Archive for March, 2008

Mar 27

แบกเป้ กินลม ชมซากุระ: จัดเป้ใส่หลังไปกินซูชิ

เรียนภาษาญี่ปุ่นมาตั้งหลายเดือน เวลามีคนถามว่า "มาเรียนภาษาญี่ปุ่นทำไม?"

คนส่วนใหญ่ก็จะตอบว่า "ทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น"
"จะไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น" หรือไม่ก็ "มีแฟน มีกิ๊ก มีสามี เป็นคนญี่ปุ่น"

แต่ฉันน่ะเป็นคนเดียวที่ตอบว่า "มาเรียนเพราะอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ"

คนถามก็จะยิ้มเอ็นดูในความเซ่อของฉัน พร้อมกับส่งข้อความที่แปลได้ว่า มาลงทุนเรียนตั้งหลายเดือนเพราะแค่อยากไปเที่ยวเนี่ยนะ จะมาเรียนทำไม เดี๋ยวนี้คนญี่ปุ่นเขาพูดภาษาอังกฤษกันปร๋อแล้วนะหล่อน แต่ฉันมั่นใจว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยภาษาญี่ปุ่น ต้องได้อรรถรสกว่าแน่ๆ

ฉันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทาง จนกระทั่งวันนี้ วันที่ฉันเพิ่งจะเคลียร์งานที่ออฟฟิศเรียบร้อย ทำรายการให้ทุกคนว่า เรื่องนี้จะฝากใคร เรื่องนั้นจะฝากใคร งานบัญชีล่วงหน้าก็จัดการได้ครบหมด ฉันเชื่อมือทุกคนที่ทำงานร่วมกัน ฉันแน่ใจว่าในวันไม่มีฉัน ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา

คราวนี้ก็ได้เวลา จัดเป้ใส่หลังไปกินซูชิ (ที่แผ่นดินแม่ของมิยาบิ) กันแล้ว

อีกสองวันฉันจะอยู่ใน "ดินแดนที่ฝันมาตลอด 30 ปี ว่าชีวิตนี้ต้องไปเหยียบให้ได้"

หลายคนที่มีประสบการณ์เตือนว่า …

  • ระวังนะแกไปเอง เงอะๆ งะๆ เซ่อๆ ซ่าๆ จะแพงกว่าทัวร์
  • ถ้าไม่วางแผนไปดีๆ เสียเวลาเปล่านะแก นั่งรถไฟใต้ดินหลงไปหลงมา เดินก็ไกล
  • ข้าวของแพงจะตายชัก แบกเป้ไปเองจะคุ้มเหรอวะ
  • เที่ยวเองเหนื่อยลากเลยนะแก ที่หลับที่นอนก็ไม่สบายเหมือนที่ทัวร์เขาจัดให้

แต่อีกหลายเสียงก็ให้กำลังใจว่า …

  • แบกเป้ไปเองเนี่ยดีที่สุด ไม่รีบร้อน และมีเวลาละเลียดบรรยากาศได้อย่างสบายใจ
  • คนไม่ชอบช็อปปิ้งอย่างแกน่ะ แบกเป้ไปเองดีแล้ว ทัวร์น่ะมันพาแกช็อปตลอดทาง
  • รถไฟใต้ดินน่ะดูแผนที่แป๊บเดียวก็เข้าใจ ไปได้ทั่วโตเกียวแล้ว
  • ผังเมืองกับแผนที่รถเมล์ในโอซาก้าดูไม่ยากหรอกแก อยากไปไหนก็นั่งรถเมล์ สะดวกจะตาย
  • เที่ยวให้สนุกนะเว้ย ไปเที่ยวแล้วเขียนเรื่องใส่บล็อคด้วย จะรออ่าน

แบกเป้ไปคราวนี้ ฉันศึกษาข้อมูลเก็บไว้ในใจเยอะพอสมควร แต่ก็ไม่ได้วางแผนไว้จนแน่นขนัด เพราะไม่อยากพลาดสถานที่สำคัญ ชนิดที่ต้องกลับมาเคาะหัวตัวเองว่าพลาดได้ยังไง ตั้งใจว่าจะเดินทางไปด้วยความเร็วของหัวใจ ไม่ใช่ความเร็วของการแข่งขัน walk rally ที่ต้องเก็บ RC ให้ครบทุกฐาน

เป้าหมายไม่ใช่การเที่ยวให้เยอะที่สุด ในราคาถูกที่สุด แต่อยากไปเยี่ยมเยือนสถานที่ซึ่งตั้งใจจะไป ให้อิ่มเอมในบรรยากาศ ในราคาที่มีอาหารการกินอิ่มท้อง ห้องน้ำสะอาด และที่นอนสบาย ไม่ได้ประหยัดงบประมาณจนถึงขั้น "โลโซ จนซกมก" แต่คง "ไม่หรู ไม่ไฮโซ"

ห้องนอนรวม 6 เตียง / 10 เตียง ก็นอนได้ ห้องน้ำรวมก็ไม่มีปัญหา แต่ไม่นอนข้างถนนเหมือนคนเขียนหนังสือเรื่อง "โตเกียวไม่มีขา" แน่ๆ

เมื่อตอนบ่ายก็เลยมานั่งพลิกดูรายการทัวร์ฉบับล่าสุดที่ส่งมาที่บ้าน แล้วมองหารายการทัวร์ที่ใกล้เคียงกับแผนในใจ เพื่อเปรียบเทียบความพร้อม

  • ญี่ปุ่น 5 วัน 3 คืน : 28 มี.ค. – 1 เม.ย. 2551 ราคา 49,900 บาท/คน

โตเกียว – วัดอาซากุสะ – ซานริโอ พูโรแลนด์ – โยโกฮาม่า – ซีพาราไดซ์ –
พิพิธภัณฑ์ราเมง – ฮาราจูกุ -ดิสนีย์แลนด์ – ไร่สตรอเบอรี่ – อิออนช็อปปิ้ง

  • ญี่ปุ่น 7 วัน 5 คืน : 28 มี.ค. – 3 เม.ย. 2551 ราคา 61,900 บาท/คน

เกียวโต – วัคิโยมิสึ – โอซาก้า ยูนิเวอร์แซล – นั่งรถไฟซินคันเซนหัวกระสุน -
ฟูจิ – ฮาโกเน่ – โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ – วัดอาซากุสะ – อิออนช็อปปิ้ง

ราคานี้ยังไม่รวม ค่าธรรมเนียมวีซ่า ไม่รวม pocket money ที่จะต้องจับจ่ายใช้สอย และยังไม่รวมอาหารบางมื้อที่ต้องหารับประทานเอง *O*

โปรแกรมของฉัน ญี่ปุ่น 7 วัน 8 คืน : 29 มี.ค. – 5 เม.ย. ราคา 50,000 บาท/คน ราคานี้ รวมค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าแท็กซี่ไปกลับสนามบิน ค่าอาหารทุกมื้อ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ pocket money ฯลฯ เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.japan-guide.com/e/e2011_when.html คาดการณ์ช่วงชมซากุระที่สวยที่สุดของปีนี้
ใน "โตเกียว" 27 มี.ค. – 5 เม.ย. 2551
ใน "โอซาก้า" 1 เม.ย. – 10 เม.ย. 2551

พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 10 วัน อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 7C – 16C

29 มี.ค. ออกเดินทางในช่วงกลางคืน ไปถึงญี่ปุ่นตอนเช้า

30 มี.ค. สนามบินนาริตะ – ย่านชิบูยะ – ย่านฮาราจูกุ – ที่ทำการรัฐบาลกรุงโตเกียว – สวนสาธารณะชินจูกุ

31 มี.ค. ตลาดปลาสึคิจิ – ย่านกินซ่า – ย่านรปปงหงิ – อะซะบุจูบัง ออนเซ็น

1 เม.ย. ชมซากุระที่สวนสาธารณะอุเอโนะ – พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียว – พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ – พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก – ศาลเจ้าอะซากุสะ – นะกะมิเซะ – สวนสาธารณะซึมิดะ

2 เม.ย. พระราชวังอิมพีเรียล – สะพานนิจูบาชิ – เมืองใหม่โอไดบะ – สวนสนุกโตเกียวจอยโพลิส – สถานีโทรทัศน์ fuji TV – พิพิธภัณฑ์ทางทะเล – เอโดะ ออนเซ็น โมโนกาตาริ – ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่ Palette Town – Venus Fort – อะคิฮาบาระ

3 เม.ย. นั่งรถไฟซินคันเซนขบวนฮิคาริไปโอซาก้า ชมทิวทัศน์ฟูจิซังจากหน้าต่าง – ปราสาทโอซาก้า – ศาลเจ้าเท็มมังงุ – Den Den Town – ย่ำค่ำที่ย่านนัมบะ – ดงทงโบริ

4 เม.ย. เที่ยวเมืองหลงเก่า "เกียวโต" หอคอยเกียวโต – วัดคินคะคุจิ – ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ – ศาลเจ้ายาซะกะ – วัดคิโยมิสึเดระ – ย่ำราตรีย่านกิออน (เกอิชา กับ สาวไมโกะ) – ถ้ายังมีแรงเดินก็มาต่อย่านเท็นโนจิ – หอคอยเท็นกะกุ – Festival Gate – SPA World

5 เม.ย. ตื่นเช้าไปวัดเท็นโนจิไหว้พระขอพรแล้วย้อนมาเก็บกระเป๋าออกจากที่พัก มุ่งหน้าสู่สนามบินคันไซ เตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกับความทรงจำดีๆ

ในเป้ของฉันประกอบด้วย … พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน e-ticket ข้อมูลการจองที่พัก กล้องถ่ายรูป เครื่องเล่น MP3 ปากกากับสมุดโน๊ตคู่ใจ กางเกงยีนส์ 2 ตัว เสื้อยืด 7 ตัว แจ๊กเก็ต หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ รองเท้าเดินสบาย แว่นกันแดด ครีมทาผิว ครีมนวดคลายกล้ามเนื้อ มาม่าต้มยำกุ้ง 3 ถ้วย กาแฟ(3-in-1) 5 ซอง และของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น ไม่มีหวี ไม่มีเจลใส่ผม ไม่มีเครื่องสำอางค์

ทั้งหมดนั้นหละแผนของฉัน แล้วมาติดตามกันว่าผลจะเป็นยังไง

0
comments

Mar 21

แบกเป้ กินลม ชมซากุระ: แลกเงินเยน

วางแผนจะแบกเป้ไปญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนมกราคม แต่พอได้วีซ่าจากสถานทูตฯ และจองตั๋วเครื่องบินได้เรียบร้อย ฉันก็กองเอกสารทุกอย่างไว้ตรงโต๊ะเล็กๆ ตรงมุมห้อง ไม่ได้เปิดมองอีกเลย เพราะคิดว่ากว่าจะไปอีกตั้งนาน พอวันนี้หยิบปฏิทินมาดูก็ตกใจ เดินทางวันที่ 29 มีนาคม 2551 อีกแค่อาทิตย์เดียวนี่หว่า … เย้ย เร็ว เกิ๊น

ตอนที่วางแผนจะไปเที่ยวน่ะ …………… 100 เยน = 30.50 บาท
ฉันก็เลยคาดการณ์งบประมาณเอาไว้ที่ ….. 100 เยน = 31.00 บาท

ใครติดตามเว็บอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอยู่เรื่อยๆ ในช่วงสองเดือนมานี้ ก็จะเห็นว่า เงินดอลล่าห์อ่อน เงินไทยแข็ง และเงินเยนแกว่ง จนหัวใจจะวาย

มันค่อยๆ วิ่งขึ้นจาก 30.50 บาท ทะลุ 31.00 บาท ขึ้นไปแตะ 32.84 บาท ในวันที่ 17 มีนาคม 2551 แต่สัปดาห์นี้ก็ลดลงมาบ้างเพราะเรทของวันนี้ตอนบ่ายๆ อยู่ที่ 31.73 บาท การแลกเงินนี่มันเป็นเรื่องของดวงจริงๆ คนปอดแหกอย่างฉันก็เลยค่อยๆ แลก หลายๆ วัน

เฉลี่ยอัตราแลกเปลี่ยนที่ฉันแลกมาทั้งหมด 100 เยน = 31.81 บาท (ทะลุงบกระฉูด)

เอ่อ เกือบลืมบอกไป การแลกเงินน่ะ ถ้าแลกที่ธนาคารต้องใช้ passport ด้วย แต่ฉันไม่ได้ไปแลกที่ธนาคารหรอก ฉันไปแลกที่ซอยนานา ไม่ต้องใช้ passport ใช้แค่บัตรประชาชน แถวนั้นจะมีร้านและมีโต๊ะรับแลกเปลี่ยนเงินตราอยู่หลายสกุล อัตราที่เค้าซื้อขายกันก็ดีกว่าธนาคารมาก อย่างวันนี้เรทขาย 100 เยน ที่ธนาคาร 31.73 บาท แต่ที่ซอยนานาแค่ 31.45 บาท เท่านั้น

0
comments