อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 7C – 16C
29 มี.ค. ออกเดินทางในช่วงกลางคืน ไปถึงญี่ปุ่นตอนเช้า
30 มี.ค. สนามบินนาริตะ – ย่านชิบูยะ – ย่านฮาราจูกุ – ที่ทำการรัฐบาลกรุงโตเกียว – สวนสาธารณะชินจูกุ
31 มี.ค. ตลาดปลาสึคิจิ – ย่านกินซ่า – ย่านรปปงหงิ – อะซะบุจูบัง ออนเซ็น
1 เม.ย. ชมซากุระที่สวนสาธารณะอุเอโนะ – พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว – พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ – พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก – ศาลเจ้าอะซากุสะ – นะกะมิเซะ – สวนสาธารณะซึมิดะ
2 เม.ย. พระราชวังอิมพีเรียล – สะพานนิจูบาชิ – เมืองใหม่โอไดบะ – สวนสนุกโตเกียวจอยโพลิส – สถานีโทรทัศน์ fuji TV – พิพิธภัณฑ์ทางทะเล – เอโดะ ออนเซ็น โมโนกาตาริ – ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่ Palette Town – Venus Fort – อะคิฮาบาระ
3 เม.ย. นั่งรถไฟซินคันเซนขบวนฮิคาริไปโอซาก้า ชมทิวทัศน์ฟูจิซังจากหน้าต่าง – ปราสาทโอซาก้า – ศาลเจ้าเท็มมังงุ – Den Den Town – ย่ำค่ำที่ย่านนัมบะ – ดงทงโบริ
4 เม.ย. เที่ยวเมืองหลงเก่า "เกียวโต" หอคอยเกียวโต – วัดคินคะคุจิ – ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ – ศาลเจ้ายาซะกะ – วัดคิโยมิสึเดระ – ย่ำราตรีย่านกิออน (เกอิชา กับ สาวไมโกะ) – ถ้ายังมีแรงเดินก็มาต่อย่านเท็นโนจิ – หอคอยเท็นกะกุ – Festival Gate – SPA World
5 เม.ย. ตื่นเช้าไปวัดเท็นโนจิไหว้พระขอพรแล้วย้อนมาเก็บกระเป๋าออกจากที่พัก มุ่งหน้าสู่สนามบินคันไซ เตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกับความทรงจำดีๆ
ในเป้ของฉันประกอบด้วย … พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน e-ticket ข้อมูลการจองที่พัก กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น MP3 ปากกากับสมุดโน๊ตคู่ใจ กางเกงยีนส์ 2 ตัว เสื้อยืด 7 ตัว แจ๊กเก็ต หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ รองเท้าเดินสบาย แว่นกันแดด ครีมทาผิว ครีมนวดคลายกล้ามเนื้อ มาม่าต้มยำกุ้ง 3 ถ้วย กาแฟ(3-in-1) 5 ซอง และของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น ไม่มีหวี ไม่มีเจลใส่ผม ไม่มีเครื่องสำอางค์
ทั้งหมดนั้นหละแผนของฉัน แล้วมาติดตามกันว่าผลจะเป็นยังไง
